
เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อชื่อของ Elon Musk ปรากฏเป็นแขกรับเชิญนาทีสุดท้ายในงาน World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส นับเป็นการเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขา หลังจากหลายปีที่ผ่านมา Musk วิพากษ์วิจารณ์งานนี้ในด้านลบมาอย่างยาวนาน
แต่ในปี 2026 นี้ ท่าทีของเขาได้เปลี่ยนไป ซึ่งมันสะท้อนถึงบทบาทใหม่ของ Musk ในฐานะผู้มีอิทธิพลที่อยู่จุดตัดระหว่างนวัตกรรมเทคโนโลยีและการเมืองระดับโลก และนี่คือสรุปใจความสำคัญจากเซสชันประวัติศาสตร์ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณ
1. Musk บอกว่า AI และหุ่นยนต์คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
2. เขาตั้งใจใช้ AI และหุ่นยนต์ทำลายความยากจน เพราะมันจะทำให้ต้นทุนสินค้าและบริการทุกอย่างถูกลงจนทุกคนเข้าถึงได้
3. ในอนาคตโลกจะมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มากกว่าจำนวนประชากรมนุษย์ จนสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ทุกอย่างจนเกินพอ
4. ทุกบ้านจะมีหุ่นยนต์ส่วนตันอย่างน้อย 1 ตัว ไว้ช่วยงานบ้าน เลี้ยงเด็ก ดูแลสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ดูแลผู้สูงอายุ
5. Optimus ปลายปี 2026 จะเริ่มทำงานซับซ้อนในโรงงานได้
6. ปลายปี 2027 จะเริ่มวางขายให้คนทั่วไปใช้งานในบ้าน
7. Musk ยืนยันว่าต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์ย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์เหมือนในหนัง
8. สิ้นปี 2026 AI จะฉลาดกว่ามนุษย์หนึ่งคน และในปี 2030 จะฉลาดกว่ามนุษย์ทั้งโลกรวมกัน
9. Productivity ที่หุ่นยนต์ตัวนึงผลิตได้ x จำนวนหุ่นยนต์ = ผลผลิตทางเศรษฐกิจในอนาคต
10. ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla ปลอดภัยมาก จนบริษัทประกันให้ส่วนลดเบี้ยประกันถึง 50%
11. เขามองว่าปัญหาพื้นฐานของรถยนต์ไร้คนขับ ถูกแก้ไขแล้ว โดยบริการแท็กซี่ไร้คนขับจะกระจายตัวทั่วสหรัฐฯ ในสิ้นปี 2026 และเตรียมขยายไปยังยุโรปและจีน
12. ภารกิจของ SpaceX คือการทำให้อารยธรรมมนุษย์อยู่รอดได้ในระยะยาวด้วยการขยายไปอยู่หลายดาว (Multi-planetary)
13. ปี 2026 จะเป็นปีที่ SpaceX พิสูจน์การใช้จรวดซ้ำได้ 100% ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก
14. เมื่อจรวดใช้ซ้ำได้เหมือนเครื่องบิน ค่าส่งของไปอวกาศจะถูกกว่าค่าส่งของทางเครื่องบินบนโลก (ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อปอนด์)
15. เตรียมย้ายการรัน AI ไปไว้บนดาวเทียมในอวกาศ
16. ภายใน 2-3 ปีนี้ การประมวลผล AI ในอวกาศจะมีต้นทุนต่ำกว่าบนโลก
17. การตั้ง Data Center บนอวกาศ บางคนมองเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ Musk บอกเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะมีพลังงานแสงอาทิตย์เหลือเฟือ และความเย็นจัดจะช่วยระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นใน 2-3 ปี
18. Musk ตั้งใจจะไปดาวอังคารในช่วงชีวิตนี้ บอกว่าจริง ๆ การเดินทางไปดาวอังคาร ใช้เวลาแค่ 6 เดือน แต่ความยากคือ ต้องรอดาวเรียงตัวทุก ๆ 2 ปี นอกจากนี้ เขาเคยโดนถามว่า อยากจบชีวิตที่ไหน เขาตอบว่า ดาวอังคาร แต่ขอไม่ใช่เพราะยานกระแทกพื้นก็พอ
19. Musk ดูจะให้ความสนใจ และพุ่งเป้าไปกับพลังงานแสงอาทิตย์มาก เพราดวงอาทิตย์เป็นพลังงานที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 99.8% ของมวลในระบบสุริยะ พลังงานอื่น ๆ เป็นแค่เศษเสี้ยว
20. หากอยากรู้ว่าดวงอาทิตย์มีพลังขนาดไหน Musk บอกว่า ถ้าเราใช้พื้นที่ขนาด 100x100 ไมล์ (เช่น มุมเล็กๆ ในรัฐเนวาดา) ติดตั้งแผงโซลาร์ จะสามารถผลิตไฟฟ้าเลี้ยงสหรัฐฯ ได้แล้ว
21. ปัจจุบันจีนคือผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีกำลังการผลิตและติดตั้งมากกว่าสหรัฐฯ หลายเท่า แถมจีนก้าวหน้าในเรื่องการขยายการผลิตไฟฟ้ามหาศาล ทั้งนิวเคลียร์และโซลาร์เซลล์
22. จีนผลิตโซลาร์เซลล์ได้ 1,500 กิกะวัตต์ต่อปี สหรัฐฯ ใช้ไฟเฉลี่ย 500 กิกะวัตต์ หมายความว่าจีนผลิตโซลาร์ได้มากกว่าที่อเมริกาใช้ทั้งประเทศไปแล้ว
23. Musk มองว่า สหรัฐฯ มีกำแพงภาษีที่สูงเกินไป ทำให้ต้นทุนแพงเมื่อเทียบกับจีนที่ผลิตได้ถูกมาก แต่ตอนนี้ Tesla / SpaceX กำลังวางแผนสร้างกำลังการผลิตโวลลาร์ให้ได้ 100 กิกะวัตต์ต่อปีภายใน 3 ปีข้างหน้า
24. แต่ถ้าให้ดีคือ ต้องติดตั้งโซลาร์เซลล์บนอวกาศ เพราะไม่มีกลางคืนและไม่มีชั้นบรรยากาศ ทำให้การผลิตพลังงานมีประสิทธิภาพดีกว่าบนโลก 5 เท่า
25. ก่อนขึ้นเวทีที่ดาวอส Musk โพสต์ถามทุกคนว่า จะพูดอะไรดี ?
26. Musk บินมา 10 ชั่วโมงจาก San Jose เพื่อเข้าร่วมงานดาวอส โดยใช้เครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G650 (ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ผู้เข้าร่วมงานดาวอสหลายคนเลือกใช้ เช่น Bill Gates, Eric Schmidt, BlackRock, Google)
27. Musk บอกว่า เป้าหมายของทุกบริษัทที่ตัวเองทำ คือ เพิ่มโอกาสสูงสุดให้มนุษยชาติมีอนาคตที่ดี คือ Maximize the future of civilization
28. คนชอบถามว่าอวกาศมีเอเลี่ยนมั้ย Musk บอกว่าเขานี่แหละเอเลี่ยน
29. Musk บอกว่า คนอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่มีสติปัญญา ถ้าเอเลี่ยนมีจริง เขาน่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่รู้ เพราะเขามีดาวเทียมกว่า 9,000 ดวงบนอวกาศ แต่ยังไม่เคยต้องหลบยานเอเลี่ยนเลย ดังนั้นเราต้องและต้องรักษาแสงแห่งจิตสำนึกนี้ไว้ไม่ให้ดับ
30. เขาถูกถามเรื่องเทคโนโลยี Reverse Aging ว่าจะเป็นไปได้มั้ย ? Musk บอกว่าเขายังไม่มีเวลาทำตรงนี้มาก แต่คิดว่าปัญหานี้แก้ไขได้ และน่าจะทำได้ในอนาคต
31. เขามองว่าความแก่ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน มันเหมือนมีนาฬิกาที่ซิงค์กันทั้งร่างกาย เพราะเซลล์ทุกส่วนแก่ไปพร้อม ๆ กัน
32. Musk บอกยังไม่เคยเห็นใครแขนซ้ายแก่แต่แขนขวายังหนุ่ม
33. เขามองว่าจิตสำนึก เป็นสิ่งที่เปราะบางและหายาก เปรียบเสมือนเทียนเล่มเล็กในความมืดมิดอันกว้างใหญ่ที่อาจดับลงได้ง่าย
34. ปรัชญาการใช้ชีวิตของเขาคือ ‘ความอยากรู้อยากเห็น’ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของชีวิต จุดกำเนิดจักรวาล และคำถามที่เรายังไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะถามอะไร
35. แรงบันดาลใจที่ทำให้ Musk เป็นทุกวันนี้คือ การอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ และหนังสือการตูน ทำให้เขาอยากเปลี่ยนนิยายวิทยาศาสตร์ ให้เป็นความจริง
36. เขามองว่าความตายก็มีประโยชน์ หากคนเราอยู่ค้ำฟ้า สังคมอาจเกิดภาวะแข็งตัว
37. สังคมที่เข้าสู่ภาวะแข็งตัว = ขาดการเปลี่ยนแปลง และความมีชีวิตชีวา
38. เหตุผลที่ Musk อยากไปดาวอื่น ก็เพื่อสำรองข้อมูลของสิ่งมีชีวิต เพราะหากเกิดหายนะบนโลก ไม่ว่าจะธรรมชาติ หรือมนุษย์ เราจะไม่สูญพันธุ์
39. ที่ Musk จริงจังกับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากขนาดนี้ เขาอธิบายให้เห็นภาพว่า ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดอย่างดาวพฤหัส มีมวลเพียงประมาณ 0.1% ต่อให้เราวาร์ปดาวพฤหัสบดีเพิ่มมาอีก 3 ดวงแล้วจับมาเผาทั้งหมด พลังงานที่ได้ก็ยังเป็นแค่จุดทศนิยมเมื่อเทียบกับพลังงานที่ดวงอาทิตย์แผ่ออกมาอยู่ดี
40. เขาแนะนำให้ทุกคนมองโลกในแง่ดีและตื่นเต้นกับอนาคต โดยมองว่าการเป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วผิด ยังดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแล้วถูก
อ้างอิง : สรุปจากเซสชัน Conversation with Elon Musk ในงาน World Economic Forum 2026
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด