IBM เผยรายงานแนวโน้มการตลาดประจำปี 2562 ระบุนักการตลาดสายพันธุ์ใหม่กำลังเกิดขึ้นและก้าวขึ้นมายืนแถวหน้า ท่ามกลางกระแสการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนักการตลาดในปัจจุบัน

“ไม่บ่อยนักที่แวดวงการตลาดจะเผชิญกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบเชิงลึกต่องานด้านการตลาดในทุกๆ ด้าน และเรากำลังอยู่ในช่วงเวลานี้” Sylvia Vaquer ผู้ก่อตั้งร่วมและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ SocioFabrica กล่าว

“การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ได้รับแรงผลักดันจากการเชื่อมโยงข้อมูลเชิงอนุมานด้วยพลังขับเคลื่อนของ AI กำลังนำสู่โอกาสในการวางสถาปัตยกรรมของ “วงการการตลาด” ใหม่ทั้งหมด ซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องมีความรู้เชิงปฏิบัติเพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นนี้”

รายงานฉบับดังกล่าวสะท้อนมุมมองเชิงลึกของกลุ่มประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) และดิจิทัลเอเจนซีต่างๆ ถึงบทบาทใหม่ของงานด้านการตลาด พร้อมพิมพ์เขียวเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 ดังนี้

  • ในยุคเศรษฐศาสตร์เชิงอารมณ์ (Emotion Economy) การตลาดที่มีคุณค่าต่อผู้บริโภคจะเป็นสิ่งที่สร้างความภักดีให้กับแบรนด์: ปัจจุบันเป็นยุคที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะผูกพันกับแบรนด์ที่น่าเชื่อถือมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นั่นหมายถึงแบรนด์ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนและส่งมอบในสิ่งที่สัญญาไว้ ซึ่งต่างกับในอดีตที่แบรนด์เพียงแค่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภคเท่านั้น
  • นักการตลาดยุค 4.0 จุดกำเนิดของ “มาร์เท็คเตอร์” (Martecheter) – เมื่อก่อนคุณสมบัติสำคัญของนักการตลาดคือความสามารถในการจัดสรรงบประมาณ เครื่องมือ และคน แต่ปัจจุบันทุกอย่างกำลังกลับกัน โดยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วของทักษะใหม่ๆ และความคาดหวังของลูกค้าเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ
  • AI และ Machine Learning ทำให้การเข้าใจและรู้ใจผู้ใช้เป็นอย่างดีกลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริง: ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมหาศาลและการตลาดที่ต้องรู้จักแยกหรือสลับส่วนเมื่อจำเป็น ทำให้เครื่องมือการตลาดที่ต้องอาศัย AI และ Machine Learning กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงผู้ใช้อย่างเจาะจงเฉพาะบุคคล ซึ่งสิ่งนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการตัดสินใจและเลือกใช้แคมเปญโฆษณาของบรรดานักการตลาด เนื่องจาก AI จะสามารถวิเคราะห์และส่งมอบเนื้อหาแบบเฉพาะบุคคลให้แก่กลุ่มลูกค้าได้ในวงกว้าง
  • ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลการตลาด” จะกลายเป็นตำแหน่งใหม่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด: ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของ “ข้อมูลการตลาด” จะยังคงเพิ่มขึ้นเพราะเป็นบทบาทที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างคนกับเทคโนโลยีทั่วทั้งองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ AI และเครื่องมือการตลาดที่อาศัย Machine Learning สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภค ให้คำแนะนำและการคาดการณ์ และรอบรู้อัจฉริยะมากยิ่งขึ้นตามข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบ
  • มีการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Agile มากขึ้น นำสู่ผลลัพธ์และวัฒนธรรมการตลาด: องค์กรต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมและกรอบความคิดแบบ Agile จะได้รับโอกาสจากการเป็นผู้บุกเบิกกลุ่มแรกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแงท่ที่เทคโนโลยีการตลาดที่อาศัย AI เพื่อช่วยให้สามารถใช้ชุดเครื่องมือที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนและวัดผลตามวัตถุประสงค์และเกณฑ์ชี้วัดต่างๆ
  • GDPR หรือหลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะช่วยเพิ่มการจัดการข้อมูลให้เป็นระบบและเพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้า: บรรดานักการตลาดจะหันมามุ่งเน้นที่การปรับปรุงกระบวนการการจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ ซึ่งส่งผลดีต่อการทำตลาดในแง่การกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น และการมีปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น กฎเกณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายกันนี้เริ่มมีใช้แล้วในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา และอาจกำหนดให้มีผลบังคับใช้ทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้บรรดานักการตลาดเริ่มลงมือปรับปรุงเรื่องความเป็นส่วนตัว การรักษาความปลอดภัย และการจัดการข้อมูลในฐานะตัวเร่งที่นำไปสู่โมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ
  • ดิจิทัลมาร์เก็ตติงเอเจนซีจะเปลี่ยนรูปแบบเป็น “Consulgencies” หรือบริษัทเอเจนซีที่ปรึกษา: ข้อมูลล่าสุดจาก AdAge ระบุว่า 10 บริษัทเอเจนซีที่ใหญ่ที่สุดกำลังย่ำแย่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากการก้าวขึ้นมาของบริษัทที่ปรึกษา Big Four ในปี 2560 ซึ่งนี่คงเป็นเครื่องบ่งชี้ทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ ความสามารถของ “บริษัทที่ปรึกษา” และ “บริษัทเอเจนซี” จะผนวกรวมเข้าด้วยกัน เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้าน AI Data integration การวิเคราะห์ประสบการณ์ลูกค้า Mobile App และการพัฒนาโซลูชันแบบเฉพาะเจาะจง
  • MarTech + AdTech = สุดยอดแห่งกลยุทธ์การตลาด: แม้ว่าจะเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง แต่อย่างน้อยที่สุด ปี 2562 จะเป็นปีที่บรรดานักการตลาดจะหันมาใช้ประโยชน์จากการซื้อโฆษณาออนไลน์ผ่านระบบอัตโนมัติ (Programmatic Ad) มากขึ้น ความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูลได้ดีขึ้นระหว่าง Martech หรือเทคโนโลยีการตลาด และแอดเทค Adtech หรือเทคโนโลยีการโฆษณาจะทำให้นักการตลาดสามารถเรียนรู้และเข้าใจลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ และมีการนำ AI มาช่วยให้การใช้จ่ายด้านโฆษณามีความคุ้มค่าขึ้น
  • การเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางทลายกำแพงการตลาดแบบเดิมและเน้นการส่งมอบความสุข: งานด้านการตลาดจะถูกพลิกโฉมให้มุ่งเน้นที่การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกันให้ลูกค้าแต่ละราย โดยอาศัยความเข้าใจข้อมูลลูกค้าแบบรวมเชิงบริบทที่ครอบคลุมทุกส่วนขององค์กร เช่น ทีมคอมเมิร์ซและทีมดิจิทัล

อ่านผลการศึกษาฉบับเต็มได้ที่ https://www.ibm.com/watson/marketing/resources/2019-marketing-trends/

RELATED ARTICLE

Responsive image

เผย Thailand Tech Startup Ecosystem Report 2018 สรุปความเคลื่อนไหว สถิติ และเทรนด์ที่ห้ามพลาด

เปิดตัว Thailand Tech Startup Ecosystem Report 2018 สรุปความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นประจำปี 2018 พร้อมบทวิเคราะห์และความคิดเห็นโดย Techsauce และ Contributor ผู้คร่ำหวอดใน Ecosystem เป...

Responsive image

Google-Temasek เผยตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยและ SEA ปี 2018 พร้อมคาดการณ์ถึงปี 2025

Google และ Temasek เผยตัวเลขวิจัยเศรษฐกิจดิจิทัลไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2018 พร้อมคาดการณ์ตัวเลขในปี 2025 ที่จะถึง โดยได้การศึกษา 4 ภาคธุรกิจหลักที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจด...

Responsive image

EF เผยผลสำรวจ ความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทย ตกเป็นรองประเทศอื่นๆ

EF Education First เปิดเผยผลการจัดอันดับความสามารถทางการใช้ภาษาอังกฤษประจำปีซึ่งสำรวจจากคนจำนวน 1.3 ล้านคนจาก 88 ประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักจากผลการสำรวจพบว่า ความสามา...