CEO เผยพนักงานในฝัน ขอคนที่ ‘คิดริเริ่มเองเป็น’ เมื่อพนักงานที่โลกต้องการ ไม่ใช่แค่คนทำงานเก่งอีกต่อไป

หากจะนิยามว่าใครคือ ตัวจริงในโลกของ Consumer Goods ชื่อของ Dave Ritterbush ต้องติดอยู่ในลิสต์แน่นอน ก่อนจะมาคุมบังเหียน Califia Farms (แบรนด์เครื่องดื่ม Plant-based ที่กำลังเขย่าวงการ) เขาเคยผ่านสนามสุดโหดในฐานะแม่ทัพใหญ่ของ Quest Nutrition, Popchips และรองประธานที่ Red Bull North America

พอร์ตโฟลิโอระดับนี้สอนให้เขารู้ว่า สิ่งที่จะพาแบรนด์ไปสู่การ Scale ระดับโลกไม่ใช่แค่พนักงานที่ทำงานเป็นอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนที่มี Builder Attitude หรือทัศนคติของนักสร้าง หรือพนักงานที่มีหัวใจเป็นนักสร้าง ซึ่งเป็นคนประเภทที่จะไม่ยอมหยุดอยู่แค่สิ่งที่ได้รับมอบหมาย แต่จะมองหาหนทางที่จะพาสิ่งนั้นไปสู่จุดที่เหนือกว่าเสมอ

นิยามของนักสร้างในโลกธุรกิจที่มากกว่าการทำตามหน้าที่

Dave Ritterbush มองว่าพนักงานที่เป็นนักสร้างตัวจริงจะมี DNA ที่ต่างจากพนักงานทั่วไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความรู้สึกของการเป็นเจ้าของงาน พวกเขาจะทำงานด้วยชุดความคิดที่ว่าหากพวกเขาไม่ลงมือทำสิ่งนั้น สิ่งนั้นก็จะไม่เกิดขึ้นและไม่มีวันสำเร็จ 

นักสร้างในความหมายของเขาคือ คนที่เดินเข้าไปในองค์กรแล้วไม่ได้มองหาแค่พื้นที่ปลอดภัยเพื่อทำตามขั้นตอนเดิม ๆ แต่คือคนที่พร้อมจะหยิบฉวยมรดกที่ได้รับตกทอดมา ไม่ว่าจะเป็นระบบงานหรือโปรเจกต์เดิม แล้วนำมาปรุงแต่ง ต่อยอด และสร้างให้แข็งแรงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ 

ประสบการณ์จากการบริหารแบรนด์ที่มีความคึกคักและเติบโตสูงอย่าง Red Bull และ Quest Nutrition ทำให้ Dave Ritterbush ค้นพบว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากคนเพียงคนเดียว แต่มาจากนักสร้างที่เข้าใจบริบทของทีม 

ดังนั้น สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากพอ ๆ กับความเก่งคือความฉลาดทางสังคม เขาเชื่อว่าแม้จะเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการที่ทำงานคนเดียว แต่ถ้าพนักงานคนนั้นไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของทีม หรือไม่เข้าใจว่างานที่ตนเองสร้างนั้นมีผลกระทบต่อกระบวนการภาพใหญ่อย่างไร นั่นคือสัญญาณอันตรายหรือ Red Flag ที่สะท้อนว่าคนคนนั้นอาจจะสร้างได้แค่สิ่งของ แต่ไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งร่วมกับคนอื่นได้ 

นักสร้างที่ดีจึงต้องเป็นคนที่พาเพื่อนร่วมทีมเติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรมหรือโซลูชันใหม่ ๆ ที่เขาสร้างขึ้นมาเสมอ

อีกหนึ่งวิธีที่ใช้พิสูจน์ว่าพนักงานคนนั้นคือ Builder ตัวจริงหรือไม่ คือการสังเกตจากคำถาม ที่เขาใช้ถามกลับไปยังองค์กร Ritterbush มองว่านักสร้างโดยธรรมชาติมักจะมีความสงสัยใคร่รู้เป็นแรงขับเคลื่อนพื้นฐาน 

พวกเขาจะไม่ถามเพียงเรื่องสวัสดิการหรือเวลาเข้าออกงาน แต่จะตั้งคำถามถึงทิศทางที่บริษัทกำลังจะก้าวไป หรือความท้าทายที่องค์กรกำลังพยายามเอาชนะอยู่ในขณะนั้น เพื่อประเมินว่าเขาสามารถเข้าไปสร้าง Solution อะไรใหม่ ๆ ให้กับที่นั่นได้บ้าง

สอดคล้องกับมุมมองของ Jolen Anderson ผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลกที่เน้นย้ำว่าพนักงานที่โดดเด่นคือ คนที่ศึกษาข้อมูลของบริษัทมาอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่รู้ว่าบริษัททำอะไร แต่ต้องรู้ว่าบริษัทใช้เครื่องมืออะไรและมีวัฒนธรรมอย่างไร เพื่อที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาเสนอเป็นแนวทางการพัฒนาการทำงาน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเตรียมตัวในลักษณะนี้คือการพิสูจน์ให้เห็นถึงความริเริ่มสร้างสรรค์และความพร้อมที่จะเป็นนักสร้างที่ไม่รอรับคำสั่ง แต่เป็นคนกำหนดอนาคตของตัวเองและองค์กรไปพร้อมกัน

อ้างอิง: cnbc

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

บทเรียนรักษาไฟในใจฉบับ Steve Jobs ความสำเร็จ ต้องเคยถูกวิจารณ์ อดทน ทำต่อ แม้วันที่ไม่มีใครชม

เรียนรู้วิชายืนระยะจาก Steve Jobs: ทำไมความรักในงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจ แต่คือความอึดที่จะช่วยให้คุณไม่หมดไฟ แม้ในวันที่โลกไม่มีเสียงตบมือให้คุณ...

Responsive image

5 ทักษะแห่งอนาคตที่ CEO LinkedIn บอกว่าคุณต้องมี ถ้าไม่อยากให้ AI แย่งงานในปี 2026

โลกการทำงานตอนนี้โดน AI ป่วนไปหมด หลายคนเริ่มร้อนๆ หนาวๆ ว่าตัวเองจะตกงานหรือโดนแย่งงานไหม แต่ Ryan Roslansky ซีอีโอของ LinkedIn ออกมาบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน เพราะถึง AI จะเก่งแค่ไหน มน...

Responsive image

สรุปหน้าตา Layoff ไตรมาสแรก ชี้ AI เริ่มลงสนามแย่งงานเอง ทำสายเทคฯ ปลิว 52,000 ตำแหน่ง

เรามักจะได้ยินคำว่า ‘AI จะไม่แย่งงาน แต่คนที่ใช้ AI เป็นต่างหากที่จะแย่งงาน’ แต่จากข้อมูลล่าสุดในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ดูเหมือนว่าประโยคนี้อาจจะต้องถูกนำมาทบทวนใหม่...