ก่อนอาหารจะส่งออก ต้องผ่านมากกว่าคุณภาพ รู้จัก 4 สตาร์ตอัป SPACE-F Batch 7 ที่แก้โจทย์วัสดุ เอกสาร และ Traceability

ก่อนที่อาหารจะเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะการส่งออก คุณภาพของสินค้าเป็นเพียงหนึ่งในเงื่อนไข ธุรกิจยังต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า วัสดุบรรจุภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนด เอกสารถูกต้อง และข้อมูลตลอดกระบวนการสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ข้อกำหนดในตลาดสำคัญอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกากำลังระบุชัดขึ้นว่า ธุรกิจต้องใช้วัสดุแบบใด เก็บข้อมูลอะไร และต้องเรียกดูข้อมูลเหล่านั้นได้เร็วเพียงใด สหภาพยุโรปออก Packaging and Packaging Waste Regulation หรือ PPWR เพื่อยกระดับข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์ ขณะที่สหรัฐอเมริกาเตรียมใช้ Food Traceability Rule ภายใต้กฎหมาย FSMA มาตรา 204 เพื่อให้ติดตามอาหารบางกลุ่มย้อนกลับได้เร็วขึ้นเมื่อเกิดเหตุด้านความปลอดภัย

สำหรับธุรกิจอาหารไทย คุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่พอ ธุรกิจต้องจัดเตรียมวัสดุ เอกสาร และบันทึกตลอดกระบวนการให้ครบถ้วนด้วย

บทความนี้ Techsauce จึงอยากชวนไปรู้จัก Zuppar Reborn, EmeraldPlast, VeriPura และ Squizify สี่ทีมจาก Incubator Program ใน SPACE-F Batch 7 พร้อมสำรวจว่า กฎด้านบรรจุภัณฑ์และการตรวจสอบย้อนกลับกำลังเปลี่ยนสิ่งที่ธุรกิจอาหารต้องเตรียมก่อนส่งสินค้าออกสู่ตลาดอย่างไร

เมื่อสติกเกอร์บนผลไม้กลายเป็นเรื่องของกฎหมาย

PPWR มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 และเริ่มนำข้อกำหนดส่วนใหญ่ไปใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2026 โดยข้อกำหนดบางส่วนมีกรอบเวลาบังคับใช้ต่างกันออกไป หนึ่งในข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารโดยตรงคือ สติกเกอร์ที่ติดบนผักและผลไม้ซึ่งวางขายในตลาดยุโรปต้องเข้ากันได้กับมาตรฐานการทำปุ๋ยหมักในระบบอุตสาหกรรม ขณะที่บางประเทศสมาชิกอาจกำหนดให้ผ่านมาตรฐานการทำปุ๋ยหมักที่บ้านเพิ่มเติม

เหตุที่กฎเจาะจงถึงสติกเกอร์ชิ้นเล็ก เพราะสติกเกอร์มักถูกทิ้งไปพร้อมเปลือกหรือเศษผักผลไม้ และมีขนาดเล็กจนแยกออกจากขยะอินทรีย์ได้ยาก หากทำจากพลาสติกทั่วไป วัสดุจึงอาจปะปนอยู่ในกระบวนการผลิตปุ๋ยหมัก

การพัฒนาสติกเกอร์ทดแทนยังมีข้อกำหนดด้านการใช้งาน ฉลากต้องยึดติดกับผิวผลไม้ ทนกระบวนการบรรจุและขนส่ง และคงสภาพจนถึงหน้าร้าน ก่อนจะย่อยสลายได้ตามเงื่อนไขของระบบปุ๋ยหมักหลังใช้งาน

ข้อกำหนดปี 2028 จึงส่งผลโดยตรงต่อผู้ผลิตฉลากและผู้ส่งออกผักผลไม้ เพราะต้องเลือกวัสดุที่ใช้งานได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมมีผลทดสอบหรือใบรับรองตามมาตรฐานของตลาดปลายทาง

Zuppar Reborn เปลี่ยนเศษสับปะรดเป็นสติกเกอร์

Zuppar Reborn สตาร์ตอัปไทยใน SPACE-F Batch 7 พัฒนาสติกเกอร์สำหรับผลไม้และเบเกอรี่จากเศษสับปะรด โดยเฉพาะเศษก้านและต้นที่เหลือจากแปลงเกษตร SPACE-F ระบุว่าสติกเกอร์ดังกล่าวคอมโพสต์ได้ ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับติดผลไม้ใช้ชื่อว่า PiSticka และถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนฉลากพลาสติกที่ใช้กันอยู่

ตัวแทนทีมคือ รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีชัย อมรศักดิ์ชัย อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับการแยกและใช้ประโยชน์เส้นใยจากใบสับปะรดและของเหลือในแปลงสับปะรดมาก่อน งานของ Zuppar Reborn จึงนำวัตถุดิบที่เหลือจากภาคเกษตรมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร แทนการเริ่มจากวัตถุดิบใหม่ทั้งหมด

กฎดังกล่าวทำให้เทคโนโลยีอย่าง PiSticka มีโจทย์ใช้งานที่ชัดขึ้น โดยเฉพาะในห่วงโซ่ผักและผลไม้ที่เข้าสู่ตลาดยุโรปและต้องเตรียมรับข้อกำหนดปี 2028

EmeraldPlast พัฒนาวัตถุดิบให้ผู้ผลิตนำไปขึ้นรูปต่อ

EmeraldPlast พัฒนาเม็ดพลาสติกชีวภาพฐานแป้งที่คอมโพสต์ได้จากพืชไทยที่ไม่ดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ต่อไป

รูปแบบเม็ดพลาสติกทำให้บริษัทอยู่ในฐานะผู้พัฒนาวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ แทนการจำกัดเทคโนโลยีไว้กับผลิตภัณฑ์ปลายทางเพียงชนิดเดียว

แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตนำวัสดุไปทดลองกับกระบวนการขึ้นรูปและผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ แต่การนำไปใช้จริงยังต้องพิจารณาทั้งคุณสมบัติในการผลิต การสัมผัสอาหาร อายุการใช้งาน และมาตรฐานการคอมโพสต์ของตลาดเป้าหมายร่วมกัน

นอกจากข้อกำหนดด้านวัสดุแล้ว อาหารส่งออกยังต้องมีเอกสารและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

เมื่อ Traceability ไม่ใช่แค่รู้ว่าสินค้ามาจากไหน แต่ต้องเรียกข้อมูลให้ทัน

Food Traceability Rule ของสหรัฐอเมริกากำหนดให้ธุรกิจที่ผลิต แปรรูป บรรจุ หรือเก็บอาหารบางกลุ่มใน Food Traceability List บันทึกข้อมูลสำคัญตามจุดเคลื่อนย้ายของสินค้า

เมื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA ร้องขอ ธุรกิจต้องสามารถส่งข้อมูลในรูปแบบตารางอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดเรียงได้ภายใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่ FDA จะตกลงให้เวลาเพิ่มเติม

กำหนดปฏิบัติตามกฎเดิมคือวันที่ 20 มกราคม 2026 แต่ FDA เสนอขยายเวลา 30 เดือน และรัฐสภาสหรัฐฯ สั่งไม่ให้ FDA บังคับใช้กฎนี้ก่อนวันที่ 20 กรกฎาคม 2028

แม้วันบังคับใช้จะถูกเลื่อนออกไป ธุรกิจก็ยังต้องเตรียมข้อมูลว่าสินค้าผ่านผู้ประกอบการรายใด เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในแต่ละจุด และจะรวบรวมข้อมูลส่งให้หน่วยงานกำกับดูแลได้เร็วเพียงใด

ช่วงเวลาก่อนปี 2028 จึงเป็นโอกาสให้ผู้ส่งออกและคู่ค้าเตรียมโครงสร้างข้อมูลร่วมกัน ตั้งแต่วิธีตั้งรหัสสินค้า การบันทึกเหตุการณ์ ไปจนถึงรูปแบบไฟล์ที่ส่งต่อระหว่างองค์กรได้

VeriPura ตรวจเอกสารก่อนจัดส่ง

VeriPura สตาร์ตอัปไทยและสิงคโปร์พัฒนาแพลตฟอร์มตรวจสอบเอกสารนำเข้าอาหารก่อนจัดส่ง ระบบของบริษัทใช้ AI ตรวจเอกสารหลายขั้นตอนเทียบกับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

เป้าหมายคือค้นหาข้อมูลที่ขาดหรือไม่สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งแก้ไขได้ง่ายกว่าการรอให้สินค้าถึงด่านแล้วถูกกักหรือตีกลับ

บริษัทระบุว่า ระบบบันทึกผลการตรวจสอบไว้บน IOTA blockchain ซึ่งเป็นบัญชีข้อมูลแบบกระจายที่ช่วยสร้างหลักฐานว่าเอกสารถูกตรวจเมื่อใดและมีสถานะอย่างไร พร้อมลดความเสี่ยงจากการแก้ไขบันทึกย้อนหลัง

จากการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ TRACES ของคณะกรรมาธิการยุโรปปี 2024 VeriPura ระบุว่า 39% ของการปฏิเสธนำเข้าอาหารสู่ยุโรปมีความเกี่ยวข้องกับความผิดพลาดด้านเอกสาร

หมายความว่า หากผู้ส่งออกตรวจพบเอกสารที่ขาดหรือไม่ตรงกับข้อกำหนดตั้งแต่ต้นทาง ก็สามารถแก้ไขได้ก่อนที่สินค้าจะถึงประเทศปลายทาง

แต่การสร้างหลักฐานที่ตรวจสอบได้ไม่ได้เริ่มขึ้นตอนเตรียมเอกสารส่งสินค้าเท่านั้น ข้อมูลจากการปฏิบัติงาน เช่น การตรวจความสะอาด วันหมดอายุ หรืออุณหภูมิในการจัดเก็บ ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยให้ธุรกิจย้อนดูได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสินค้าในแต่ละช่วงเวลา

Squizify เปลี่ยนเช็กลิสต์ในครัวเป็นข้อมูลที่ติดตามได้

Squizify ก่อตั้งในบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 2018 โดย Daniel McDouall ปัจจุบันบริษัทมีนิติบุคคลในไทย และขยายบริการสู่ญี่ปุ่น

แพลตฟอร์มของ Squizify รวมเช็กลิสต์ดิจิทัล การตรวจประเมิน ฉลากวันหมดอายุ และเซ็นเซอร์ Internet of Things หรือ IoT ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและส่งข้อมูลได้อัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์สามารถตรวจวัดอุณหภูมิภายในตู้เย็นหรือตู้แช่แบบต่อเนื่อง และแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิออกนอกช่วงที่กำหนด ทำให้ทีมงานเข้าไปแก้ไขได้ทันที แทนที่จะมาพบปัญหาภายหลังจากการตรวจบันทึกย้อนหลัง

สินค้าที่พร้อมส่งออกต้องพิสูจน์ได้ทั้งวัสดุและข้อมูล

ข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจอาหารไทยต้องเตรียมทั้งวัสดุบรรจุภัณฑ์และระบบข้อมูลไปพร้อมกัน วัสดุต้องเหมาะกับสินค้า กระบวนการผลิต และข้อกำหนดของตลาดปลายทาง ส่วนระบบข้อมูลต้องทำให้คู่ค้าตลอดห่วงโซ่บันทึกและส่งต่อข้อมูลในรูปแบบที่ตรวจสอบได้

ทั้งสี่ทีมสะท้อนว่า โจทย์ FoodTech ไม่ได้จบเมื่อผลิตอาหารที่ดีออกมาได้ แต่ยังรวมถึงการพิสูจน์ว่าสินค้านั้นผลิต จัดเก็บ และส่งต่อภายใต้เงื่อนไขที่ตลาดปลายทางตรวจสอบได้

และเมื่อมองย้อนกลับไปตลอดทั้งหกตอน สตาร์ตอัป 20 รายจาก 10 ประเทศใน SPACE-F Batch 7 ก็ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงแทบตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่สิ่งที่เรากิน วิธีใช้วัตถุดิบ วิธีขายและผลิต ไปจนถึงการยืนยันคุณภาพและความปลอดภัยก่อนสินค้าเข้าสู่ตลาด

ฝั่ง Accelerator พาไปสำรวจทีมที่มีผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีพร้อมขยับเข้าใกล้ตลาด ขณะที่ Incubator เปิดพื้นที่ให้แนวคิดระยะต้นทดสอบโจทย์ใหม่ ตั้งแต่โปรตีนเฉพาะกลุ่ม ระบบอาหารที่แม่นยำขึ้น ไปจนถึงด่านวัสดุและข้อมูลสำหรับการส่งออก

ผู้ประกอบการ นักลงทุน และคนในอุตสาหกรรมอาหารสามารถติดตามพัฒนาการของ Zuppar Reborn, EmeraldPlast, VeriPura และ Squizify พร้อมสำรวจเทคโนโลยีและโอกาสร่วมธุรกิจกับสตาร์ตอัปใน SPACE-F Batch 7 ได้ที่ Incubator Demo Day วันที่ 4 กันยายน 2026 ภายในงาน Vitafoods Asia

ลงทะเบียนได้ที่ : https://luma.com/m7mjsgkc

โดยติดตามข้อมูลล่าสุดได้ผ่านเว็บไซต์ SPACE-F และ เฟซบุ๊ก SPACE-F


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ผู้ว่าฯ ธปท. เปิดยุทธศาสตร์ New Horizons โจทย์เราไม่ใช่แค่ฟื้น แต่ต้องแข็งแรงพอให้โตต่อ

เจาะลึกปาฐกถาผู้ว่าฯ ธปท. ชูยุทธศาสตร์ New Horizons ผ่าน 4 เสาหลัก สร้างความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจไทย พร้อมปูทางสู่การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank Group...

Responsive image

จากจานผู้ป่วยถึงชามสัตว์เลี้ยง เมื่อ FoodTech ออกแบบอาหารให้เฉพาะกลุ่มมากขึ้น กับ 4 สตาร์ตอัปจาก SPACE-F

บทความนี้ Techsauceอยากชวนไปรู้จัก Eatwellconcept, Jola, Openfarming และ YiXingYuan สี่ทีมจาก Incubator Program ใน SPACE-F Batch 7 ซึ่งกำลังพัฒนาคำตอบคนละช่วงของระบบ ตั้งแต่โภชนากา...

Responsive image

อย่าเพียงลงทุน แต่มาร่วมสร้าง อนุทิน ชู ‘Build with Thailand’ ดึงทุนร่วมสร้างอุตสาหกรรมอนาคต

อย่าเพียงลงทุนในประเทศไทย มาร่วมสร้างไปกับประเทศไทย คำกล่าวจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ส่งถึงนักลงทุนต่างชาติบนเวที The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้หัวข้อ Keynote ‘T...