Self-made มากมายที่ถูกถ่ายทอดเรื่องราวโดย Techsauce ในรอบปี 2019 ด้วยหวังว่าเขาหล่านั้นจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นดังบทเรียนฉบับย่อให้กับผู้คนที่ฝันอยากจะสร้างตัวจากการทำธุรกิจในสักวันหนึ่ง ดังที่เราตั้งใจไว้ ในครั้งนี้จึงรวบรวมและคัดเลือกเจ้าของกิจการบางส่วนที่ประสบความสำเร็จ จนธุรกิจหรือแม้แต่ brand ที่แจ้งเกิดสามารถสร้างชื่อจนโด่งดังมานำเสนอ เพื่อตอกย้ำถึงแนวคิดและกลยุทธ์ที่พลิกให้รอดพ้นจากจังหวะที่พลาดพลั้งจนกลายเป็นผู้ชนะ 

Adventurer

self-made-brand-ceoวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีโอแอลผู้กล้าแห่งโลกธุรกิจที่เป็นแรงบันดาลใจของคนมากมายดังเช่น วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีโอแอล (COL) ที่กล้าวางเดิมพันกับธุรกิจรูปแบบใหม่อย่าง catalog sales สำหรับการค้าอุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียนจนทำให้แบรนด์ OfficeMate เลื่องชื่อ   กระทั่งเนื้อหอมจนเป็นที่สนใจของกลุ่มค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Central Group ซึ่งนำไปสู่การรวมกิจการขึ้นใหม่ในร่าง COL ในปัจจุบัน

หลายต่อหลายครั้งที่วรวุฒิได้แบ่งปันวิชาที่ตัวเขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้เป็น Self-made ตลอดจนแจกจ่ายคำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่นักสู้บนโลกธุรกิจในปัจจุบัน ทั้งในมุมความเชื่อเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งขัน  อีกทั้งกลยุทธ์การบริหารคนให้มีประสิทธิภาพ ด้วยหลักการควบคุมและตรวจสอบให้ดีเสียก่อน ซึ่งมีรากฐานจากระบบบัญชีเดียวที่ถูกต้องเพื่อให้รู้เท่าทันสุขภาพของธุรกิจได้จริง 

โดยทั้งสองจุดนั้นคือไม้เด็ดที่ช่วยให้กิจการขนาดเล็กในอดีตสามารถเปลี่ยนเกมจนชนะคู่แข่งยักษ์ใหญ่ได้ อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เป็น  Self-made ที่คว้าชัยได้คือ ‘การบริหารความล้มเหลว’ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการบริหารความสำเร็จ เพราะบริหารความล้มเหลวไม่เป็นก็สำเร็จไม่ได้ ตามที่วรวุฒิได้กล่าวไว้

Passion

self-made-brand-ceoโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอ็ม วิชั่น

แม้ล่าสุด MVP หรือ บมจ.เอ็ม วิชั่น ในฐานะผู้บุกเบิกงาน Mobile Expo ของไทย ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ จากที่ผู้ถือหุ้นบางส่วนของบริษัทได้ขายหุ้นให้แก่ สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 1 ของบมจ. คอมเซเว่น (COM7) กว่า 12% หรือจำนวน 24 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.5 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด 36 ล้านบาท ซึ่งทำให้สุระกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งของ MVP

ทว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก็ไม่ได้สั่นคลอนต่อสถานะและจิตวิญญาณของการเป็นผู้สร้างกิจการที่มุ่งมั่นของ โอภาส เฉิดพันธุ์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง MVP ที่มีความลุ่มหลงหรือ passion อย่างแรงกล้าต่อการทำธุรกิจสื่อก่อนกลายเป็นผู้จัดงานมือทองนับแต่แรกเริ่มที่สร้างกิจการจนถึงวันนี้ 

ที่แม้จะริเริ่มจาก Thailand Mobile Expo แต่ก็เติบโตขึ้นเป็นธุรกิจ service provider แบบครบวงจรที่เกี่ยวเนื่องกับโทรศัพท์มือถือ ตลอดจนการท่องเที่ยวและกีฬา กระทั่งต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ด้วยการลงทุนในลักษณะ JV และบริษัทย่อย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โอภาสได้เรียนรู้จากอุปสรรคในการทำธุรกิจมาตลอด 20 ปี คือ “มองไปข้างหน้า เพื่อเตรียมแผนสองเสมอ เพราะเมื่ออยู่ในจุดที่กำลังสบายเป็นสัญญาณที่บอกว่าปัญหากำลังจะมาเร็ว ๆ นี้”

Innovation and Inventiveness

self-made-brand-ceoทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ (asap) 

เจ้าของกิจการผู้ผันจากเส้นทางค้ารถญี่ปุ่นในจังหวัดพิษณุโลกมาสร้างโอกาสใหม่ ซึ่งเกิดจากทิศทางที่องค์กรธุรกิจต่างชะลอการซื้อรถมาครอบครอง ขณะที่กระแส Car Sharing ขยายวงกว้างขึ้น จากปัจจัยที่ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป รวมถึงที่ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวของประเทศด้วย

ด้วยเหตุนี้ทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ (asap) จึงเลือกพลิกสู่กิจการถเช่าเพื่อจะทำให้บริษัทสามารถรักษาฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องยิ่งกว่าการเป็นเพียง dealer อีกทั้งมองว่าธุรกิจให้เช่ารถจะเปิดกว้างมากขึ้นด้วยการนำนวัตกรรมมาเป็นรากฐานของการพัฒนาธุรกิจ กระทั่งเกิดเป็น asap GO ที่จะช่วยเพิ่มรายได้จากกลุ่มลูกค้ารายย่อยให้เติบโตขึ้น อีกทั้งแตกยอดธุรกิจใหม่ในรูปแบบแฟรนไชฺส์ asap AUTO PARK ที่ทั้งให้เช่าและขายรถมือสองไปทั่วไทย

ต้องยอมรับว่าการสร้างนวัตกรรม ที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทรงวิทย์หลุดจากกำดักค่านิยมการต้องการครอบครองรถที่น้อยลงของผู้บริโภค และคว้าโอกาสจากกระแส Car Sharing ที่เติบโตได้อย่างดี เพื่อทำให้เป็นผู้ให้บริการด้านรถเช่าแบบครบวงจรที่เทียบได้กับผู้ให้บริการ mobility solution

Self-determination

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง Bitkub และ Group CEO แห่ง Bitkub Capital Group Holdings Co.,Ltd.

หากมองหาผู้ที่บุกเบิกในธุรกิจ Crypto Currency ที่มีความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนและไม่หวั่นไหวต่อกระแสแง่ลบนับแต่วันที่เริ่มสร้างกิจการของตน ต้องมีชื่อ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง Bitkub และ Group CEO แห่ง Bitkub Capital Group Holdings Co.,Ltd. ขึ้นเป็นอันดับแรก 

แต่กว่าจะมายืนอยู่ ณ จุดนี้ ตัวเขาเคยแอบนอกลู่นอกทางไปบ้างเมื่อครั้งเป็นวัยรุ่นก่อนเข้าสู่เส้นทางนักศึกษาผู้มุ่งมั่น ที่ต้องพลิกบทเรียนจากความผิดพลาดให้ก้าวข้ามอุปสรรค จนสามารถคว้าปริญญาโทจาก University of Oxford กระทั่งถูกมนตราของ Bitcoin ดึงดูดให้เลือกสร้างกิจการ Startup ที่ได้รับเงินลงทุนระดับ seed fund สูงสุดในประวัติศาสตร์ไทย ก็ต้องผ่านแรงเสียดทานจากกระแสโจมตีและภาพลักษณ์ด้านลบของธุรกิจมาไม่น้อยกว่าจะแกร่งขึ้นจนถึงวันนี้ ที่เขาออกตัวว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ตั้งใจไว้

กระนั้น จิรายุส ก็มีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าการจะเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จได้นั้นควรมีคุณสมบัติหลัก 3 ข้อ หนึ่งคือต้องรับมือกับอุปสรรคต่าง ๆ ได้ สองคือต้องเชื่อและยึดมั่นใน vision ของตัวเองอย่าให้คนที่ไม่ได้รู้จริงมาทำให้ไข้วเขว และสามคือต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ยิ่งตอนนี้มีเรื่องใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาและเร็วขึ้นอย่างมาก

Perseverance

นำชัย  สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกลุ่มบริษัท โชคนำชัย จ.สุพรรณบุรี

Innovation คือเมล็ดพันธ์ที่งอกงามขึ้นเป็นกิจการ Self-made อย่างกลุ่มบริษัท โชคนำชัย แห่ง จ.สุพรรณบุรี ที่สร้างโดยนำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย อดีตช่างซ่อมรถยนต์ที่จบการศึกษาเพียงป.4 ผู้ซึ่งมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน และหมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ได้รับโอกาสสร้างกิจการของตัวเองขึ้นและประสบความสำเร็จ จนเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ผลิตแม่พิมพ์รถยนต์คุณภาพสูงและวางใจได้ในแง่การส่งมอบที่ตรงเวลา จากค่ายรถยนต์ต่างประเทศในเวลาต่อมา 

แม้แต่ทุกวันนี้ที่นำขัยจะอายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว ก็ยังไม่หยุดฝันใหญ่เดินหน้าปั้น Sakun C ให้เป็น brand จากฝืมือคนไทยที่เลื่องชื่อ โดยแจ้งเกิดจากผลิตภัณฑ์เรืออลูมิเนียมก่อนต่อยอดสู่รถโดยสาร และตู้รถไฟระบบรางคู่ พร้อมมองการณ์ไกลนำบริษัทสู่กิจการมหาชนในอนาคต 

อย่างไรก็ตามนำชัยเชื่อว่า ‘คน’ เป็นอีกหนึ่งตัวแปรแห่งความสำเร็จของทุกกิจการ เพราะไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่ถ้าคนขาดศักยภาพที่จะมุ่งมั่นเรียนรู้และวางเป้าหมายในชีวิต ก็คงไม่อาจร่วมกันนำพาองค์กรก็ให้พัฒนาต่อได้ 

นำชัยฝากคำแนะนำถึงบรรดาผู้ที่ต้องการเป็นหนึ่งใน Self-made ที่ประสบความสำเร็จว่านอกจากไม่กลัวที่จะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ แล้วยังต้องเตรียมเงินสำรองไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ ตลอดจนการมีพันธมิตรที่ดีและมีมุมมองที่แตกต่างก็จะส่งเสริมให้กิจการที่เราสร้างไว้ไปได้ไกลยิ่งขึ้นได้

Achievement emphasis

วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด

นักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตา ซึ่งพลิกผันให้เด็กชายวัย 14 ปีที่เคยอยู่ในครอบครัวที่สุขสบายต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่บ้านล้มละลาย ดังเช่นที่วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด ต้องประสบ จึงเป็นที่มาให้ตัวเขามีคำมั่นกับตัวเองว่าต้องสร้างกิจการให้ประสบความสำเร็จและเติบโตกว่าที่พ่อของเขาเคยทำไว้ให้ได้เมื่อถึงวัย 30  ปี 

โดยเขาเริ่มต้นจากการรับจ้างผลิตชุดเครื่องแบบก่อนจะเห็นโอกาสกับธุรกิจเสื้อผ้ากีฬาที่สามารถคว้าลิขสิทธิ์ชุดฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งให้แบรนด์ Warrix เป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงในวงกว้าง จนล่าสุดกำลังคว้าดีลเสื้อฟุตบอลสโมสรใน J1 League 

ทั้งนี้วิศัลย์ยังไขว่คว้าความสำเร็จในอีกระดับ โดยเลือกทำ Business Transformation เพื่อให้กิจการไปต่อและสร้างยอดขายบนโลก online ดังเป้าหมาย 50% ของยอดขายรวม พร้อมปักธงที่จะเป็นผู้นำของตลาด ASEAN ภายใน 5 ปี

ท้ายสุดวิศัลย์ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ฝันจะสร้างกิจการของตัวเองว่า ให้เริ่มหาประสบการณ์ในฐานะลูกจ้างขององค์กรต่าง ๆ ก่อน เพื่อจะได้ค้นหาตัวเองว่าชอบอะไรหรือเชี่ยวชาญในเรื่องใด แล้วค่อยตัดสินใจก่อตั้งกิจการของตัวเอง เพราะหากไม่มี passion ก็คงทำไปไม่รอด แต่จุดสำคัญที่วิศัลย์ย้ำว่าต้องการฝากไว้สำหรับคนที่ต้องการเป็น self-made คือ “คนที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องไม่ยึดความโลภเป็นที่ตั้ง

Relationships and Partnership

อมร-ธวัชชัย พุฒิพิริยะ ผู้ก่อตั้ง บมจ.ธนพิริยะ

'ร้านธนพิริยะ' เป็นที่รู้จักกันอย่างดีของชาวจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือของประเทศไทย จึงสามารถครองตลาดโซนดังกล่าวได้อย่างเข้มแข็ง ผ่านการสร้างสายสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับคนในท้องถิ่น 

โดยเฉพาะแนวทางที่ทำให้ลูกค้ามองว่า ถ้าจะซื้อของต้องมาที่ ‘ธนพิริยะ’ จึงดึงดูดด้วยการสร้างทั้งความประทับใจ สร้างความเชื่อมั่น และให้เกิดความไว้ใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นจุดเหนือที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกอย่าง Supermarket หรือร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กที่คู่สามีภรรยา ธวัชชัย - อมร พุฒิพิริยะ ผู้ก่อตั้ง บมจ.ธนพิริยะ สามารถรับมือการแข่งขันกับบรรดาผู้เล่นปลาใหญ่ได้รอดปลอดภัยจนถึงวันนี้ 

รวมถึงด้วยกลยุทธ์ปรับโฉมร้านโชห่วยธรรมดาให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด ตลอดจนให้ความสำคัญกับการทำระบบบัญชีที่ถูกต้องและโปร่งใสมาตลอด ทำให้จากร้านแรกเมื่อปี 2550 สามารถเติบโตและกระจายไปตั้งตามอำเภอต่าง ๆ ทั้งในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง จนล่าสุดขยายแล้วถึง 29 สาขา 

แม้ Supermarket ชื่อดังแห่งเมืองเหนือไม่ได้เดือดร้อนในเรื่องเงินทุน แต่ก็เลือกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อปี 2558 ด้วยผู้ก่อตั้งมองว่าจะนำมาสู่ระบบการจัดการที่ดี เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่ต้องการมุ่งเป็นบริษัทอยู่เกินร้อยปี

Going beyond expectations

ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์อดีตเด็กกวาดลานมันสำปะหลัง ผู้ที่คิดการใหญ่ด้วยการนำยางพารามาปลูกในพื้นที่ภาคอีสานเป็นครอบครัวแรกเมื่อปี 2527 นับเป็นหนึ่งในแนวคิดเหนือความคาดหมายของใครหลายคนในเวลานั้น ที่มองว่าภาคใต้เท่านั้นคือพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกยางพารา คือเรื่องราวของชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ (์NER) 

จากก้าวแรกในวันนั้น เป็นการจุดประกายให้ชาวบ้านคนอื่น ๆ เห็นว่าการปลูกมันสำปะหลังในถิ่นอีสานสามารถทำได้จริง จึงกลายเป็นวิถีการเกษตรที่แพร่หลายในเวลาต่อมา ซึ่งหลายครอบครัวต่างทำรายได้จากการกรีดยางกันมากมายในเวลาต่อมา

แต่จากเดิมที่ครอบครัวนำยางพาราที่กรีดได้ไปขายที่จังหวัดระยองแต่ต้องเผชิญการถูกกดราคา ชูวิทย์จึงเริ่มหาทางออกที่เริ่มจากศึกษาและเรียนรู้ธุรกิจแบบครูพักลักจำมา และลงไปดูงานเพิ่มเติมที่ภาคใต้ เพื่อขอคำแนะนำจากผู้รู้ และกลับมาเปิดโรงงานที่ภาคอีสาน ในนาม บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ เมื่อปี 2549 ซึ่งดำเนินธุรกิจยางพารา โดยผลิตยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางผสม เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ  จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และอินเดีย เป็นต้น

กระนั้นเคล็ดลับของการเป็น Self-made ที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ตัวเขามองว่าคือ เมื่อคิดแล้วก็ต้องลงมือทำทันทีโดยไม่ต้องรอให้รู้ซึ้งถึง 100% ก่อน เพราะระหว่างทางต่างต้องเจอปัญหาอยู่ดี เพราะหากช้าไปอาจถูกคนอื่นแย่งไปทำก่อน ตลอดจนต้องมีความจริงใจและให้ความเป็นเพื่อนกับทุกคน 

Competitive Aggressiveness

ทรงพล ชัญมาตรกิจ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีวีไดเร็ค

TV Direct ถือเป็น brand ยืนหนึ่งจนกลายเป็นตำนานท่ามกลางคู่แข่งในธุรกิจ TV Shopping และ Home Shopping ทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ  ด้วยฝีมือของ ทรงพล ชัญมาตรกิจผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีวีไดเร็ค ที่ปลุกปั้นธุรกิจด้วยกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการซื้อสินค้าจนสามารถครองใจผู้บริโภคได้สำเร็จ

ตามที่ตัวเขายืนยันว่าในโลกธุรกิจวันนี้การแข่งขันไม่ได้เฉือนเอาชนะกันที่ตัวผลิตภัณฑ์ หากแต่ขึ้นกับว่าผู้เล่นรายใดดูแลลูกค้าได้ดีกว่ากัน ซึ่งเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนให้ TV Direct ยังครองใจลูกค้าได้อยู่นั้น ประกอบขึ้นจากหลายแนวทาง 

ตั้งแต่การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อให้สามารถล่วงรู้ได้ว่าทีมงานของบริษัทดูแลลูกค้าได้ดีเพียงใด นอกจากนี้ยังปรับกระบวนการต่าง ๆ ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด จึงเป็นที่มาของวางโครงสร้างธุรกิจแบบ Omnichannel เพื่อให้สุดท้ายแล้วลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำนั่นเอง เช่นเดียวกับที่มีการปรับภาพลักษณ์ของ brand เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่อายุต่ำกว่า 35 ปีลงมาด้วย

โดยทรงพลทิ้งท้ายถึงความสำเร็จในการสร้างกิจการว่า สำหรับตัวเขาคือ Passion เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เมีพลัง มีความอดทนได้สูงมาก จนสามารถทำให้มีความบันเทิงบนความเศร้าได้ รวมถึงมีมุมมองที่แตกต่างบนความล้มเหลว และมีความสุขบนความสำเร็จ ซึ่งทุกวันนี้แม้ผ่านมา 20 ปีแล้วยังคงอยากมาทำงานอยู่เสมอในทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา และไม่เคยรู้สึกเบื่อ

Proactiveness

ชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด แม้ ชาคริต ทีปกรสุขเกษม ผู้ก่อต้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (CPanel) จะเริ่มต้นเข้าสู่วงจรธุรกิจด้วยการช่วยงานในกิจการของครอบครัวคือ บมจ.ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี ก่อน แต่เมื่อเล็งเห็นโอกาสในการทำธุรกิจผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete Wall Panel) จึงทำให้เลือกเดินหน้าสู่เส้นทาง Self-made ด้วยการก่อตั้งธุรกิจของตัวเองแทน 

จากมุมมองที่ว่านอกเป็นธุรกิจที่สามารถต่อยอดความเชี่ยวชาญจากการผลิตคอนกรีตแบบดั้งเดิมได้แล้ว ทว่ายังพลิกให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่สามารถสร้างเติบโตในตลาดใหม่ที่คู่แข่งน้อยก่อนจะต้องเผชิญกับการถูก disrupt 

ทั้งนี้ด้วยความที่ CPanel เป็นกิจการที่ยังไม่เติบใหญ่ ทำให้เจ้าของกิจการอย่างชาคริตต้องพร้อมขยับตัวเพื่อให้สามารถรุกไปข้างหน้าก่อนผู้เล่นร่วมสังเวียนจะไล่ทัน หรือที่ตัวเขาย้ำว่า ความสวยงามของการเป็นกิจการขนาดเล็ก คือ ต้องดิ้นรนตลอดเวลา มีความหิว และรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ดังนั้นจึงต้องหาทางเพื่อต่อสู้ให้อยู่รอดได้

นอกจากนี้ยังตอกย้ำถึงการขับเคลื่อนกิจการให้วิ่งถึงเส้นชัยว่า ต้องเริ่มจากรู้จักตัวเอง และเข้าใจลูกค้า  หลังจากนั้นก็วาง Business Model ให้ชัด โดยเฉพาะในส่วนของโรงงาน ซึ่งต้องให้สามารถเห็นจุดคุ้มทุนได้ชัดเจน และมีการคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่เป็นการ Build to stock มาเป็น Just in time 

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็น Self-made ที่ประสบความสำเร็จ ผ่านแนวทางใดก็ตาม แต่จุดหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนเป็นผู้รอดได้นั้น จะต้องมีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อกับปัญหา และยึดถือในสิ่งที่ตนเชื่ออย่างแน่วแน่ ก็จะสามารถสู่จุดหมายที่คาดหวังได้

RELATED ARTICLE

Responsive image

ธุรกิจ Healthcare ปรับตัวอย่างไรในยุค Digital Disruption ดังกรณีศึกษาของกลุ่มรพ.ต่างจังหวัดเครือพริ้นซิเพิล ฯ

Healthcare เป็นหนึ่งให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระบทจาก Digital Disruption จึงเริ่มปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับคุณภาพบริการให้เป็นมาตรฐาน ขณะที่รพ.ยังสามารถทำกำไร ด้วยการนำ Elect...

Responsive image

เจาะแนวคิด CPanel หา Blue Ocean ต่อยอดธุรกิจคอนกรีตดั้งเดิมอย่างไร ให้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมใหม่

บทความนี้จะพาไปพูดคุยกับ ‘ชาคริต ทีปกรสุขเกษม’ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ จาการมองหา Blue Ocean ให้กับธุรกิจ ซึ่งเป็นการ...

Responsive image

ฟังมุมมองTRC Construction เมื่อ‘นวัตกรรม’ในวงการรับเหมา ‘ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่’

สายงานที่ดูเหมือนว่าได้เปรียบในยุค Disruption นอกจากสายงานด้านไอทีแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นด้านวิศวกรรม โดยหนึ่งในบริษัทด้านวิศวกรรมเก่าแก่และเป็นผู้นำด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวางระบบท...