รับมือดราม่าออฟฟิศ ด้วยทักษะจัดการความขัดแย้ง Soft Skill อันดับ 1 ที่นายจ้างต้องการ

รับมือดราม่าออฟฟิศ ด้วยทักษะจัดการความขัดแย้ง Soft Skill อันดับ 1 ที่นายจ้างต้องการ

ในยุคที่ตลาดงานมีการแข่งขันสูงและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะเฉพาะทาง แต่รู้หรือไม่ว่า "Soft Skill" หรือทักษะด้านบุคคล กำลังกลายเป็นที่ต้องการสุดๆ ในยุคนี้ 

ทำไม Soft Skills ถึงฮิตขึ้นมา?

เหตุผลง่ายๆ คือ โลกการทำงานหลังยุคโควิดเปลี่ยนไปมาก แถม AI ก็เก่งขึ้นทุกวัน ทำให้ทักษะที่ต้องใช้ความเป็นมนุษย์สูง ซึ่ง AI ทำแทนได้ยาก เช่น การเข้าใจอารมณ์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ยิ่งกลายเป็นสิ่งจำเป็น จากรายงาน Skills on the Rise 2025 ของ LinkedIn พบว่า 7 ใน 10 ทักษะที่กำลังมาแรงสุดๆ ก็คือ Soft Skills 

ทักษะอันดับ 1 คืออะไร?

ทักษะ Soft Skill ที่มาแรงที่สุด จนคว้าอันดับ 1 ไปครอง ก็คือการจัดการความขัดแย้ง หรือ Conflict Mitigation

ทำไมทักษะนี้ถึงสำคัญ?

ก็เพราะในที่ทำงานทุกวันนี้ มีโอกาสเกิดความขัดแย้งหรือความตึงเครียดได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะการกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ ความแตกต่างระหว่างวัยของเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ปัญหาจากโลกภายนอกที่ส่งผลกระทบ 

Andrew McCaskill บอกชัดว่า คนที่ใจเย็น สามารถรับมือสถานการณ์ได้ดี และยังคงความเป็นมืออาชีพได้ท่ามกลางปัญหา คนแบบนี้จะเป็นคนที่ได้เปรียบ

ซึ่งนอกจากนี้ยังมี Soft Skills อื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น:

  • การปรับตัว (Adaptability)
  • การคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ (Innovative Thinking)
  • การพูดในที่สาธารณะ (Public Speaking)
  • การดูแลลูกค้า (Customer Engagement)

บางคนอาจจะกังวลว่า ฉันไม่ใช่คนพูดเก่ง หรือชอบเข้าสังคม จะแสดงทักษะพวกนี้ได้ยังไง?

Andrew McCaskill ให้คำแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเอง แค่หาวิธีสื่อสารทักษะเหล่านี้ในสไตล์ที่เป็นคุณก็พอ

ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ชอบเจอคนเยอะ ๆ ตลอดเวลา แม้แต่คนที่เป็นอินโทรเวิร์ตก็สามารถแสดงความกระตือรือร้นของตัวเองได้ เช่น การส่งอีเมลขอบคุณหลังสัมภาษณ์ เพื่อให้เห็นว่าคุณใส่ใจและสนใจงานนั้นจริง ๆ Andrew McCaskill กล่าว 

ที่สำคัญคือ อย่าลืมใส่ Soft Skills ที่คุณมีลงในเรซูเม่ และเตรียม "เรื่องเล่า" จากประสบการณ์จริงที่แสดงถึงทักษะนั้นๆ ไว้สำหรับตอบคำถามตอนสัมภาษณ์ด้วย

อีกอย่างที่ควรรู้คือ บางทีคำถามสัมภาษณ์ก็ไม่ได้ถามถึง Soft Skill ตรงๆ Andrew McCaskill ยกตัวอย่างว่า เวลาเขาถามว่า “คุณเคยรับมือกับปัญหาในที่ทำงานอย่างไรบ้าง?” จริงๆ แล้วเขาอยากรู้เกี่ยวกับ "การคิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ" ของคุณมากกว่า ดังนั้น ลองทำความเข้าใจว่าทักษะไหนที่ตลาดต้องการ แล้วเตรียมเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับทักษะนั้นไว้ตอบ

สรุป

ถึงแม้ AI จะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่ทักษะความเป็นมนุษย์ หรือ Soft Skills ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การหมั่นพัฒนาทักษะเหล่านี้ โดยเฉพาะ การจัดการความขัดแย้ง และรู้จักวิธีนำเสนอให้คนอื่นเห็น จะเป็นแต้มต่อสำคัญที่ช่วยให้คุณโดดเด่นและประสบความสำเร็จในโลกการทำงานยุคนี้

อ้างอิง: cnbc.

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

‘AI ทำงานแทนคนมากขึ้น แต่คนกลับเหนื่อยกว่าเดิม’ รู้จักภาวะ AI Brain Fry เมื่อคนใช้ AI มากไปจนสมองล้า อีกด้านของ AI ที่องค์กรต้องระวัง

งานวิจัย Harvard Business Review เผยปรากฏการณ์ “AI Brain Fry” เมื่อการใช้ AI มากเกินไปทำให้เกิด Mental fatigue เพิ่ม Decision fatigue และอาจลด Productivity ในที่ทำงาน...

Responsive image

5 เทคนิคเขียนเรซูเม่ให้ผ่านระบบ ATS เพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ได้เร็วขึ้น

ข้อมูลจาก Resume Genius ระบุว่า ปัจจุบัน ประมาณ 71% ของ HR ใช้ระบบ ATS ในการช่วยคัดกรองเรซูเม่ ระบบนี้ทำงานคล้ายตัวช่วยกรองข้อมูล โดยใช้ AI วิเคราะห์เนื้อหาในเรซูเม่เพื่อดูว่าผู้สม...

Responsive image

ซีอีโอ Xiaomi ชี้ AI อาจเปลี่ยนโลกการทำงาน อนาคตมนุษย์อาจทำงานเพียง 3 วัน/สัปดาห์ แทน 5 วัน

แนวคิดเรื่อง การทำงาน 3 วัน/สัปดาห์ กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในยุคของ AI และล่าสุด Lei Jun ซีอีโอของ Xiaomi ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ระหว่างการประชุมของ National People's C...