ทุก ๆ ต้นปี โลกมักจะเดินทางมาบรรจบกันที่หมู่บ้านเล็กๆ บนเทือกเขาสูงอันหนาวเหน็บของสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Davos เพื่อชมบทสนทนาสำคัญ แนวคิดพลิกโลก และวิสัยทัศน์แห่งอนาคตจากเหล่าผู้นำระดับโลก ทว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ระหว่างวันที่ 23–25 มิถุนายน 2026 ศูนย์กลางความสนใจของเวทีโลกกำลังจะย้ายมายังเอเชีย สู่เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุมใหญ่ Annual Meeting of the New Champions หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Summer Davos
ก่อนที่นักธุรกิจ นักลงทุน และทีมงาน Techsauce จะลงสนามจริงเพื่อเสิร์ฟรายละเอียดเชิงลึกแบบจัดเต็มตลอดทั้งสัปดาห์นี้ เราขอพาทุกท่านมาอุ่นเครื่องกันสักนิด ด้วยการพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานระดับโลกที่เราแทบไม่เคยเห็นมาก่อน มาดูกันว่าจากอาคารคอนกรีตที่ว่างเปล่า พวกเขาเนรมิตพื้นที่แห่งบทสนทนาที่ขับเคลื่อนโลกได้อย่างไร

ชายผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบประสบการณ์ทั้งหมดนี้คือ Severin Podolak (Head of Event Management and Operations, World Economic Forum) แม้ว่าชื่อของเขาจะแทบไม่เคยปรากฏบนหน้าสื่อหรือบนเวทีเสวนา แต่ทุกตารางนิ้วที่ผู้นำโลกก้าวเดิน ล้วนผ่านการคิดและออกแบบอย่างพิถีพิถันจากเขาและทีมงาน
เราเชื่อว่าอิมแพ็คที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากการเชื่อมโยงของผู้คน หน้าที่ของเราคือการสร้างพื้นที่เพื่อคอนเนคพวกเขาเข้าด้วยกัน
Severin กล่าว
การจะทำเช่นนั้นได้ ไม่ใช่เรื่องของการนำเก้าอี้มาวางเรียงกันแล้วจบ เบื้องหลังฉากหน้าที่หรูหรา คือหยาดเหงื่อของทีมงานกว่า 2,000 ชีวิต ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาตลอด 28 วันเต็มใน Congress Center เพื่อเนรมิตพื้นที่หลัก 3 โซน ได้แก่ Congress Center, Kurpark Village และ Ice Village

โจทย์ใหญ่ของพวกเขาคือ การเนรมิตอาคารที่มีอายุมากกว่า 50 ปีให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนพูดคุย ซึ่งการจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทั้งหมดเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาทำได้คือการใช้ Zoning หรือการจัดโซนพื้นที่อย่างชาญฉลาด ทุกเส้นทางถูกคำนวณมาแล้วว่า ผู้เข้าร่วมงานจะต้องใช้เวลาเดินจากจุด A ไปจุด B ให้น้อยที่สุด เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการหลงทาง แต่เอาเวลาอันมีค่าเหล่านั้นไปหยุดทักทาย แลกเปลี่ยนนามบัตร และพูดคุยกันแทน

คุณเคยสังเกตไหมว่าทำไมบางสถานที่ถึงทำให้เราอยากนั่งคุยกันนาน ๆ? นั่นคือสิ่งที่ทีมงาน WEF ใส่ใจเป็นพิเศษ
เนื่องจากอากาศภายนอกที่ดาวอสที่สวิตเซอร์แลนด์นั้นหนาวเย็นติดลบ การออกแบบภายในจึงถูกกำหนดให้ต้องมอบความรู้สึกอบอุ่นและพร้อมต้อนรับทุกคน โทนสีและแสงไฟถูกปรับให้ไม่สว่างจ้าจนเกินไป เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีการสร้างความหลากหลายของพื้นที่ เพื่อรองรับจังหวะอารมณ์ที่ต่างกัน มีทั้งโถงกว้างที่ดูคึกคักมีชีวิตชีวา ไปจนถึงมุมสงบเงียบที่ออกแบบมาเพื่อการจับเข่าคุยธุรกิจแบบเป็นส่วนตัว
และสำหรับห้องประชุมกว่า 500 เซสชันตลอดทั้งงาน พวกเขาไม่ได้จัดห้องแบบ One-size-fits-all แต่ห้องจะถูกปรับแต่งตามรูปแบบและเป้าหมายของเซสชันนั้น ๆ อาทิ
แม้แต่ตามโถงทางเดินก็ยังถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าแค่ทางผ่าน ทีมงานจงใจจัดวางเฟอร์นิเจอร์หรือชิ้นงานนิทรรศการที่จับต้องได้ไว้ตามจุดตัดต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้คนหยุดดู และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบทสนทนาและการพบปะโดยบังเอิญที่มักนำไปสู่ดีลธุรกิจระดับโลก
เมื่อเวทีระดับโลกต้องต้อนรับแขก VIP ความพรีเมียมจึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ในขณะเดียวกันความยั่งยืนก็คือแกนหลักของการทำงานที่ละทิ้งไม่ได้
Severin เล่าว่าวัสดุหลักที่ใช้เนรมิตงานคือ ไม้และผ้า ซึ่งเป็นทรัพยากรหมุนเวียนที่เติบโตได้ พวกเขาใช้กฎการจัดการวัสดุอย่างเคร่งครัด นั่นคือ 70% ของโครงสร้างทั้งหมดจะถูกพับเก็บและฝากไว้ในโกดังท้องถิ่นเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ในปีหน้า ส่วนอีก 30% ที่จำเป็นต้องใช้ของใหม่ พวกเขาจะใช้วิธีเช่าให้มากที่สุด แต่หากมีชิ้นงานไหนที่ต้องสั่งทำพิเศษ ชิ้นงานนั้นจะต้องถูกออกแบบให้มีความทนทาน และต้องถูกนำมาใช้ซ้ำให้ได้อย่างน้อย 5-8 ปี

และสิ่งที่สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์มหาศาลที่สุดในงานอีเวนต์ระดับโลกก็คือ การเดินทางของผู้มาร่วมงาน นั่นทำให้ทีมงานของ WEF แก้ปัญหานี้ด้วยการประกาศจ่ายค่าตั๋วรถไฟให้ผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางภายในสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมจัดเตรียมรถชัตเติลบัสที่วิ่งให้บริการฟรี 4 สาย ซึ่ง 95% ของรถเหล่านี้คือรถยนต์ไฟฟ้า หรือไฮบริด ความทุ่มเทยังไม่จบแค่นั้น พวกเขาถึงขั้นร่วมมือกับบริษัทรถไฟท้องถิ่น เพื่อสร้างสถานีรถไฟชั่วคราว ขึ้นที่หน้า Congress Center เพื่อขนส่งผู้คนจำนวนมหาศาลเข้าสู่งานโดยไม่สร้างปัญหาการจราจรติดขัดให้เมือง
ท่ามกลางวงเสวนาที่ผู้นำระดับโลกกำลังถกเถียงกันถึงทิศทางอนาคตของปัญญาประดิษฐ์... ในเบื้องหลังของงาน WEF เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หัวข้อสนทนาอีกต่อไป แต่ AI ได้ถูกดึงเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในทีมงานตัวจริง ที่คอยขับเคลื่อนประสบการณ์ในดาวอสให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สิ่งแรกที่ Severin เล่าคือ หากเดินผ่านสตูดิโอพอดแคสต์ Davos on Air จะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของงานไม้สไตล์แชเลต์ที่ตัดกับความหนาวเย็นของเทือกเขาแอลป์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังความลงตัวนี้เกิดจากการที่ทีมงานลองให้ AI ช่วยคราฟต์ไอเดียการออกแบบและจัดวางพื้นที่ จนได้ Vibeที่เชิญชวนให้แขกรับเชิญระดับโลกกระเถิบเข้ามานั่งใกล้กัน และรู้สึกผ่อนคลายราวกับกำลังนั่งผิงไฟจิบกาแฟพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง
หรือครัวสเกลยักษ์ที่ต้องเสิร์ฟอาหารให้ผู้นำโลกตลอดทั้งวัน AI ถูกนำมาใช้เป็นผู้สังเกตการณ์ที่คอยวิเคราะห์ปริมาณอาหารที่เหลือทิ้งในแต่ละมื้อ เพื่อนำดาต้ากลับไปปรับจูนเมนูและกะเกณฑ์วัตถุดิบในวันรุ่งขึ้นอย่างแม่นยำ
ประสบการณ์ระดับโลกทั้งหมดนี้ กำลังจะถูกนำมาใช้ที่เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน กับงาน Annual Meeting of the New Champions ในสัปดาห์นี้
นอกจากสถานที่จัดงานริมทะเลที่สวยงามแล้ว ไฮไลต์ของปีนี้คือการนำคอนเซปต์ The Hubs มาใช้ นี่คือพื้นที่เปิดโล่งขนาดเล็กกลางงาน ที่เปิดโอกาสให้คนที่เดินผ่านไปมาสามารถหยุดฟัง และยกมือถามผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง ซึ่งเข้ากับเป้าหมายของงานปีนี้ที่เน้นขับเคลื่อนเรื่องเทคโนโลยีและระบบนิเวศผู้ประกอบการในเอเชีย
เตรียมตัวรับอินไซต์และเกาะติดทุกเทรนด์สำคัญจากเวที Annual Meeting of the New Champions (23-25 มิถุนายน 2026) ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ได้ที่ Techsauce
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด