รู้จักกับ Blind Trust การจัดเงินของนักการเมืองป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

ในช่วงการดำรงตำแหน่งของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร เรามักได้ยินคำว่า ‘ซุกหุ้น’ กันบ่อยครั้ง เพราะการดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจทำให้นักธุรกิจที่มาเล่นการเมืองสามารถสร้างผลประโยชน์ทับซ้อน เช่นการออกนโยบายเอื้อธุรกิจตัวเอง หรือการซื้อหุ้นจากข้อมูลจากวงในที่ตนเองทราบ ง่ายๆคือการคอร์รัปชั่นนั่นเอง ทำให้ในต่างประเทศมีวิธีหนึ่งในการจัดงานเงินจำนวนมากของนักธุรกิจที่มาเล่นการเมือง นั่นคือ Blind Trust

Blind Trust คืออะไร

Blind Trust คือกองทุน ที่นักธุรกิจที่เล่นการเมือง จะทำการการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเข้าไปใน ‘กองทุนทรัสต์’ โดยผู้ที่เป็น Trustee (บุคคลอื่นที่มาบริหารทรัพย์สิน) จะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ และมีดุลยพินิจกับสินทรัพย์นั้นๆ ตามหลักแล้วเจ้าของสินทรัพย์จะไม่สามารถมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจ (หรือ Blind) กับสินทรัพย์นั้นๆ ได้ โดยอำนาจจะอยู่ที่ Trustee เพียงผู้เดียว ซึ่งเจ้าของทรัพย์สินจะไม่ทราบว่า Trustee คนนั้นคือใคร

ทำไมถึงต้องเลือกวิธีนี้

ปกติแล้ว Blind Trust จะถูกใช้ในกรณีเมื่อมีบุคคลร่ำรวยได้รับเลือกเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง การตัดสินใจในการลงทุนส่วนบุคคลอาจทำให้ส่งผลกระทบก่อให้เกิดความขัดแย้งที่อาจขัดต่อผลประโยชน์ เนื่องจากปัญหาด้านกฎระเบียบหรือการใช้อำนาจทางการเมืองที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ในการมอบความไว้วางใจ อย่างน้อยที่สุดก็แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่เลือกวิธีนี้ได้ตระหนักถึงการลงทุนในระยะยาวที่จะไม่กระทบต่อการตัดสินใจในอนาคต ผู้ที่เป็น ‘Trustor’ (ทรัสเตอร์) อาจจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์การจัดการการลงทุน และทำการเลือก ‘Trustee' (ทรัสตี) ที่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้ เพื่อที่จะได้เกิดประสิทธิภาพในการขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างแท้จริงและสามาถทำการตรวจสอบได้ มีนักการเมืองที่มีความมั่งคั่งจำนวนมากที่ใช้ วิธีนี้ เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า อย่างน้อยก็ได้มีความพยายามนำมันมาใช้เพื่อสร้างความเป็นกลางและโปร่งใส

มีตัวเลือกอื่นๆอีกหรือไม่?

Blind Trust มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค่อนข้างสูง ทำให้นักการเมืองเลือกวิธีอื่นในการขจัดความขัดแย้งแทน บางคนทำให้การลงทุนของพวกเขาง่ายขึ้นโดยการขายการลงทุนของบริษัทออกไป นอกจากนี้ก็เพื่อการถือครองทรัพย์สินและธุรกิจเอกชน โดยบรรดานักการเมืองมีความป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนต่อธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรมที่ตัวเองดูแล โดยการแปลงการถือครองเป็นเงินสด อย่างไรก็ตาม กระบวนการขายเงินลงทุนอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางภาษีและความยุ่งยากอื่นๆ ที่อาจตามมา เนื่องจากสินทรัพย์ทั้งหมดไม่ได้มีสภาพคล่องเท่ากัน ในกรณีนี้ทำให้การเลือก Blind Trust อาจกลายเป็นตัวเลือกเดียวเท่านั้น และวิธีอื่นที่จะสามารถขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ทางการเงินจากบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยที่ผ่านมาวิธีที่อาจจะเคยพบกัน เมื่อเกิดกระแสความไม่ชัดเจนและมีการกระทำที่ผิดหลักจริยธรรมคือจะเป็นการใช้สื่อและการข่มขู่ต่อสาธารณะชน สรุปแล้ววีธีนี้นั้นเป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็ไม่ได้รับประกันด้านจริยธรรมอย่างเต็มร้อย

ตัวอย่างนักการเมืองที่ใช้วิธีนี้ เช่นประธานาธิบดีสหรัฐเกือบทุกคนใช้วิธีโอนทรัพย์สินเข้าทรัสต์ ยกเว้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในประเทศไทยมีคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจที่เพิ่งประกาศว่าได้เซ็นต์ MOU ได้ใช้วิธีนี้ โดยอาจเป็นนักการเมืองไทยคนแรกที่ประกาศว่าใช้วิธีดังกล่าว

อ้างอิง Investopedia

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Agentic Commerce คืออะไร? เมื่อ AI เริ่มช้อปปิ้งแทนคน โจทย์ใหม่ที่แบรนด์ต้องรู้

ในอนาคตเราอาจไม่ต้องมาเปรียบเทียบราคาหรืออ่านรีวิวสินค้าเองอีกต่อไป เพราะเรากำลังเข้าสู่เทรนด์ที่เรียกว่า ‘Agentic Commerce’ หรือการให้ AI ซื้อของแทนเรา...

Responsive image

3 เทรนด์ชี้ชะตาธุรกิจโลก: สรุปเวที Summer Davos (AI - พลังงาน - ยุทธศาสตร์จีน) | Tech for Biz EP.62

สรุป Summer Davos Techsauce สรุปประเด็นร้อนที่ส่งตรงจาก Congress Hall ใน Dalian กับ 3 จุดเปลี่ยนที่ธุรกิจไทยต้องรีบปรับตัว...

Responsive image

ไทยเจ้าภาพงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings ครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปี ด้วยงบ 2,800 ล้าน เราตั้งเป้าเอาอะไรเข้าบ้าน

โอกาสของไทยในฐานะเจ้าภาพ "โอลิมปิกการเงินโลก" (IMF-World Bank 2026) ครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปี ถอดบทเรียนจาก 3 ประเทศเจ้าภาพ งานจบแล้วเราจะได้อะไร?...