กรุงศรีเปิดบริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ Blockchain

คุณชุลิดา แท่นเพ็ชร์รัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารผลิตภัณฑ์ลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความพร้อมของกรุงศรีในการให้บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ Blockchain ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้วสำหรับผู้ขอหนังสือค้ำประกันของ 3 กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ คือ เอสซีจี บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด (GCM) ทั้งนี้บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ Blockchain เป็นการขอออกหนังสือค้ำประกัน ที่ส่งตรงถึงผู้รับหนังสือค้ำประกันทั้ง 3 กลุ่มบริษัท รวดเร็ว ปลอดภัย เชื่อถือได้ ป้องกันการปลอมแปลงหนังสือค้ำประกัน และไม่มีการใช้กระดาษในระบบ ลดต้นทุนในการทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึงมีการแจ้งผู้ขอหนังสือค้ำประกันเมื่อรายการถึงผู้รับหนังสือค้ำประกันแล้ว

“บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ Blockchain นี้จะทำให้การขอหนังสือค้ำประกันใช้เวลาลดลงจาก 1 วัน เหลือเพียง 4 ชั่วโมง และสามารถให้บริการครอบคลุมทั้งการขอออกหนังสือค้ำประกัน การต่ออายุหนังสือค้ำประกัน การขอแก้ไขรายละเอียดหนังสือค้ำประกัน การเพิ่มลดวงเงินหนังสือค้ำประกัน และการถอนหนังสือค้ำประกันเมื่อสิ้นสุดโครงการ” คุณชุลิดา กล่าว

นอกจากนี้ กรุงศรียังมีแผนจะเชื่อมโยงธุรกรรมหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ Blockchain ให้ครอบคลุมทั่วถึงในทุกบริษัทขนาดใหญ่ผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคาร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวสูงสุดกับผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล ตอบรับความเป็นผู้นำดิจิทัลสำหรับลูกค้าธุรกิจ

ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ 22 แห่ง ร่วมเปิดตัวบริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้กรอบความร่วมมือโครงการ Thailand Blockchain Community Initiative เพื่อสร้างระบบบล็อกเชนสำหรับภาคธนาคาร ทั้งนี้ บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ Blockchain นับเป็นบริการแรกที่เปิดให้บริการภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว

RELATED ARTICLE

Responsive image

depa จับมือ Tellscore เปิดตัวโปรเจกต์ deINFLUENCER ชวนคนไทยเรียนทักษะดิจิทัล เตรียมพร้อมเป็นอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่

ดีป้า (depa) และ Tellscore เปิดตัวโครงการ deINFLUENCER ชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมเรียนรู้ทักษะดิจิทัลที่จำเป็นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เตรียมความพร้อมต่อยอดสู่การเป็นอินฟล...

Responsive image

โครงการต้องรอด โดยกลุ่ม Up for Thai รวมภาคเอกชนและประชาชน ช่วยเหลือผู้รับผลกระทบจากโควิด-19

โครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai เป็นความร่วมมือกันของกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชนและภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ประชาชนจากความเดือดร้อนในภาวะการระบาดของ ไวรัส COVID-19...

Responsive image

เปิดตัว Jitasa.care แพลตฟอร์มตัวกลาง ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดแบบครบวงจร ตั้งแต่เคสฉีดวัคซีน ถึงเคสเสียชีวิต

กลุ่มวิศวกรอาสา ThaiFightCovid และ Developers อาสา ได้จัดทำ Digital map platform ภายใต้ชื่อ จิตอาสาดูแลไทย Jitasa.care เป็นตัวกลางช่วยเหลือสังคมในการรายงานสถานการณ์โควิด-19 แบบเรีย...