WHA Group จับมือยักษ์ใหญ่พลังงานไทย ร่วมลงทุน เปิดโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ทางออกปัญหาขยะใน EEC | Techsauce

WHA Group จับมือยักษ์ใหญ่พลังงานไทย ร่วมลงทุน เปิดโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ทางออกปัญหาขยะใน EEC

ขยะ ถือเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างเป็นวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันถือเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยที่ผ่านมาหนึ่งในประเด็นสังคมที่มีการกระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องกันอย่างหนัก คือ ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพราะเมื่อ EEC เกิดขึ้นเต็มรูปแบบ จะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของทั้งกิจการ โรงงานต่าง ๆ รวมถึงแรงงานที่จะหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวจำนวนมาก แน่นอนว่าปัญหาที่จะตามมาคงหนีไม่พ้น ขยะ ซึ่งภาครัฐบาลจะต้องมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของการกำจัดขยะอุตสาหกรรม เพราะพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นเขตที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อของอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ได้มีการกระตุ้นให้เอกชนมีการสร้างโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการกำจัดขยะที่จะเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย 

โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด

ล่าสุด Techsauce ได้ไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมของบริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (CCE) ที่ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 มีพื้นที่ 3,482 ไร่ (1,393 เอเคอร์ หรือ 557 เฮกตาร์) ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ และเป็นหนึ่งในพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) พร้อมรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 8.63 เมกะวัตต์ ซึ่งรองรับการกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นอันตรายได้ถึง 400 ตันต่อวัน หรือประมาณ 1 แสนตันต่อปี เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (CCE) เป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างสามบริษัทชั้นนำในสัดส่วนการถือหุ้นที่เท่ากันทั้งหมด โดยการผนึกกำลังกันครั้งนี้เป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพลังงาน โดยนำเสนอพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ได้แก่

  • บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) ในเครือดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เป็นผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการแบบครบวงจรครอบคลุมด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและไฟฟ้า รวมทั้งดิจิทัลแพลตฟอร์มชั้นนำของประเทศไทย นอกจากนี้ WHAUP ยังเป็นผู้ให้บริการด้าน การผลิตและจัดจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรม การบริหารจัดการน้ำเสีย ตลอดจนผลิตและจัดจำหน่ายไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียน


  • บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายพลังงานรายใหญ่ในประเทศไทย กลุ่มบริษัทโกลว์มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 3,084 เมกะวัตต์ (โดยเป็นสัดส่วนของโกลว์ 2,268 เมกะวัตต์) และไอน้ำ 1,116 ตันต่อชั่วโมง 


  • สุเอซ กรุ๊ป ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการทรัพยากรด้วยระบบอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน มีพนักงานกว่า 90,000 คนในห้าทวีปทั่วโลก ดำเนินธุรกิจครอบคลุมการจัดหาโซลูชั่นด้านการจัดการน้ำและขยะ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่เมืองและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มประสิทธิภาพด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้เข้มแข็งขึ้นตามมาตรฐานสากลด้านอุตสาหกรรม


นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการ บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการ บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า โรงไฟฟ้า CCE ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเขตอีอีซี จะสร้างประโยชน์ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมของไทย สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลของประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการจัดการขยะอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน แทนการฝังกลบแบบเดิม และการจับมือกับหุ้นส่วนและพันธมิตรของ CCE แสดงให้เห็นว่าเรามีศักยภาพในการผลิตพลังงานสะอาดปลอดจากขยะอุตสาหกรรม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมในการผนึกกำลังร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้ให้คนรุ่นหลังสืบไป

โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ ครั้งนี้ ใช้เงินลงทุนราว 1,800 ล้านบาท CCE เป็นโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้มาตรฐานควบคุมการปล่อยมลพิษของยุโรป ติดตั้งด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิดเพื่อความยั่งยืน การมีเสถียรภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม สามารถกำจัดขยะอุตสาหกรรมให้เป็นเชื้อเพลิงได้กว่า 400 ตันต่อวัน หรือราว 100,000 ตันต่อปี  โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมแห่งนี้มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 8.63 เมกะวัตต์ โดยจะจำหน่ายเข้าระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 6.90 เมกะวัตต์ ภายใต้ข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เป็นระยะเวลา 20 ปี

เทคโนโลยีที่สำคัญของโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 

สำหรับคุณสมบัติทางเทคโนโลยีที่สำคัญของโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม CCE ได้แก่

  • เริ่มต้นที่ห้องโถงและบังเกอร์ที่ใช้เก็บขยะ โดยอาคารรับขยะและบ่อเก็บขยะฯ ได้รับการออกแบบให้เป็นระบบปิด โดยก่นและฝุ่นละอองจะถูกควบคุมไม่ให้ออกไปสู่ภายนอก ด้วยการออกแบบให้ความดันภายในติดลบ และมีระบบกำจัดกลิ่น เพื่อให้ขยะอุตสาหกรรมเกิดการเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 


  • เทคโนโลยีการเผาขยะที่ใช้เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker-Fired or grate-Fired Incinerator) และหม้อไอน้ำแนวนอน  ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ได้รับการออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือที่สุดในตลาด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการกำจัดขยะอุตสาหกรรมเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่น โดยกระบวนการผลิตได้รับการออกแบบให้ก๊าซไอเสียมีอุณหภูมิสูงกว่า  850 องศาเซลเซียสนานกว่า 2 นาที ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้มั่งใจได้ว่าไดออกซินและฟูรานได้ถูกกำจัดจนหมด อีกทั้งยังมีหม้อไอน้ำที่ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ต่ำ ซึ่งส่งผลให้โรงไฟฟ้าดังกล่าวมีเสถียรภาพค่อนข้างสูง 


  • ด้านระบบบำบัดไอเสีย โรงไฟฟ้าดังกล่าวได้รับการออกแบบด้วยระบบบำบัดมลพิษในก๊าซไอเสีย ที่ผ่านการพิสูจน์และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะประกอบไปด้วย การใช้ระบบฉีดแอมโมเนียแบบไม่ต้องใช้ตัวเร่งปฏิกริยา (Selective Non Catalytic Reduction : SNCR) เพื่อลด NOx รวมถึงมีการควบคุมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SOx) ไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCI) การควบคุมไดออกซิน โลหะหนัก และฝุ่นละออง การบำบัดไอเสียแบบแห้งทั้งหมดของโรงไฟฟ้า CCE ถือว่ามีการควบคุมค่าการระบายมลสารที่ดีกว่ามาตรฐานของประเทศไทย ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป


  • อีกทั้งยังมีเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่อง (CEMS) โดยทางโครงการจะแสดงผลการปล่อยมลพิษทางอากาศอย่างโปร่งใส ด้วยระบบการแสดงผลออนไลน์ ส่งไปยังเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และจอแสดงผลหน้าโรงงาน

ตารางเปรียบเทียบการควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศ

นอกจากนี้ CCE ได้ลงนามในข้อตกลงการจัดหาขยะอุตสาหกรรมกับบริษัท เวสท์ แมเนจเม้นท์ สยาม จำกัด (WMS) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการจัดเก็บ บำบัด และกำจัดขยะของเสียในไทย เพื่อดำเนินการจัดหาขยะอุตสาหกรรม 100,000 ตันต่อปี จากนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในจังหวัดชลบุรีและใกล้เคียง โดยโรงไฟฟ้าจะนำขยะอุตสาหกรรมเข้าสู่ห้องเผาไหม้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

หลังจากที่ได้มีการวางแผนและก่อสร้างโรงไฟฟ้า ตลอดจนทดสอบการทำงานตามข้อกำหนดของการเชื่อมต่อเข้าระบบการไฟฟ้าภูมิภาคตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โรงไฟฟ้า CCE  ได้เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ก่อนระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อตกลง PPA ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562

อย่างไรก็ตามการเปิดโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ในเขตพื้นที่อีอีซี ถือเป็นสัญญาณที่ดี ของการกระตุ้นให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามกฎระเบียบที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับนโยบายการนำขยะไปฝังกลบต้องเป็นศูนย์ นโยบาย 3R (ลดการใช้ ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่) อีกทั้งยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงมลพิษที่จะเกิดในดิน และจะเป็นมรดกที่เลวร้านแก่คนรุ่นรุ่นหลัง รวมถึงสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ประมาณ 22,400 ตันต่อปี (คำนวนจากการปล่อยก๊าซ CO2 ต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยจำนวน 0.41 กิโลกรัม CO2 ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง) 



RELATED ARTICLE

Responsive image

บทวิเคราะห์ SCBx จากสถาบันการเงิน สู่ Tech Company

วิเคราะห์ SCBX การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ที่ถูกเรียกว่า 'ยานแม่' ซึ่งจะพาธุรกิจของ SCB ปลดล็อกสู่โลกใบใหม่ และเป็นบริษัท Tech Company...

Responsive image

AIS เดินหน้าจับมือภาครัฐ พัฒนาครูไทยให้พร้อมในยุคดิจิทัล ในโครงการ The Educators Thailand

AIS เดินหน้าจับมือภาครัฐ พัฒนาครูไทยให้พร้อมในยุคดิจิทัล ในโครงการ The Educators Thailand...

Responsive image

ส่องโอกาส เป้าหมาย และพัฒนาการด้าน FinTech จาก 6 สมาคมในประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก

อุตสาหกรรม FinTech อีกหนึ่งตลาดที่ทั้งโลกกำลังจับตามอง โดยเฉพาะในแถบเอเชีย-แปซิฟิก ที่ต้องยอมรับเลยว่า มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดขึ้นเป็นอย่างมากจากการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข...