
Microsoft เปิดรายงาน Work Trend Index 2026 สำรวจคนทำงาน 20,000 คนใน 10 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้
ภาพรวมการใช้ AI ของคนทำงานทั่วโลกและประเทศไทย
- 49% ของผู้ใช้ Microsoft Copilot ทั่วโลกใช้ AI ช่วยคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ ไม่ได้ใช้แค่หาข้อมูล
- งานที่คนใช้ AI มากที่สุด คือช่วยแก้ปัญหาและตัดสินใจในงานสำคัญคิดเป็น28%
- 32% ของคนทำงานในไทยจัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้ AI ขั้นสูงหรือ Frontier Professionals ซึ่งถือว่าตื่นตัวมาก เพราะสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 2 เท่า
- 89% ของคนไทยมีสไตล์การทำงานที่ใช้ AI เป็น ‘สารตั้งต้น’ ก่อนนำไปคิดและต่อยอดด้วยไอเดียของตัวเอง
- 86% ของกลุ่ม Frontier Professionals ยืนยันว่า AI ช่วยให้สร้างสรรค์งานหรือไอเดียใหม่ ๆ ที่เมื่อก่อนทำไม่ได้
ทักษะที่คนไทยยังตามหลังเพื่อนบ้านในอาเซียน
- 53% ของคนไทยมองว่าการเช็กคำตอบของ AI สำคัญเทียบกับอินโดนีเซียและเวียดนามที่อยู่ที่ 60%
- มีคนไทยแค่ 45% ที่มองว่า 'การคิดวิเคราะห์' เป็นเรื่องสำคัญเวลาทำงานกับ AI ซึ่งถือว่าน้อยจนรั้งอันดับสุดท้ายของภูมิภาค ตามหลังฟิลิปปินส์ 65% และอินโดนีเซีย 62%
- คนทำงานไทยยังให้ความสำคัญกับการคิดวิเคราะห์และการตรวจจสอบความถูกต้องน้อยกว่าเพื่อนบ้าน
คนทำงานพร้อมใช้ AI แต่องค์กรยังติดกับวิธีทำงานแบบเดิม
ไมโครซอฟท์พบปัญหาว่าพนักงานกับระบบบริษัทเดินไม่พร้อมกัน พอมีใครเจอวิธีใช้ AI ทำงานจนเวิร์ก ความรู้นั้นก็กระจุกอยู่แค่กับตัวบุคคล ไม่ได้ถูกนำมาต่อยอดเป็นมาตรฐานของบริษัท
- 51% ของพนักงานมองว่าผู้บริหารมีทิศทางเรื่อง AI ชัดเจนตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% และยังชนะเวียดนามกับอินโดนีเซีย
- 1 ใน 3 ของผู้บริหารไทยพร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานทดลองใช้ AI ทำอะไรใหม่ๆ
- 85% แอบกังวลว่าตัวเองจะตามเทคโนโลยี AI ไม่ทัน สูงกว่าโลกที่กังวลที่ 65%
- 60% เลือกใช้ AI แบบ play safe เอามาช่วยแค่งานรูปแบบเดิม เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่าไปเสี่ยงเปลี่ยนวิธีทำงานใหม่ โดยที่บริษัทยังไม่มีแผนรองรับ
- 8 ใน 10 ของหัวหน้างานเปิดกว้างพร้อมให้ทีมทดลองใช้ AI หาวิธีทำงานใหม่ๆ แต่มีแค่ 2 ใน 10 ของทีมเท่านั้นที่พอทดลองจนเวิร์กแล้วเอาวิธีนั้นมาเขียนเป็น ‘มาตรฐานของบริษัท’ ทำให้ทริคการทำงานดี ๆ กระจุกรู้กันอยู่แค่ในทีมตัวเองไม่ได้ถูกดึงไปขยายผลให้คนทั้งองค์กรใช้ตาม
ไมโครซอฟท์แนะนำว่าหากองค์กรอยากใช้ AI ให้เกิดประโยชน์จริง ต้องเปลี่ยนวิธีทำงานไปพร้อมกัน โดยให้ AI ช่วยจัดการงานประจำ ส่วนพนักงานรับหน้าที่คิด วิเคราะห์ และตรวจสอบผลลัพธ์ จากนั้นนำวิธีทำงานที่ได้ผลมารวบรวมเป็น Owned Intelligence หรือองค์ความรู้ขององค์กร ไม่ให้ความรู้ติดอยู่แค่กับคนหรือทีมใดทีมหนึ่ง พร้อมพัฒนาทักษะของพนักงาน เปิดโอกาสให้ใช้ AI กับงานจริง และนำสิ่งที่เรียนรู้จากการใช้งานมาปรับกระบวนการทำงานของทั้งองค์กร ภายใต้การใช้งานที่ปลอดภัยและโปร่งใส