Xiaomi ขึ้นติดอันดับหนึ่งใน 50 บริษัทดาวรุ่งและบริษัทที่มาแรงแห่งอนาคตเป็นครั้งแรก | Techsauce

Xiaomi ขึ้นติดอันดับหนึ่งใน 50 บริษัทดาวรุ่งและบริษัทที่มาแรงแห่งอนาคตเป็นครั้งแรก

Xiaomi ได้ทำสถิติใหม่ติดโผบริษัทดาวรุ่งแห่งอนาคตโดยการติด  ท็อป 50 ของปี 2019 ในการจัดอันดับ Future 50 List เป็นครั้งแรก และมาแรงเป็นอันดับที่ 7 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบริษัท

การจัดอันดับนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยบริษัทให้คำปรึกษาระดับโลกอย่าง Boston Consulting Group และ นิตยสาร Fortune ตั้งแต่ปี 2017 โดยการจัดอันดับ Future 50 หรือบริษัทดาวรุ่งแห่งอนาคต 50 บริษัท ที่มาแรงแห่งปีนั้น เป็นการจัดอันดับบริษัทชั้นแนวหน้าของโลกที่มีการคาดการณ์ว่าจะประสบความสำเร็จด้านการเติบโตในระยะยาวเป็นอย่างมาก

คุณเหลย จวิน ผู้ก่อตั้ง ประธานบริษัทและซีอีโอของ Xiaomi กล่าวว่า “ หลายปีที่ผ่านมา เราได้ทำการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านกลยุทธ์หลักของเรา ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างทางการบริหาร การทำการวิจัยด้านเทคโนโลยี การพัฒนาระบบ การออกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การพัฒนาแบรนด์และอื่นๆ อีกมากมาย การพัฒนาเหล่านี้ได้นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับ Xiaomi เพิ่มความโดดเด่นยิ่งขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดจากทั้งในและนอกประเทศ”

การได้รับการจัดอับดับอันทรงเกียรติให้เป็นหนึ่งในบริษัทดาวรุ่งแห่งปีจาก Future 50 นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จอีกขั้น ที่ตามมาหลังจากการได้รับการจัดอันดับบริษัทที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก 500 บริษัท ประจำปี 2019 ของ “Fortune Global 500” เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาของปีเดียวกัน ซึ่งผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่งติดอันดับที่ 468 ด้วยรายได้กว่า 2,049.10 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีงบประมาณที่ผ่านมา และยังคว้าอันดับ 7 มาครองในหมวดบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตและการค้าปลีกอีกด้วย โดย Xiaomi เป็นบริษัทที่มีอายุการก่อตั้งและระยะเวลาในการดำเนินกิจการน้อยที่สุดในบรรดาบริษัททั้งหมดที่อยู่ในการจัดอันดับ Global 500 ประจำปี 2019 อีกด้วย

บทพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการเติบโตระยะยาว

Xiaomi ยังคงแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของตราสินค้าที่แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยกความดีความชอบให้กับโครงสร้างทางธุรกิจที่แข็งแรงไม่เหมือนใคร อย่าง Triathlon ที่ผสานเอาเสาหลักถึงสามอย่างเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ฮาร์ดแวร์ ร้านค้าปลีกใหม่ๆ และการให้บริการทางอินเทอร์เน็ต

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Xiaomi ได้ประกาศกลยุทธ์เพิ่มเติมนั่นคือ dual-engine strategy คือการผสานสองพลังของ สมาร์ทโฟนและ AIoT เข้าด้วยกัน ด้วยเงินลงทุนกว่าหนึ่งหมื่นล้านหยวนในอีกห้าปีข้างหน้า

ขณะนี้ Xiaomi ได้ดำเนินธุรกิจมากกว่า 80 ตลาดทั่วโลก และตามรายงานจาก Canalys (บริษัทวิเคราะห์การตลาดของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก) ระบุว่าเสียวหมี่อยู่ลำดับที่ 4 ของโลกหากประเมินจากการขนส่งสมาร์ทโฟนในไตรมาสที่สองของปี 2019 และยังติดอันดับท็อป 5 ในมากกว่า 40 ตลาดอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้ Xiaomi คือบริษัทที่มีแพลตฟอร์มด้านสินค้า Internet of Things (IoT) หรือ อุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก และปัจจุบันได้มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะมากกว่า 196 ล้านเครื่อง (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) ตามข้อมูลของสถิติของสิ้นเดือนมิถุนายน แสดงให้เห็นว่าเมื่อเทียบปีต่อปีแล้ว อัตราการใช้อุปกรณ์อัจฉริยะมีการเพิ่มขึ้นถึง 69.5%

Xiaomi จะยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AIoT ต่อไป โดยจะสร้างระบบนิเวศของ AIoT ที่ครอบคลุม สร้างและพัฒนาการวิจัยให้แข็งแกร่ง และพัฒนาการเชื่อมโยงธุรกิจในแต่ละภาคส่วนเพื่อยกระดับการเชื่อมต่อและประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ให้ดีขึ้น

ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2019 Xiaomi มีพนักงานประจำกว่า 16,911 อัตรา แบ่งออกเป็นพนักงานวิจัยกว่า 7,779 อัตรา และมีพนักงานในตำแหน่งนักพัฒนาในแผนกต่างๆ อีกมากมาย

Xiaomi ยังลงทุนกับบริษัท Supply Chain อีกกว่า 270 บริษัท เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับบริษัทผู้ผลิตที่สำคัญ อันนำมาซึ่งการส่งเสริมกำลังการผลิตและแหล่งที่มาของเทคโนโลยีอันก้าวหน้า

ในการจัดอันดับ Future 50 โดยบริษัท Boston Consulting Group การประเมินการจัดอันดับได้ทำการตรวจสอบบริษัทที่เป็นมหาชนกว่า 1,000 บริษัท ที่มีมูลค่าในตลาดมากกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หากนับจากรายได้ทั้ง 12 เดือนจนถึงสิ้นปี 2018 ดัชนีการชี้วัดนี้มาจากสองปัจจัยหลักนั่นก็คือ การประเมินศักยภาพการเติบโตของตลาดแบบบนลงล่างหรือ top-down และ การประเมินบริษัทแบบ bottom-up หรือจากล่างขึ้นบน


RELATED ARTICLE

Responsive image

กรุงไทย เปิดขายหุ้นกู้อนุพันธ์แฝงอิงดัชนีหุ้นธุรกิจ AI ระดับโลก คุ้มครองเงินต้น 100%

ธนาคารกรุงไทย (Krungthai) ขยายเวลาขายหุ้นกู้อนุพันธ์แฝง Krungthai Solactive Global Artificial Intelligence ESG (SOAIESG5) อายุ 5 ปี จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2565 โดยจุดเด่น คือ คุ้มคร...

Responsive image

Sea Group ผนึก ดีป้า และยังแฮปปี้ ปั้นหลักสูตรอีคอมเมิร์ซ 'Happy Learn' อัปสกิลวัยเกษียณ สู่ผู้ประกอบการออนไลน์

Sea Group ผนึกกำลัง ดีป้า และยังแฮปปี้ ปั้นโครงการ “อัปสกิลวัยเกษียณ สู่ผู้ประกอบการวัยเก๋า” พร้อมหลักสูตรอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ Happy Learn เพื่อส่งเสริมความสามารถในก...

Responsive image

EVAT จับมือ สอวช. และกระทรวงอุตสาหกรรม พัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดในไทย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จับมือ สอวช. และกระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดันด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดในประเทศไทย และให้ประชาชนมีการ...