ยิบอินซอย ในศตวรรษที่ 2 กับ 'YIPINTSOI NEXT' บริษัทเทคโนโลยีที่ต่อยอด DNA 'กล้าเปลี่ยน' ไปอีก 100 ปี

'ยิบอินซอย' บริษัทที่อยู่คู่ประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1926 เลือกที่จะ 'เปิดบทใหม่' ด้วยการให้กำเนิดบริษัทลูกชื่อ บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด (YIPINTSOI NEXT) เพื่อรวมธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหมดของกลุ่มเข้ามาอยู่ในร่างเดียว พร้อมเดินหน้าสู่ศตวรรษที่ 2 ในยุคที่ AI และ Quantum Computer กำลังเปลี่ยนหน้าตาของธุรกิจไอทีไปอย่างสิ้นเชิง

Techsauce ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด และ คุณสุภัค ลายเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ถึงเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญในรอบศตวรรษนี้

ทำไมต้องเป็น 'Next' ทำไมต้องเป็นตอนนี้ และในอีก 100 ปีข้างหน้า ยิบอินซอย จะเป็นอย่างไรต่อ ?

หนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ยิบอินซอย คือใครกันแน่ ?

ก่อนจะเข้าใจ YIPINTSOI NEXT ต้องเข้าใจก่อนว่า ยิบอินซอย คือใคร

ยิบอินซอย ก่อตั้งในปี 1926 เริ่มต้นจากธุรกิจเหมืองแร่ที่สงขลา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับขยายไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ ที่หลายคนอาจจะไม่นึกถึงว่าครั้งหนึ่งเคยอยู่ในมือของกลุ่มนี้

ไทม์ไลน์ธุรกิจของยิบอินซอยในศตวรรษแรกเป็นดังนี้

  • ปี 1926 เริ่มต้นเส้นทางด้วยธุรกิจเหมืองแร่
  • ปี 1946 ทำธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตร โดยนำเข้าและจำหน่ายปุ๋ยเคมีจากเยอรมนีเป็นรายแรกในประเทศไทย
  • ปี 1954 เริ่มทำธุรกิจเทคโนโลยี
  • ปี 1967 เริ่มทำธุรกิจการผลิตและการค้า โดยเป็นบริษัทรายแรกที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย (มอก.) ในกลุ่มผู้ผลิตสี
  • ปัจจุบัน ธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัล การเกษตร และไลฟ์สไตล์เพื่อความยั่งยืน

ที่น่าสนใจคือ ตลอดเส้นทางนี้ ยิบอินซอย ไม่เคยอยู่นิ่ง ทุกครั้งที่โลกเปลี่ยน บริษัทเลือกที่จะเปลี่ยนตามเสมอ จากเหมืองแร่สู่ปุ๋ย จากปุ๋ยสู่เทคโนโลยี และตอนนี้ จากบริษัทเทคโนโลยีในร่างเก่า สู่ YIPINTSOI NEXT ในร่างใหม่

คุณสุภัคเคยให้สัมภาษณ์กับ Techsauce เอาไว้ว่า สิ่งที่ทำให้ยิบอินซอยอยู่มาได้ทุกยุคทุกสมัย ไม่ใช่ขนาดของบริษัท ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่คือ DNA ที่สืบทอดมาตั้งแต่ 'มิสเตอร์ ยิบอินซอย' ผู้ก่อตั้ง นั่นคือคำว่า 'กล้าเปลี่ยน'

และในปี 2026 นี้ DNA เดียวกันนั้นก็พาบริษัทมาสู่หน้าใหม่อีกหน้าหนึ่ง

YIPINTSOI NEXT คืออะไร ? และทำอะไร ?

ในเชิงโครงสร้างองค์กร สิ่งที่เปลี่ยนหลัก ๆ คือ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด ขยับสถานะขึ้นเป็น Holding Company ทำหน้าที่ดูแลภาพรวมของพอร์ตการลงทุน และกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของกลุ่ม

ใต้ Holding นี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1.YIPINTSOI NEXT 

รวมธุรกิจไอทีและ Enterprise Solutions ทั้งหมดของกลุ่มมาอยู่ในร่างเดียว ครอบคลุมทั้ง Cloud Infrastructure, AI Solutions, Cybersecurity, Data and Analytics, Managed Services และ Enterprise Solutions ด้วยทีมงานกว่า 1,500 คน

2.YIP IN TSOI & JACKS 

ดูแลธุรกิจการเกษตร พลังงานทางเลือกเพื่อการเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นสายธุรกิจดั้งเดิมของกลุ่มที่ปรับโฉมเข้าสู่ยุคใหม่

3.SUSTAINABLE LIVING LIFESTYLE 

กลุ่มธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น มองไปที่เรื่อง Probiotics การจัดงานแบบ Sustainable Event และไลฟ์สไตล์ของสังคมผู้สูงวัย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของประเทศไทยที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว ซึ่งหนึ่งบริษัทลูกที่อยู่ในหมวดนี้ก็คือ Robinhood นั่นเอง

คุณมรกตเปรียบเทียบให้ฟังง่าย ๆ ว่า เมื่อก่อนบริษัทไอทีในเครือยิบอินซอยเปรียบเหมือนลูกในครอบครัวที่อยู่กันคนละบ้าน การคุยกันเรื่องอัปเดตเทคโนโลยี หรือ Use Case ที่แต่ละบ้านดูแลแต่ละไซต์ แต่ละ Industry ก็แตกต่างกันไป 

แต่การที่ตอนนี้รวมมาอยู่ในบ้านเดียวกันในชื่อ YIPINTSOI NEXT การพูดคุย การ Sharing เทคโนโลยี ก็เกิดที่เดียวกันมากขึ้น ในขณะที่ Holding Company ยังเป็นแม่ที่คอยดูแลภาพรวมของลูกทุกคน

คุณสุภัคขยายความว่า ประโยชน์ที่ได้จากการตั้ง YIPINTSOI NEXT ขึ้นมา คือ ‘Flexibility ในการ Move’ หรือความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนทิศทางและการปฏิบัติงาน

DNA 'กล้าเปลี่ยน' คือเหตุผล

ถ้าถามว่า ทำไมต้องสร้างยิบอินซอย เน็กซ์ ขึ้นมาตอนนี้ ? คุณมรกตให้คำตอบในการสัมภาษณ์ว่า

หลังจากการเดินทางตลอด 100 ปีที่ผ่านมา วันนี้ยิบอินซอยพร้อมก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจสมัยใหม่ โดยผสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอีก 100 ปีข้างหน้า

คุณสุภัคเสริมว่า แก่นของสิ่งที่ YIPINTSOI NEXT อยากสื่อสารคือ บริษัทไม่ได้อยู่กับที่ พร้อมเดินไปข้างหน้าต่อ ทั้ง Next Level, Next Era และ Next Technology ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมไอทีต่อจากนี้

นี่คือสิ่งที่อธิบายว่าทำไมการตัดสินใจครั้งนี้ถึงเป็นการต่อยอด DNA ของยิบอินซอยอย่างแท้จริง เหมือนที่ ในศตวรรษแรก ยิบอินซอย ขยับจากเหมืองแร่ สู่ปุ๋ย สู่เทคโนโลยี ในศตวรรษที่ 2 ยิบอินซอย ก็เลือกขยับจากบริษัทเทคโนโลยีในร่างเดิม สู่บริษัทเทคโนโลยีในร่างที่เร็วและคล่องตัวกว่า เพื่อเดินทันยุค AI ที่กำลังหมุนเร็วกว่าทุกคลื่นที่บริษัทเคยผ่านมา

บทบาทใหม่ของ YIPINTSOI NEXT คือ Trusted Advisor

คุณสุภัคเล่าให้ฟังว่า ในช่วงหลัง สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในวงการไอที คือพฤติกรรมของลูกค้าเอง ในระยะหลัง เซลส์ของยิบอินซอยพบปะกับ CIO และ CTO น้อยลง แต่ไปเจอ Line of Business มากขึ้น คุยกับ Marketing เยอะขึ้น คุยกับ CFO บ่อยขึ้น

โจทย์ที่ได้จากการคุยรอบใหม่นี้เปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิม จากเดิมที่ลูกค้าจะส่งโจทย์มาเป็น Technology Requirement ตรง ๆ เช่น 'เราอยากเปลี่ยน Core Banking' หรือ 'เราอยากอัปเกรด Infrastructure' ตอนนี้สิ่งที่ยิบอินซอยเจอบ่อยขึ้นกลายเป็น Business Requirement ที่ยังไม่ได้ถูกแกะออกมาเป็นภาษาเทคโนโลยี

นี่คือเหตุผลที่บริษัทไอทีในไทยต้องเปลี่ยนบทบาท คุณสุภัคบอกว่า YIPINTSOI NEXT จะไม่ใช่ System Integrator แบบเดิม ที่รับงานออกแบบและติดตั้งระบบไอทีหลายส่วนให้ทำงานร่วมกัน  เช่น เอา Hardware เจ้าหนึ่ง Software อีกเจ้า มาเชื่อมต่อเป็นระบบเดียวให้ลูกค้า

แต่ YIPINTSOI NEXT จะขยับขึ้นไปเป็น Trusted Advisor ที่นั่งคุยกับลูกค้าตั้งแต่ตอนที่โจทย์ยังเป็นภาษาธุรกิจ ช่วยแกะให้กลายเป็นภาษาเทคโนโลยี แล้วส่งมอบทั้ง Solution และผลลัพธ์ทางธุรกิจไปพร้อมกัน

เราจะไม่ผูกตัวเองอยู่ในเวนเดอร์เดียวเป็นหลัก

อีกหลักการสำคัญที่คุณสุภัคย้ำหลายครั้งคือ ความเป็นอิสระจาก Vendor

ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเร็วและภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน การผูกติดอยู่กับ Vendor เจ้าเดียวเป็นความเสี่ยงที่สูง บทบาทของ Trusted Advisor จึงต้องคู่กับการมีตัวเลือกหลากหลายให้ลูกค้า

คุณสุภัคอธิบายว่า เมื่อก่อนการลงทุนเทคโนโลยีเปรียบเหมือนการทุ่มงบก้อนโตไปกับระบบ Mainframe ที่จ่ายทีเป็นพันล้าน ต่างจากปัจจุบันที่มีทางเลือกทั้งราคาถูกและแพง ทว่าความท้าทายคือเทคโนโลยีหมุนไวขึ้นมาก การตัดสินใจลงทุนในวันนี้จึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่าง ‘ความคุ้มค่า’ ‘ความมั่นใจ’ และ ‘ความรวดเร็ว’

นั่นคือเหตุผลที่ Trusted Advisor ที่ดี ต้องช่วยลูกค้าตัดสินใจในจังหวะที่เหมาะสม ไม่เร็วเกินไปจนเสี่ยง ไม่ช้าเกินไปจนตกเทรนด์

6 สิ่งที่ YIPINTSOI NEXT มอบให้ธุรกิจ

YIPINTSOI NEXT เกิดจากการรวมศักยภาพของ 6 ขอบเขตธุรกิจเทคโนโลยี ได้แก่ Cloud Infrastructure, AI Solutions, Cybersecurity, Data and Analytics, Managed Services และ Enterprise Solutions เพื่อรองรับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในยุคที่บริษัทเรียกว่า Trusted Digital Era 

ซึ่งคุณสุภัค และคุณมรกตได้ยกตัวอย่างของแต่ละ Use Cases ให้เห็นภาพมากขึ้นดังนี้

AI Transformation ที่สร้างอิมแพคจริง

ในมุมของ YIPINTSOI NEXT การทำ AI ที่สร้างความแตกต่างจริง ๆ ไม่ใช่แค่ Chatbot ตอบคำถาม HR แต่ต้องเป็น AI ที่ใช้กับ Core Business ของลูกค้าได้

คุณสุภัคยกตัวอย่างบริษัทประกันที่นำ AI ไปใช้กับ Underwriting หรือ Claim ได้ดี นั่นคือ Transformation จริง ๆ เพราะสร้างอิมแพคต่อธุรกิจ ซึ่งหน้าที่ของ YIPINTSOI NEXT คือ ช่วยลูกค้าหา Use Case ที่ทำให้ AI กลายเป็น Real Transformation ได้จริง

Cybersecurity และ Resilience รวมถึงคลื่นใหม่ชื่อ PQC

ความหมายของ Cybersecurity ไม่ใช่แค่ป้องกันภัยปัจจุบัน แต่ YIPINTSOI NEXT กำลังเตรียมตัวสำหรับคลื่นใหม่ที่หลายคนยังไม่ได้พูดถึง คือ Post-Quantum Cryptography (PQC) หรือการเตรียมระบบเข้ารหัสให้พร้อมรับยุคที่ Quantum Computer สามารถถอดรหัสปัจจุบันได้

พูดง่าย ๆ ระบบเข้ารหัสที่ธนาคารและองค์กรใหญ่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการเดารหัส แต่ถ้า Quantum Computer พัฒนาเสร็จ การเดารหัสเหล่านี้อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง PQC คือ Cryptography ยุคใหม่ที่ออกแบบมาให้ทนต่อพลังของ Quantum Computer

คุณสุภัคบอกว่า ตอนนี้เทรนด์ของ PQC เริ่มมีการตื่นตัวในหลาย ๆ องค์กรในไทยแล้ว และยิบอินซอย เน็กซ์เองก็มีความพร้อมเรื่องนี้เช่นกัน สิ่งที่ YIPINTSOI NEXT ทำคือสร้าง Awareness ให้กับลูกค้า สื่อสารอย่างเข้าใจเพื่อให้มีเวลาเตรียมตัว เพราะการเปลี่ยน Cryptography ในระบบ Enterprise ไม่ใช่เรื่องที่ทำเสร็จในวันสองวัน

Cloud Cost Optimization

ปัจจุบันองค์กรใหญ่ที่ใช้งาน Cloud มาระดับหนึ่ง มักพบโจทย์ท้าทายเรื่องงบครองชีพบนระบบคลาวด์ที่สูงเกินคาดการณ์ ทำให้ปีนี้แทบทุกองค์กรมีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายด้านไอที ซึ่งการประหยัดงบได้แม้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในองค์กรขนาดใหญ่ ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้

YIPINTSOI NEXT จึงเข้ามาช่วยทำ 'Optimize As is' ตรวจสอบความคุ้มค่าของการใช้งานจริง ดูกระบวนการทำงาน ว่าส่วนไหนควรอยู่บน Cloud ต่อ หรือส่วนไหนควรจัดการในรูปแบบ On-premises เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจาก Optimize As Is แล้ว บริษัทยังประเมินว่า Workload ไหนเหมาะกับ Cloud และ Workload ไหนควรดึงกลับมา On-premises ซึ่งแปลว่าระบบที่ติดตั้งและรันบนเซิร์ฟเวอร์ภายในของลูกค้าเอง ไม่ได้เช่าใช้บน Cloud ของผู้ให้บริการภายนอก งานบางประเภทที่รันสม่ำเสมอตลอดเวลา ทำที่ On-premises อาจถูกกว่าและเสถียรกว่า ในขณะที่งานที่มีปริมาณขึ้นลงรวดเร็วเหมาะกับ Cloud มากกว่า

แม้ว่าแนวทางนี้อาจทำให้รายได้ฝั่ง Cloud ของบริษัทลดลงไปบ้าง และยิบอินซอยเองก็เป็นพันธมิตรที่เติบโตร่วมกับ Cloud Provider รายใหญ่มานาน แต่เลือกที่จะยึดความต้องการและประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ซึ่งนี่คือ DNA ของยิบอินซอย ในการเป็นพาร์ทเนอร์ที่ลูกค้าไว้วางใจได้เสมอในทุกสถานการณ์

คนยิบอินซอย อีกหนึ่งเคล็ดลับความสำเร็จที่ไม่เปลี่ยน

แม้จะเป็นบริษัทเก่าแก่เกือบ 100 ปี แต่ยิบอินซอยกลับเต็มไปด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ 

คุณสุภัคเล่าว่า เคล็ดลับการดึงดูดคนเก่งของยิบอินซอยคือการนำเสนองานที่ท้าทาย หลากหลาย และเปิดโอกาสให้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ พนักงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ทำงานกับลูกค้าหลายอุตสาหกรรม ทั้งธนาคาร ค้าปลีก น้ำมันและก๊าซ พลังงาน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความรู้และทักษะรอบด้าน

อีกหนึ่งจุดเด่นที่คุณสุภัคพูดถึง ‘ความอิสระ’ Yip In Tsoi Next ไม่ได้ผูกตัวเองอยู่กับ Vendor เพียงเจ้าเดียว มีลูกค้าจากหลากหลายองค์กร ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานจะได้ Explore หลายอุตสาหกรรมและหลายเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยให้พนักงานได้เรียนรู้ทักษะ และเนื้องานใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

อีกหนึ่งโจทย์ที่คุณสุภัคพูดถึงคือ การเปลี่ยนคน Technical ให้ขยับขึ้นเป็น Business Advisor ในยุคที่ลูกค้าต้องการความเข้าใจในธุรกิจมากกว่าความเข้าใจในเทคนิคล้วน ๆ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทกำลัง Re-skill ทีมพรีเซลส์ให้ไปเรียนเรื่อง Regulatory ของแบงก์ เรียนรู้บริบทธุรกิจของลูกค้าให้ลึกขึ้น เพื่อให้ทีมงานเข้าใจในธุรกิจของลูกค้ามากขึ้น

ยิบอินซอยเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และทำงานร่วมกับลูกค้าที่หลากหลาย คือ 'กำไรชีวิต' ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

ก้าวต่อสู่ Next Hundred Years

เมื่อถามถึง Vision ของยิบอินซอยในศตวรรษต่อไป คุณมรกตให้คำตอบว่า

ในอีก 100 ปีข้างหน้า ยิบอินซอยจะยังคงเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ยึด Core Value เดิม เป็นพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้ของลูกค้า เป็นบริษัทที่ปรับตัวเข้ากับเทรนด์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

คุณสุภัคย้ำว่า สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนคือปรัชญาที่ส่งต่อกันมา การเป็นพาร์ทเนอร์ที่ลูกค้าไว้วางใจ ไม่ทิ้งงานกลางคัน มีความรับผิดชอบ และเชื่อใจได้

การที่ยิบอินซอย อยู่มา 100 ปีแล้ว เราถูกมองว่าเราเป็น Trusted Valuable Technology Partner มันสามารถที่จะให้ความไว้ใจกับเราได้ ระบบที่ยิบอินซอยทำแล้ว เขาไม่ได้ปิดบริษัทหนีไปไหน ยังไงก็ยังดูแลคุณ

ในวันที่เทคโนโลยีหมุนเร็วจนหลายคนตกขบวน ในวันที่ Trust กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่หายากในวงการไอที ยิบอินซอย เลือกที่จะใช้สินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของตัวเอง คือ 100 ปีของความน่าเชื่อถือ มาเป็นจุดตั้งต้นของบทใหม่

เป้าหมายหลักของ YIPINTSOI NEXT ตอนนี้ คือการพิสูจน์ว่าบริษัทใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น สามารถส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้าได้ดีขึ้น คล่องตัวขึ้น และเตรียมพร้อมรับคลื่นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น AI, Post-Quantum หรือเทคโนโลยีอะไรที่ยังไม่มีชื่อในวันนี้

คุณสุภัคเคยให้สัมภาษณ์กับ Techsauce เอาไว้ว่า สิ่งที่บริษัทอยากให้ลูกค้าได้รับมากที่สุดคือคำว่า 'Peace of Mind'

สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือ เราต้องทำให้ลูกค้ามี Peace of Mind หมายความว่า ทำธุรกิจกับเราแล้วชีวิตลูกค้าต้องดีขึ้น กลับบ้านแล้วนอนหลับได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง

และในวันนี้ Peace of Mind ก็ยังเป็นเข็มทิศของ YIPINTSOI NEXT ที่ส่งต่อมาจากบริษัทแม่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

หากทศวรรษที่ผ่านมาคือบทแรกที่กำลังจะผ่านไป ยิบอินซอย กำลังเปิดบทใหม่อีกครั้ง ด้วย DNA เดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่มิสเตอร์ ยิบอินซอย คือคำว่า 'กล้าเปลี่ยน'

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ติดต่อ บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด
Phone: 02 353 8600
E-mail: [email protected]

อ้างอิง

  • งานเปิดบ้าน YIPINTSOI NEXT OPEN HOUSE 2026: THE NEXT NEW THING
  • สัมภาษณ์พิเศษ คุณมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด และคุณสุภัค ลายเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด จากงาน YIPINTSOI NEXT OPEN HOUSE 2026: THE NEXT NEW THING
  • บทสัมภาษณ์ Techsauce ปี 2024: "ยิบอินซอย ทำอย่างไรถึงเป็นบริษัทไอทีที่อยู่มาเกือบ 100 ปี กับเป้าหมายใหม่โตต่อเนื่องไปอีกศตวรรษ"

บทความนี้เป็น Advertorial

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ส่องดูสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนามกำลังเร่งสร้างอนาคตด้วยเทคโนโลยี แล้วไทยอยู่จุดไหน?

ถอดรหัสพิกัด The Southeast Asian Corridor สมรภูมิเทคโนโลยีที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุด ส่องวิสัยทัศน์เพื่อนบ้าน พร้อมย้อนดูวิกฤตโครงสร้างและจุดยืนของไทยในยุค AI...

Responsive image

NVIDIA เปิดตัว RTX Spark ชิป AI พลังระดับดาต้าเซ็นเตอร์ ซูเปอร์ชิปที่รวม GPU Blackwell CPU Grace ไว้

NVIDIA เปิดตัว RTX Spark ซูเปอร์ชิปที่รวม GPU Blackwell กับ CPU Grace ยกพลัง AI ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ลงโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อป รันเอเจนต์ AI บนเครื่องได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ จับมือ Micr...

Responsive image

IBM ทุ่มกว่า $10,000 ล้าน ลุยสร้างควอนตัมเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่เครื่องแรกของโลกในปี 2029

IBM ทุ่มกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ลงทุนควอนตัมคอมพิวติ้งใน 5 ปี ตั้งเป้าสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ที่แก้ความผิดพลาดได้เองเครื่องแรกของโลกในปี 2029 พร้อมผนึกรัฐบาลตั้งโรงงานชิปควอ...