วิธีสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ในวันที่ใคร ๆ ก็ใช้ AI ได้ ถอดรหัสสูตร ‘AI + จุดแข็งองค์กร’ จาก ‘ปฐมา จันทรักษ์’

เมื่อใคร ๆ ก็ใช้ AI ความได้เปรียบขององค์กรจะอยู่ตรงไหน

ทุกวันนี้ทุกองค์กรกำลังเร่งใช้ AI แต่ AI อาจไม่ใช่ความได้เปรียบอีกต่อไป เพราะคู่แข่งก็เข้าถึงเครื่องมือเดียวกันได้

คุณปฐมา จันทรักษ์ Country Managing Director ของ Accenture Thailand ชวนมองเรื่องนี้ใหม่ว่าสิ่งที่องค์กรควรหาให้เจอไม่ใช่ AI ที่ใหม่กว่า แต่คือ ‘สิ่งที่เรามีและคนอื่นไม่มี’ แล้วใช้ AI เข้าไปขยายจุดนั้นให้แข็งแรงขึ้น

1. AI ไม่ได้ทำให้เราได้เปรียบ ถ้าทุกคนใช้เหมือนกัน

เมื่อก่อนเทคโนโลยีใหม่มักจะสร้างความได้เปรียบให้กับคนที่ใช้ก่อน

อินเทอร์เน็ตเคยเป็นแบบนั้น Cloud ก็เคยเป็นแบบนั้น รวมถึง Mobile App และ Super App ก็เคยสร้างความแตกต่างให้กับธนาคารและธุรกิจค้าปลีก แต่พอทุกคนเข้าถึงได้ สิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นเรื่องพื้นฐาน

AI กำลังเดินมาทางเดียวกัน

วันนี้บริษัทไหนก็ซื้อหรือดาวน์โหลด AI มาใช้ได้ ดังนั้นการมี AI ไม่ได้แปลว่าเราจะเหนือกว่าคู่แข่ง สิ่งที่ต้องถามจึงไม่ใช่เราใช้ AI หรือยัง แต่คือ ‘เราใช้ AI ทำอะไรที่คนอื่นยังทำไม่ได้’

2. ลงทุน AI มากขึ้น แต่ Business Value ยังไม่ตามมา

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการลงทุนด้าน AI จากระดับผู้บริหารเพิ่มขึ้นถึง 82% 

แต่เมื่อถามว่า ลงทุน AI แล้วธุรกิจได้ผลลัพธ์ชัดเจนและต่อเนื่องหรือไม่ มีเพียง 20% ที่ตอบว่าได้ผล ภาพจึงกลายเป็นว่าองค์กรกำลัง

  • ลงทุน AI มากขึ้น
  • นำ AI มาใช้มากขึ้น
  • เร่ง Deploy มากขึ้น
  • แต่ยังไม่แน่ใจว่า AI สร้างคุณค่าทางธุรกิจตรงไหน

เพราะการใช้ AI กับการสร้างความได้เปรียบเป็นคนละเรื่องกัน

AI อาจช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ถ้าคู่แข่งก็ทำได้เหมือนกัน ความได้เปรียบนั้นก็หายไป

3. สิ่งที่ควรเอามารวมกับ AI คือ ‘ของที่องค์กรมีอยู่แล้ว’

เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือที่ใครก็เข้าถึงได้ สิ่งที่มีค่าและทำให้แตกต่างจึงเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก เช่น

  • ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
  • Data และประสบการณ์ที่สะสมมานาน
  • ความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • คนและความสามารถเฉพาะตัวขององค์กร
  • ความเข้าใจตลาดและบริบทของตัวเอง

AI มีหน้าที่ช่วยให้สิ่งเหล่านี้ทำงานได้ดีขึ้นและขยายได้มากขึ้น ดังนั้นความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ AI เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ AI + สิ่งที่องค์กรมีเฉพาะตัว

4. ถ้ามองประเทศไทย มี 3 อย่างที่ AI เลียนแบบได้ยาก

คุณปฐมา ยกประเทศไทยเป็นตัวอย่าง โดยมองว่ามี 3 จุดแข็งที่น่าสนใจ

  • Industry Depth: ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

ไทยมีฐานความรู้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น Manufacturing, Financial Services, Food และ Agriculture ซึ่งสะสมมานาน ทั้งข้อมูล ประสบการณ์ และความเข้าใจในธุรกิจจริง

  • Trusted System: ความเข้าใจบริบทและความไว้วางใจ

ธุรกิจไม่ได้มีแค่ข้อมูล แต่ยังมีเรื่องของบริบทท้องถิ่น กฎระเบียบ ความสัมพันธ์และความไว้ใจที่สร้างกันมานาน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นได้ด้วยการซื้อ AI หนึ่งตัว

  • Human Experience: ประสบการณ์จากคน

ทั้งการบริการ ความเข้าใจวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์และการสร้างประสบการณ์เฉพาะตัว เป็นอีกจุดที่ประเทศไทยมีศักยภาพ AI ช่วยเสริมสิ่งเหล่านี้ได้ แต่ไม่ได้สร้างขึ้นมาแทนทั้งหมด

5. อย่าใช้ AI แค่ทำธุรกิจเดิมให้เร็วขึ้น

คุณปฐมา เตือนถึงกับดักที่หลายองค์กรกำลังเจอ คือ เอา AI ไปใส่ในกระบวนการเดิม แล้วคิดว่าธุรกิจจะเปลี่ยน

เธอยกตัวอย่างหนังสือพิมพ์ หากนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ แต่ยังทำงานแบบเดิม ขายให้ลูกค้ากลุ่มเดิม และใช้ช่องทางเดิม สิ่งที่ได้ก็เท่ากับแค่เอาเทคโนโลยีมาช่วยให้งานเดิมเร็วขึ้น โดยไม่ได้เปลี่ยนธุรกิจ

AI ก็เหมือนกัน

ถ้าเอา AI มาช่วยเขียนรายงานเร็วขึ้น สรุปข้อมูลเร็วขึ้น หรือทำงานเดิมให้เร็วขึ้น นั่นคือการเพิ่ม Efficiency แต่ไม่ได้หมายความว่าเราได้สร้างธุรกิจรูปแบบใหม่

6. เริ่มที่ ‘โจทย์’ ก่อน แล้วค่อยเอา AI มาช่วย 

วิธีคิดที่คุณปฐมา เสนอคือ อย่าเริ่มจากคำถามว่า ‘AI ทำอะไรได้บ้าง’ ให้เริ่มจาก ‘เราอยากสร้างอะไรให้เกิดขึ้น’

จากนั้นค่อยย้อนกลับมาดูว่า

  • ต้องเปลี่ยนกระบวนการอะไร
  • คนต้องทำงานแบบไหน
  • AI ควรเข้ามาช่วยตรงไหน
  • ผลลัพธ์ที่ได้จะต่างจากเดิมอย่างไร

เป้าหมายไม่ใช่แค่เอา AI มาปั่นงานให้ไวขึ้น แต่ต้องดูว่ามันช่วยสร้างผลลัพธ์ใหม่ๆ ให้เราได้จริงไหม 

7. ยิ่ง AI ทำได้มาก ‘ทักษะความเป็นผู้นำ’ ยิ่งสำคัญ

AI ในวันนี้ช่วยหาข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอทางเลือกได้มากขึ้น แต่สุดท้ายยังมีเรื่องที่ AI ตัดสินใจแทนผู้นำไม่ได้ทั้งหมด นั่นคือ Judgment

พอทุกคนมีอะไรก็ถาม AI แล้วได้คำตอบในทันที สิ่งที่ต่างกันจึงไม่ใช่ใครมีข้อมูลมากกว่า แต่คือใครรู้ว่า

  • ควรเลือกอะไร
  • ควรเสี่ยงในเรื่องอะไร
  • อะไรควรทำ
  • อะไรไม่ควรทำ

เพราะฉะนั้นยิ่ง AI ทำได้มาก บทบาทของผู้นำในการตัดสินใจก็ยิ่งสำคัญ

9. ไม่ต้องวิ่งตามทุกโอกาสที่ AI สร้างขึ้น 

AI ทำให้เกิดโอกาสใหม่เยอะมาก แต่ไม่ได้แปลว่าทุกองค์กรต้องทำทุกอย่าง

คุณปฐมาเสนอ 3 คำถามที่ใช้ดูว่าองค์กรมี ‘Right to Lead’ ในเรื่องนั้นหรือไม่

  • เราเข้าใจลูกค้าและตลาดมากพอหรือยัง
  • เรามีความสามารถอะไรที่คนอื่นทำไม่ได้
  • ลูกค้า คนในองค์กร และสังคมเชื่อใจให้เราเป็นผู้นำในเรื่องนี้ไหม

ถ้าคำตอบยังไม่ชัด ก็อาจไม่ใช่สนามที่องค์กรต้องรีบลงไปแข่ง

10. ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่มี AI แต่อยู่ที่ ‘เอา AI ไปใช้ทำอะไร’

สุดท้ายแล้ว AI อาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบ เพราะตอนนี้ทุกคนใช้ได้เหมือนกัน แต่ สิ่งที่เราเอามารวมกับ AI อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบได้

บริษัทแต่ละแห่งมีของไม่เหมือนกัน ทั้งคน ลูกค้า ข้อมูล ความเชี่ยวชาญและจุดยืนทางการตลาด  

เมื่อเอาสิ่งเหล่านี้มารวมกับ AI ผลลัพธ์จึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่เราควรใช้ AI กับธุรกิจมากหรือเปล่า

แต่ควรเป็น ‘เราจะใช้ AI ทำอะไรที่มีแค่เราเท่านั้นที่ทำได้’ 

เพราะฉะนั้นน่าคิดเหมือนกันว่าถ้าเราอาจจะเลิกวิ่งตามกระแส AI เพียงเพราะทุกคนทำ แล้วกลับมาหาว่าองค์กรของเรามีอะไรที่คนอื่นไม่มี หาจุดแข็งของตัวเอง แล้วใช้ AI ขยายสิ่งนั้นให้เป็นความได้เปรียบ 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SCBX เปิดตำรา 3-Layer AI Roadmap คีย์ลัดแก้ปัญหาการใช้ AI ซ้ำซ้อนที่องค์กรใหญ่เจอทุกที่

ทำอย่างไรให้ AI ไม่ใช่แค่โครงการทดลอง? สรุปยุทธศาสตร์ AI-First จาก SCBX พร้อมวิธีปรับทัศนคติคนในองค์กร และการวัดผล ROI ทางธุรกิจให้เกิดผลจริง...

Responsive image

เจาะเรื่อง AI Native ครั้งแรก จากปากของ Dr. Kai-Fu Lee เมื่อ “สติปัญญา” กลายเป็นของฟรี ที่ใคร ๆ ก็มีและเอาไปใช้ต่อยอดได้

สรุปคีย์โน้ต Kai-Fu Lee ใน Techsauce Global Summit 2026 ถอดรหัสหนังสือ AI Native เจาะลึกการปรับโครงสร้างองค์กรยุคใหม่ รู้จัก DRI และทางรอดคนทำงานเมื่อสติปัญญากลายเป็นของฟรี...

Responsive image

DeepSeek ลดราคา API เสาร์ อาทิตย์ ถูกลงครึ่งหนึ่ง แต่วันทำงานยังคิดราคาแบบเดิม

DeepSeek เลิกแยกช่วงพีคในวันเสาร์อาทิตย์ คิดค่าเรียกใช้ API ในเรตช่วงเวลาไม่พีคตลอดทั้งวัน มีผลตั้งแต่ 23 สิงหาคม 2026 หลังปรับโครงสร้างราคาใหม่พร้อมเปิดตัว V4 Pro เมื่อสัปดาห์ก่อน...