Metaverse ต้องใช้เวลา 5-10 ปีจึงจะเป็นจริง? ฟังความเห็นด้านนวัตกรรมของ Meta และ AWS บนเวที APEC CEO Summit 2022

ในงาน APEC CEO Summit 2022 มีการเสวนาหัวข้อสำคัญทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีตัวแทนของ 2 บริษัทชั้นนำได้แก่ Meta และ Amazon Web Services: AWS ที่มาเล่าถึง 2 เทคโนโลยีสำคัญได้แก่ Metaverse และ Cloud พร้อมทั้งให้ความเห็นเกี่ยวกับการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีของภาครัฐ

5-10 ปี Metaverse จะเกิดขึ้นจริง?

อย่างที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่ Facebook เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta และทำให้ Metaverse กลายเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่หลายบริษัททั่วโลกให้ความสนใจ แต่ก็เกิดคำถามมากมายว่า Metaverse จะเกิดขึ้นจริงได้เมื่อไหร่ ซึ่งคุณไซมอน มิลเนอร์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta) ได้เผยถึงคำตอบนี้ว่า Metaverse คือนวัตกรรมแห่งอนาคตที่แสดงถึงพลังของการสร้างสรรค์ที่จะช่วยเพิ่มการรับรู้ของผู้คน ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจต้องใช้เวลาอีก 5-10 ปี ที่จะนำออกสู่ตลาด  

ในขณะที่คุณไมเคิล พังก์ รองประธานด้านนโยบายสาธารณะ เอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services: AWS) ได้เล่าถึงเทคโนโลยีที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรมอย่างคลาวด์ว่า

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) การเรียนรู้ของเครื่องจักร (machine learning) และ 5G –เทคโนโลยีเหล่านี้ดำรงอยู่ได้เพราะมีระบบคลาวด์รองรับ – ไมเคิล พังก์ 

โดยเมื่อไม่นานนี้ AWS ได้ประกาศแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ ด้วยการเปิดตัว AWS Region ในประเทศไทย ที่จะมีชื่อว่า AWS Asia Pacific (Bangkok) ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานและจัดเก็บข้อมูลในประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยในขณะที่ให้บริการผู้ใช้ปลายทางด้วยเวลาแฝงที่ต่ำ โดยมีการวางงบประมาณลงทุนมากกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือ 1.9 แสนล้านบาท) ในระยะเวลา 15 ปี 

ทั้งนี้เทคโนโลยีแห่งอนาคตก็มีหลายประเด็นที่มีความท้าทาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องการกำกับดูแลของรัฐบาล ซึ่งในประเด็นนี้ทั้งมิลเนอร์และพังก์เห็นตรงกันว่า เป็นภารกิจที่ท้าทายของรัฐบาลในการกำกับดูแลการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และหาจุดสมดุลว่าทำอย่างไรจึงจะปกป้องประชาชนโดยไม่ฉุดรั้งพลังของนวัตกรรม

เราเชื่ออย่างยิ่งว่า บริษัทด้านเทคโนโลยีจะต้องได้รับการจัดระเบียบ เราจำเป็นต้องใคร่ครวญถึงสิ่งนี้ – ไซมอน มิลเนอร์

มิลเนอร์ยืนยันว่า ในฐานะบริษัท Meta เชื่อว่าเทคโนโลยีต้องได้รับการกำกับ และบริษัทต้องมีการควบคุม เขายกตัวอย่างภูมิภาคเอเชีย ว่าเป็นต้วอย่างของการวางนโยบายที่ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถร่วมมือกันเพื่อหาทางออกที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย 

ทั้งคู่มีความเห็นตรงกันว่า การทำให้ผู้ใช้เข้าใจเทคโนโลยี และการสร้างความไว้วางใจ เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ยังเผยถึงการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในวงการเทคโนโลยีว่ามีมีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างความหลากหลาย ตัวอย่างเข่น นักพัฒนา AR และ VR จำนวนมากเป็นผู้หญิง

เทคโนโลยียังทำอะไรได้อีกมากเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานแก่กลุ่มสตรี – ไมเคิล พังก์

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

UK เตรียม ‘แบนโซเชียลมีเดีย’ อายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องสแกนหน้าเพื่อเข้าใช้งาน TikTok และ Instagram

อังกฤษเตรียมแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้ TikTok และ Instagram บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าและ Digital ID พร้อมคุมแชทบอต AI ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ 400 คนเตือนความเสี่ยงด้านความเป็...

Responsive image

ทำไมกองทุนในเครือ LVMH อาจเข้าซื้อ Hyrox เมื่อการแข่งจาก 650 คนสู่ 1.5 ล้านคนในเวลา 8 ปี กลายเป็นเป้าหมายการลงทุนระดับโลก

ในปี 2018 Christian Toetzke และ Moritz Fürste อดีตนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติเยอรมนีเจ้าของเหรียญโอลิมปิก จัดงาน Fitness Race ครั้งแรกที่ฮัมบูร์ก มีผู้เข้าร่วม 650 คน วันนี้ในปี 2026 Hyro...

Responsive image

Software Engineer ขอเจ้านาย ไม่ใช้ AI ได้ไหม มันขัดกับหลักศาสนา ประเด็นร้อนล่าสุดหลังพนักงานเริ่มทนไม่ไหว จนต้องหาทางออก

เมื่อพนักงานเริ่มปฏิเสธการใช้ AI ด้วยเหตุผลทางศาสนาและจริยธรรม! พบกับเบื้องหลังความขัดแย้งในที่ทำงาน และปรากฏการณ์ปั่นงานปลอมที่บริษัทต้องหันมาทบทวนใหม่...