ธนาคาร Citibank ผู้นำด้านบัตรเครดิตระดับโลก และ Grab ผู้นำซูเปอร์แอปแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเปิดตัวบัตรเครดิตโคแบรนด์เป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ “Citi Grab” เพื่อเจาะตลาดไลฟ์สไตล์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็น segment ที่มีมูลค่าสูง  

หลังจากที่เปิดตัวบัตรเครดิตเป็นครั้งแรกในฟิลิปปินส์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บัตรเครดิต Citi Grab พร้อมแล้วที่จะให้บริการในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

บัตรเครดิต Citi Grab เป็นบัตรเครดิตที่มอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ อันหลากหลายให้กับผู้บริโภคชาวไทยรวมถึงได้รับข้อเสนอและคะแนนสะสมต่างๆ ได้เร็วกว่าเดิม นอกเหนือจากความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายและความสะดวกสบาย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้บริการ Grab ในชีวิตประจำวันจะได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นเมื่อจับจ่ายผ่านบัตรเครดิตใบนี้  ทั้งนี้การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะเป็นการช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสดสอดคล้องกับการเข้าสู่ยุคดิจิทัลของประเทศ

สิทธิพิเศษของบัตรเครดิต Citi Grab 

  • อัพเกรดเป็นแกร็บแพลตินัมโดยอัตโนมัติ เพื่อรับสิทธิพิเศษในการจองบริการต่างๆ ในลำดับแรกและและบริการลูกค้าสัมพันธ์โดยเฉพาะลูกค้าแกร็บแพลตินัม 
  • รับคะแนนสะสม 10 เท่าทุกครั้งที่ใช้บริการ Grab รับคะแนนสะสม 3 เท่าเมื่อใช้บัตรฯที่ร้านอาหาร E-commerce หรือสมัครบริการออนไลน์รายเดือน เช่น Netflix และรับคะแนนสะสม 1 แต้มเมื่อใช้จ่ายทุก 25 บาท สมาชิกบัตรยังสามารถได้รับส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ทันทีเมื่อจองที่พักทั่วโลกผ่าน agoda ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ปีนี้ถึง 31 มีนาคม ปีหน้า
  • สมัครวันนี้ รับคืน 3,000 บาท (เงินสด 1,000 บาทและส่วนลดจาก Grab มูลค่า 2,000 บาท) เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 3,000 บาทและมีการใช้บริการ Grab 3 ครั้งภายใน 30 วันแรกหลังจากบัตรได้รับการอนุมัติ นอกจากนี้ยังมีการยกเว้นค่าธรรมเนียม (2,000 บาท) ให้ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริมในปีแรกอีกด้วย 
  • ใช้จ่ายแบบไร้เงินสด ด้วยคะแนนสะสม Citi เพื่อจ่ายค่าบริการ Grab (ตั้งแต่มกราคมปีหน้าเป็นต้นไป) นอกจากสิทธิประโยชน์จาก Grab แล้วยังได้รับความคุ้มค่าจากบัตรเครดิตซิตี้อีกด้วย เช่น ส่วนลดร้านอาหารที่ร่วมรายการกว่า 1,000 ร้าน หรือรับเงินสดคืนจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 

บัตรเครดิตโคแบรนด์นี้เป็นการสร้างพันธมิตรระยะยาวระหว่าง Citi และ Grab เพื่อให้ทั้งสองบริษัทได้รับประโยชน์จากความแข็งแกร่งของกันและกัน    

นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า  “การเปิดตัวบัตรเครดิตซิตี้แกร็บเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ระหว่าง Grab และ Citi พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ Citi ได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านบัตรเครดิตและเข้าถึงผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้มากขึ้น เราเริ่มจากการเป็นพันธมิตรด้านคอนซูเมอร์แบงกิ้งในเบื้องต้น และได้สานความสัมพันธ์กับ Grab ผ่านบริการต่าง ๆ ของ Citi ต่อมา และการเปิดตัวบัตรเครดิตโคแบรนด์ในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า Citi เป็นพันธมิตรชั้นนำที่จะช่วยเร่งการเติบโตให้แก่ธุรกิจและมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า” 

ความร่วมมือระหว่าง Citi และ Grab เริ่มต้นเมื่อปี 2016  Citi โดดเด่นเรื่องการมอบสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ให้แก่สมาชิกบัตร ส่วน Grab เป็นซูเปอร์แอปชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบริการหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการในทุกวันของผู้บริโภค ดังนั้นการผนึกกำลังของทั้งสองแบรนด์ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้คะแนนสะสมของ Citi จ่ายค่าบริการ Grab ได้รวมถึงขยายสิทธิประโยชน์ในบริการอื่นๆ เช่น บริการการส่งอาหาร ด้วยความสำเร็จที่ผ่านมาทำให้ทั้งสองแบรนด์ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กันและกัน นำไปสู่การเปิดตัวบัตรเครดิตโคแบรนด์ในครั้งนี้

“อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือเทรนด์การใช้โทรศัพท์และช่องทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และพลิกโฉมการเข้าถึงบริการทางธนาคารของผู้บริโภค สำหรับ Citi  พันธมิตรในครั้งนี้ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น และใช้ประโยชน์จากบริการชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต (card-on-file) ในชีวิตประจำวันด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย”

มร. ซานดีพ บาตระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามั่นใจว่าบัตรเครดิตซิตี้แกร็บจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองแบรนด์ได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของกันและกัน ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทยแต่ยังขยายสู่ประเทศอื่นทั่วภูมิภาคอีกด้วย บัตรเครดิตซิตี้แกร็บเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ฟิลิปปินส์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา” 

สำหรับทาง Grab เองก็เล็งเห็นประโยชน์จากการผนึกกำลังกับ Citi เพราะสมาชิกบัตรเครดิต Citi สามารถจ่ายค่าบริการ Grab ได้ด้วยการใช้คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด  Citi เป็นบัตรเครดิตระดับโลกที่มีฐานลูกค้าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ Grab เข้าถึงกลุ่มสมาชิกบัตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขึ้น  

ในขณะเดียวกัน  Citi ก็ได้ประโยชน์จากฐานผู้ใช้บริการของ Grab ที่นิยมใช้โทรศัพท์ โดยครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใช้ประโยชน์จากบริการชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต (card-on-file) ในชีวิตประจำวันผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ Citi เข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้การใช้จ่ายของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและหันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น 

บัตรเครดิตโคแบรนด์นี้เป็นการสานต่อความสัมพันธ์ระหว่าง Citi และ Grab หลังจากเริ่มต้นความร่วมมือเมื่อปี 2016 

มิสอุย ฮุ่ย ทิง กรรมการผู้จัดการ GrabPay กล่าวว่า “การเป็นพันธมิตรกันระหว่าง Grab และ Citi ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี เนื่องจากเราต้องการมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าทั้งในฝั่งของ Grab และ Citi  บัตรเครดิตซิตี้แกร็บช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสิทธิประโยชน์และความสะดวกสบายต่างๆ เพิ่มขึ้นจาก ecosystem ที่เชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อของ Grab ซึ่งการโคแบรนด์บัตรเครดิตของซิตี้แกร็บในครั้งนี้จะช่วยให้สมาชิกบัตรสามารถอัปเกรดเป็นสมาชิก Grab ระดับแพลทตินัมได้โดยทันที”

“ในปีนี้ เรายังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินในประเทศไทย เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในการเป็นพันธมิตรกับ Citi ยิ่งไปกว่านั้นการเปิดตัวบัตรเครดิตซิตี้แกร็บเป็นการเดินหน้าครั้งสำคัญของเป้าหมายในการเพิ่มการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย รวมถึงสนับสนุนให้ผู้บริโภคหันมาใช้ระบบการชำระเงินแบบไร้เงินสดมากขึ้น ในปัจจุบัน Grab ไม่ได้เพียงแค่เป็นซูเปอร์แอปสำหรับสำหรับบริการการเดินทางและการส่งของเท่านั้น แต่เป็นแอปพลิเคชันที่ผู้บริโภคใช้ได้ทุกวันไม่ว่าจะต้องการบริการรับ-ส่ง สั่งอาหารหรือการทำธุระด้านอื่น” นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าว

ในปี 2016 Citi และ Grab ประกาศความร่วมมือเป็นครั้งแรกใน 6 ประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยถือเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกในระดับภูมิภาค ซึ่งพันธมิตรในครั้งนี้จะช่วยให้สมาชิกบัตรเครดิต Citi สามารถใช้คะแนนและไมล์ต่างๆ ในการจ่ายการบริการการเดินทางบนแพลตฟอร์มของ Grab ได้

นับแต่นั้นมา พันธมิตรในครั้งนี้ยังได้ครอบคลุมไปยังบริการอื่นๆ ของ Grab อีกด้วย

RELATED ARTICLE

Responsive image

IBM เปิดเครื่องมือ IBM Clinical Development ให้ใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สนับสนุนการพัฒนายาต้านไวรัสโคโรน่า

IBM สนับสนุนการพัฒนายาต้านไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เปิดเครื่องมือ IBM Clinical Development ให้ใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย...

Responsive image

Schneider Electric เผย Solution จัดการพลังงาน 13 อาคาร ลด Carbon ได้ 130,000 ตัน

Schneider Electric เผย Solution จัดการพลังงาน 13 อาคารในเครือ ลด Carbon ได้ 130,000 ตันภายในปีเดียว ก้าวสู่การเป็นอาคารปลอด Carbon...

Responsive image

HERE Technologies แผนที่ดิจิทัล ช่วยในการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 แบบเรียลไทม์

ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID -19 บนแผนที่ดิจิทัลจาก HERE Technologies ได้แบบเรียลไทม์แล้ววันนี้...