เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงเป็นคนจริงจังและเป๊ะมากเวลาอยู่ที่ทำงาน เป็นคนตลกและปล่อยจอยเวลาอยู่กับเพื่อนสนิท แต่กลับกลายเป็นเด็กขี้อ้อน (หรืออาจจะขี้หงุดหงิด) เวลาอยู่กับพ่อแม่?
หลายคนอาจจะเคยรู้สึกผิดและตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ตกลงแล้วตัวตนที่แท้จริงของเราคืออันไหนกันแน่? เรากำลังเสแสร้งอยู่หรือเปล่า?" ในทางปรัชญาและจิตวิทยา คุณไม่ได้มีตัวตนที่แท้จริงแค่แบบเดียว และสิ่งนี้คือธรรมชาติของมนุษย์

Amélie Rorty นักปรัชญาและนักวิชาการชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงระดับโลก อธิบายเรื่องนี้ไว้ผ่านแนวคิด 7 ชั้นของตัวตน ซึ่งคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงมี หลายเวอร์ชันในแต่ละสถานการณ์
เปรียบตัวเองเหมือนนักแสดง เช่น เวลาคุณอยู่ที่ทำงาน ฉากนั้นต้องการคนที่มีความรับผิดชอบ คุณก็จะดึงเอาอุปนิสัยความจริงจังออกมาใช้ แต่พอเลิกงานไปเจอเพื่อน ฉากเปลี่ยนไป คุณก็พับความเครียดเก็บไว้ แล้วดึงเอาความสนุกสนานออกมาแทน เราไม่ได้แกล้งทำ แต่เราแค่ เลือกใช้คุณสมบัติให้เหมาะกับสถานที่และผู้คน เพื่อให้ชีวิตราบรื่นที่สุด
ชั้นนี้ลึกกว่าแค่การสวมบทบาทชั่วคราว แต่มันคือ ภาพจำที่เราแบกไว้ เช่น บทบาทของ "พี่คนโตที่ต้องเสียสละ" "หัวหน้าที่ต้องเข้มแข็ง" หรือ "ลูกที่ดี" เวลาเราอยู่กับครอบครัว เราอาจจะเผลอทำตัวตามบทบาทลูกที่พ่อแม่คาดหวังโดยไม่รู้ตัว ซึ่งบางครั้งมันก็ขัดใจตัวเอง แต่มันคือโปรแกรมที่ฝังรากลึกในสังคม
ชั้นนี้คือตัวตนที่มีเจตจำนงเสรี (Free Will) และรู้ว่าทุกการกระทำมีผลตามมา นี่คือเหตุผลที่คุณอาจจะอยากวีนใส่ลูกค้าที่งี่เง่าใจแทบขาด แต่คุณเลือกที่จะยิ้มและตอบกลับอย่างสุภาพ เพราะตัวตนชั้นผู้รับผิดชอบประเมินแล้วว่า ถ้าวีนไปตกงานแน่ ๆ เราจึงเลือกแสดงออกอย่างมีเหตุผลเพื่อรักษาหน้าที่การงานไว้
เวลาที่คุณเริ่มรู้สึกว่า "นี่คือเวลาพักผ่อนของฉัน" หรือ "ฉันจะไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบเรื่องเงิน" นั่นคือตัวตนชั้นนี้กำลังทำงานครับ มันคือตัวตนที่หวงแหนสิทธิ พลังงาน และเวลาของตัวเอง คุณอาจจะยอมเหนื่อยทำให้เพื่อนฟรี ๆ ได้ (เพราะใช้ตัวตนชั้นอื่น) แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน คุณจะเรียกร้องค่าตอบแทนที่เหมาะสม เพราะตัวตนชั้นนี้มีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของคุณ
ไม่ว่าคุณจะสวมบทบาทเป็นพนักงาน เป็นเพื่อน หรือเป็นแฟน คุณจะมีความเชื่อหลักบางอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยน เช่น ถ้าคุณเป็นคนยึดถือความซื่อสัตย์ คุณก็จะไม่โกงเวลางาน ไม่โกหกเพื่อน และไม่นอกใจแฟน ชั้นนี้คือแก่นลึก ๆ ที่คอยควบคุมทุก ๆ บทบาทที่คุณแสดงออกไปอีกที
นี่คือเวอร์ชันที่คุณใส่ชุดนอนย้วย ๆ เต้นอยู่ในห้องน้ำ ร้องเพลงเพี้ยน ๆ หรือนั่งเหม่อคิดเรื่องจักรวาลตอนตีสอง มันคือ ตัวตนที่คุณไม่ต้องพยายามเอาใจใคร ไม่ต้องแคร์ว่าสังคมจะมองยังไง เป็นตัวตนที่เปราะบาง เป็นธรรมชาติที่สุด และมักจะปรากฏออกมาตอนที่คุณอยู่คนเดียว หรืออยู่กับคนที่คุณไว้ใจแบบ 100% เท่านั้น
นี่คือชั้นที่ลึกซึ้งที่สุด เป็นช่วงเวลาที่คุณไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นใครด้วยซ้ำ ไม่ได้เป็นพนักงาน ไม่ได้เป็นลูก ไม่ได้เป็นอะไรเลย... เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ที่กำลังนั่งมองพระอาทิตย์ตกดิน ฟังเสียงฝนตก หรือจิบกาแฟตอนเช้าอย่างสงบ มันคือการสลัดทุกป้ายชื่อทิ้งไป แล้วแค่มีชีวิตอยู่ตรงนี้เท่านั้น
การที่เรามีนิสัยเปลี่ยนไปตามกลุ่มคน คือความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์ และยิ่งเราเข้าใจและยอมรับตัวตนทั้ง 7 ชั้นของเราได้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งอนุญาตให้ตัวเองยืดหยุ่น สนุกกับชีวิต ท้ายที่สุดแล้ว การที่เราแสดงออกแตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ ไม่ได้แปลว่าเรากำลังสูญเสียตัวตนที่แท้จริง แต่มันคือเครื่องยืนยันว่าเราได้ประกอบสร้างตัวตนขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ต่างหาก
อ้างอิง: themarginalian
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด