Jeff Bezos เดินทางสู่อวกาศกับยาน New Shepard และกลับลงมาสำเร็จ ด้วยระยะเวลา 10 นาที 10 วินาที | Techsauce

Jeff Bezos เดินทางสู่อวกาศกับยาน New Shepard และกลับลงมาสำเร็จ ด้วยระยะเวลา 10 นาที 10 วินาที

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา Jeff Bezos มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก อดีตผู้บริหารแห่ง Amazon ได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศกับยาน New Shepard และกลับลงมาสำเร็จด้วยระยะเวลา 10 นาที 10 วินาที โดยใช้ระบบจรวดและแคปซูลเหนือเสียงที่พัฒนาโดยบริษัทของเขาอย่าง Blue Origin ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ให้กับการเดินทางสู่อวกาศในอนาคต

Jeff Bezos

ในการเดินทางครั้งนี้ เจฟฟ์ได้ร่วมเดินทางไปกับน้องชายของเขาอย่างมาร์ค เบซอส และยังมี Wally Funk นักบินวัย 82 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ปฏิบัติการในโครงการ "Mercury 13" ที่ได้รับการฝึกฝนให้ไปอวกาศในศตวรรษที่ 20 แต่เธอยังไม่เคยได้ขึ้นบินมาก่อน และผู้ร่วมเดินทางคนสุดท้าย คือเด็กหนุ่มที่เพิ่งจบการศึกษามัธยมปลายอายุ 18 ปีอย่าง Oliver Daemen ลูกชายของนักลงทุนใน Blue Origin และยังนับว่าเป็นลูกค้ารายแรกของ Blue Origin อีกด้วย ซึ่ง Funk และ Daemen ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เดินทางไปอวกาศที่อายุมากที่สุดและน้อยที่สุดตามลำดับ และเที่ยวบินนี้คือภารกิจแรกของโครงการ New Shepard ของ Blue Origin ที่จะแสวงหาผู้ที่ต้องการทุ่มเงินเพื่อทะยานขึ้นสู่อวกาศต่อไป

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ผู้โดยสารทั้ง 4 จะถูกผูกติดอยู่กับแคปซูล New Shepard ในรัฐ West Texas ก่อนที่จรวดจะจุดเครื่องยนต์ในเวลา 8:12 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคม เพื่อส่งยานพาหนะผ่านความเร็วของเสียงและขึ้นสูงกว่า 65 ไมล์เหนือแนวทะเลทราย สูงถึง 351,210 ฟุต ณ จุดสูงสุดของเส้นทางการบิน จากนั้นผู้โดยสารจะเข้าสู่สภาพไร้น้ำหนักเป็นเวลาประมาณสามนาที แล้วจึงได้รับอนุญาตให้ถอดสายรัดตัวเองออกจากที่นั่งเพื่อลอยไปรอบๆ และดื่มด่ำกับทัศนียภาพรอบด้านของโลกและจักรวาล

ซึ่งการทะยานขึ้นสู่อวกาศในครั้งนี้ เป็นผลมาจากเป้าหมายของเจฟ ที่ต้องการทำให้เที่ยวบินไปอวกาศมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไปและสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ซึ่งเขาได้ก่อตั้งบริษัท Blue Origin ขึ้นในปี 2000 ภายหลังจากเขาเริ่มธุรกิจแอมะซอนไปได้ 6 ปี โดยมีคู่แข่งที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปอวกาศ อย่าง Elon Musk และ Richard Branson ที่กำลังมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งตัวยาน New Shepard ก็คือความสำเร็จแรกของบริษัท และได้ทดสอบความปลอดภัยโดยเที่ยวบินดังกล่าวที่มีทั้งตัวเบซอสเองและผู้ร่วมเดินทางอย่าง Funk และ Daemen 

นอกจากนี้ ทาง Blue Origin ยังได้เปิดเผยถึงแผนการที่จะพาผู้โดยสารขึ้นบินด้วย New Shepard อีกสองเที่ยวบินภายในปีนี้ แต่บริษัทไม่ได้ระบุว่าจะกำหนดราคาตั๋วสาธารณะหรือไม่ และไม่ได้เปิดเผยว่า Daemen วัย 18 ปีต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ โดยบริษัทเลือกที่จะปฏิเสธคำขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาตั๋วเป็นจำนวนมาก แต่บริษัทกล่าวว่า จากจำนวนผู้เข้าร่วมการประมูลตั๋วเพื่อขึ้นสู่อวกาศ พบว่ามีผู้คนจำนวนมากที่สนใจ คือ 7,600 คนจาก 159 ประเทศที่ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมในการประมูลครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ระบบของจรวด New Shepard ยังคงเป็นแบบ suborbital ซึ่งหมายความว่า ไม่มีพลังงานเพียงพอที่จะคงอยู่ในอวกาศนานกว่า 2-3 นาที แต่ในตอนนี้บริษัทก็กำลังเดินหน้าเพื่อพัฒนาจรวดขนาดที่ใหญ่ขึ้นอย่าง New Glenn โดยมีจุดประสงค์ที่จะลงจอดบนดวงจันทร์ เพื่อหวังว่าจะถูกนำมาใช้สนับสนุนภารกิจของ NASA ได้ในอนาคต




RELATED ARTICLE

Responsive image

7 กรรมการผู้ตัดสิน เฟ้นหา ‘สุดยอดนวัตกรรม e-Office’ ยกระดับ SMEs ไทย ใน Hackathon: Finding the Best Enabler

รวมผู้เชี่ยวชาญผู้มากด้วยประสบการณ์จากหลายสาขา หลากหลายแวดวงธุรกิจและหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตัดสินชี้ขาด สุดยอดนวัตกรรมเพื่อ SMEs ไทย...

Responsive image

Circle ผู้ออกเหรียญ USDC มีแผนจะตั้ง Hub ในสิงคโปร์ ขยายตลาด Stable Coin ฝั่งเอเชีย

Circle ผู้ออกเหรียญ USDC ที่เป็นเหรียญ Stable Coin ออกมาประกาศ เตรียมจะลงทุนเพิ่มในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในเอเชีย ตั้งเป้าจะเปิด Hub ในสิงคโปร์ เพิ่มฐานผู้ใช้งาน Stable Coin ในเอเชีย...

Responsive image

Gartner เผย 12 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์มาแรงในปี 2022 ที่องค์กร ธุรกิจจะต้องจับตามอง

Gartner Inc. เผยเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์มาแรงที่องค์กรธุรกิจต้องจับตาดูและศึกษาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในปี 2022...