รู้หรือไม่ว่า คนไทยใช้เวลาอยู่บนอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก และติดอันดับต้น ๆ ของประเทศที่ใช้อินเทอร์เน็ตหนักที่สุด ลองจินตนาการดูว่าหากเราไถฟีดแบบไร้จุดหมายวันละเพียง 3–4 ชั่วโมง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหลายคนใช้มากกว่านั้น นั่นหมายความว่าในหนึ่งปี เราสูญเสียเวลาไปกับหน้าจอมากกว่า 50 วันเต็ม ๆ
แม้ปัญหา Doomscrolling หรือแนวคิด Digital Detox ที่ให้เราพักจากหน้าจอจะถูกพูดถึงมานาน แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากมาก เพราะแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อแย่งชิงเวลาความสนใจของผู้ใช้อย่างถึงที่สุด
ท่ามกลางโลกที่ทุกแพลตฟอร์มพยายามดึงเราให้อยู่หน้าจอให้นานขึ้น แอปพลิเคชันชื่อสุดกวนอย่าง Touch Grass เลือกสวนกระแส ด้วยการบังคับให้คุณวางมือถือ แล้วออกไปเจอโลกจริง จนทำให้ Touch Grass ได้รับการเลือกให้เป็น “App of the Year” จากรายการข่าวเทคโนโลยีชื่อดัง What the Tech? ที่ดำเนินรายการโดย Jamey Tucker ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีที่คร่ำหวอดในวงการมากว่า 30 ปี

คำว่า ‘Touch Grass’ เป็นแสลงยอดฮิตบนโลกออนไลน์ ใช้เหน็บแนมคนที่หมกมุ่นกับดราม่าหรือโลกออนไลน์มากเกินไป ให้ไป “Go touch grass” หรือ “ไปแตะหญ้า” เพื่อดึงสติกลับสู่ความเป็นจริง กลไกของแอปนี้ตรงไปตรงมาตามชื่อ โดยแอปจะ บล็อก การใช้งานโซเชียลมีเดีย จนกว่าเราจะออกไปแตะหญ้าจริง ๆ
การทำงานของ Touch Grass เรียบง่ายแต่ไม่ปรานี ผู้ใช้เลือกแอปที่ดูดเวลามากที่สุด เช่น TikTok หรือ Instagram และตั้งเวลาจำกัดการใช้งาน เมื่อใช้เวลาครบ แอปเหล่านั้นจะถูกล็อกทันที วิธีเดียวที่จะปลดล็อกได้ คือออกไปข้างนอก เปิดกล้อง และถ่ายรูปมือของคุณที่กำลังสัมผัสหญ้าจริง
และอย่าคิดโกงด้วยรูปจากอินเทอร์เน็ต หรือไม้ประดับในบ้าน เพราะแอปใช้ระบบ Computer Vision ที่สามารถแยกแยะได้ว่า รูปของคุณ เป็นหญ้าจริงกลางแจ้ง ไม่ใช่ต้นไม้ในกระถาง แม้แต่พุ่มไม้หรือต้นไม้ใหญ่ก็ไม่ผ่าน แอปยังคำนึงถึงความปลอดภัยด้วยการตรวจสอบเวลาพระอาทิตย์ตก และไม่บังคับให้ผู้ใช้ออกไปนอกบ้านในช่วงเวลาที่อาจเสี่ยงอันตราย
ผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดของแอปคือ Rhys Kentish นักพัฒนาแอปอิสระที่ตระหนักว่า หากไม่เปลี่ยนพฤติกรรม เขาอาจต้องใช้เวลาถึง 7 ปีในชีวิต ก้มหน้ามองหน้าจอ Touch Grass จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อหยุดนิสัยหยิบมือถือทันทีที่ตื่น ด้วยวิธีที่โหดแต่ตรงจุด
แอปมีปุ่ม Skip ให้ใช้ฟรีเดือนละครั้ง สำหรับกรณีฉุกเฉิน หากต้องการข้ามเพิ่ม ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินจริงในรูปแบบ Pay-what-you-want โดยรายได้ครึ่งหนึ่งจะถูกนำไปสนับสนุนโครงการฟื้นฟูธรรมชาติและปลูกป่า เพื่อให้อย่างน้อย การซื้อเวลาเล่นมือถือก็ยังสร้างประโยชน์ให้โลกได้บ้าง
นับตั้งแต่เปิดตัวบน iOS กลางเดือนมีนาคม 2025 Touch Grass มียอดดาวน์โหลดราว 50,000 ครั้งในเวลาไม่กี่วัน ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานฟรี โดยล็อกได้ 2 แอป มีแพ็กเกจสมาชิกฟีเจอร์ขั้นสูงราคา 5.99 ดอลลาร์ต่อเดือน และผู้ใช้ Android สามารถลงชื่อรอใน Waitlist ได้แล้ว
Rhys Kentish เผยว่า ช่วงแรกหลายคนมองว่าไอเดียนี้เป็นแค่เรื่องตลก แต่วันนี้ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเริ่มยอมรับว่า มันช่วยได้จริง
ในโลกที่อินเทอร์เน็ตพยายามดึงความสนใจของเราอยู่ตลอดเวลา บางทีนวัตกรรมที่เราต้องการที่สุด อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ แต่คือเทคโนโลยีที่ช่วย ดึงเราออกจากหน้าจอ และพากลับมาอยู่กับโลกจริงอีกครั้ง
อ้างอิง: What The Tech?
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด