ถอดรหัส 4 สไตล์การบริหารองค์กร ฉบับ Elon Musk ที่คนนอกไม่เคยรู้

ถอดรหัส 4 สไตล์การบริหารองค์กร ฉบับ Elon Musk ที่คนนอกไม่เคยรู้

หลายคนรู้จัก Elon Musk ในฐานะผู้ก่อตั้ง Tesla, SpaceX และบริษัทนวัตกรรมต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่สิ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้กันคือ วิธีการบริหารงานของเขานั้นต่างจากบริษัททั่วไปอย่างชัดเจน

ข้อมูลนี้มาจากบทสัมภาษณ์อดีตผู้บริหารระดับสูงที่เคยทำงานใกล้ชิดกับ Elon Musk เขาเล่าถึงสไตล์การทำงานของ Elon แบบตรงไปตรงมา ว่าเป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจ แม้จะอ่านหรือฟังเรื่องราวของเขามาบ้างก็ตาม

“ผมคิดว่า Elon บริหารงานด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใครจริง ๆ ถ้าไม่ได้ทำงานกับเขาเอง จะไม่รู้เลยว่ามันต่างขนาดไหน” 

จากคำพูดนี้ Techsauce สามารถสรุปสไตล์การทำงานหลัก ๆ ของ Elon Musk ได้ 4 ข้อดังนี้ 

1. ทีมไม่ต้องใหญ่ แต่ต้องเก่งจริง 

ปกติพอบริษัทโต ทีมก็ต้องใหญ่ขึ้นเป็นธรรมดา แต่กับ Elon เขาไม่ชอบแบบนั้นเลย เขาเชื่อว่าทีมเล็ก ๆ ที่มีแต่คนเก่งจริง ๆ จะทำงานได้ดีกว่า การจ้างคนใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย บางทีต้องอธิบายกันยกใหญ่กว่าจะได้คนเพิ่มเข้ามา ในขณะเดียวกัน ถ้าใครผลงานไม่ถึง เขาก็ไม่ลังเลที่จะให้ออก ไม่มีการยื้อ ไม่มีการให้ลองใหม่หลายรอบเหมือนองค์กรทั่วไป เพราะสำหรับเขา ทีมที่ดีคือทีมที่เล็ก กระชับ และมีแต่คนที่ไว้ใจได้ว่าจะทำของออกมาได้จริง

2. ไม่ชอบออฟฟิศที่เงียบและไม่สนับสนุนการประชุมที่ไม่จำเป็น

Elon ไม่ชอบออฟฟิศที่เงียบ ๆ ดูซบเซา ถ้าเขาเดินเข้ามาในที่ทำงาน เขาอยากเห็นคนเดินไปเดินมา คุยงานกันบ้าง เขียนโค้ดกันบ้าง มีพลัง มีความคึกคัก เขาคิดว่าแบบนั้นแหละคือสัญญาณของทีมที่กำลัง "สร้างอะไรบางอย่าง" ส่วนเรื่องการประชุม เขาชัดเจนมากว่าไม่ชอบประชุมยืดเยื้อ ถ้าใครรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วม หรือไม่เห็นว่าจะได้อะไรจากห้องนั้น ก็ลุกออกได้เลย เขาไม่ได้มองว่านั่นคือการเสียมารยาท แต่มองว่าเป็นการใช้เวลาให้คุ้มที่สุดต่างหาก

3. ไม่มีลำดับขั้นในการทำงาน 

ในบริษัททั่วไป เวลาคนระดับล่างจะคุยกับ CEO ต้องไต่ลำดับชั้นกันหลายชั้น แต่กับ Elon เขาชอบคุยกับวิศวกรเองเลย เพราะเขาเชื่อว่าคนที่ "รู้จริง" คือคนที่ลงมือทำ ไม่ใช่คนที่แค่สรุปรายงานมาให้อ่าน ถ้าเขาอยากรู้ว่าอะไรคือปัญหาจริง ๆ เขาจะเดินไปถามคนในทีมโดยตรง พูดคุยแบบไม่เป็นทางการมากนัก แต่เอาเนื้อ เอาจริง แล้วก็พร้อมลงรายละเอียด ถ้าจำเป็น เพราะเขาอยากเห็นภาพจริง ไม่ใช่เวอร์ชันที่ถูกกรองมาแล้ว

4. ถ้ามีอะไรติดขัด Elon Musk จะลงมือเองทันที

สมมติทีมเจอปัญหาเรื่องไม่มี GPU พอใช้งาน ถ้า Elon ได้ยินปัญหานี้ซ้ำสองรอบ เขาจะไม่รอแล้ว เขาจะเริ่มไล่เช็กทันทีว่าใครดูแลเรื่องนี้อยู่ แล้วก็อาจสั่งขยายคลัสเตอร์ หรือจัดการประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้จบ บางครั้งทีมอาจบอกว่า “ต้องรอของ 6 เดือน” เพราะติดเรื่องจัดซื้อ Elon ก็อาจยกหูโทรหา CEO ของบริษัทผู้ผลิตอย่าง NVIDIA ด้วยตัวเอง เพื่อเร่งให้ของมาถึงเร็วขึ้น เขาไม่ปล่อยให้ระบบราชการมาขวางสิ่งที่ควรเดินหน้า และนั่นคือสิ่งที่ทำให้บริษัทของเขาเดินได้เร็วแบบที่คนอื่นตามไม่ทัน

สรุป

แน่นอนว่าสไตล์การทำงานของ Elon ไม่ใช่แบบที่ทุกคนจะชอบหรือรับไหว เพราะมันค่อนข้างต้องใช้พลังงานเยอะ แต่ถ้าใครได้ทำงานกับเขาจริง ๆ จะเข้าใจเลยว่าทำไมบริษัทของเขาถึงไปได้ไกล เขาไม่ได้แค่เป็นหัวหน้า แต่เป็นคนที่ขับเคลื่อนทุกอย่างเองแบบไม่ปล่อยมือ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาไม่เหมือนใคร

อ้างอิง: youtube

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

‘AI ทำงานแทนคนมากขึ้น แต่คนกลับเหนื่อยกว่าเดิม’ รู้จักภาวะ AI Brain Fry เมื่อคนใช้ AI มากไปจนสมองล้า อีกด้านของ AI ที่องค์กรต้องระวัง

งานวิจัย Harvard Business Review เผยปรากฏการณ์ “AI Brain Fry” เมื่อการใช้ AI มากเกินไปทำให้เกิด Mental fatigue เพิ่ม Decision fatigue และอาจลด Productivity ในที่ทำงาน...

Responsive image

5 เทคนิคเขียนเรซูเม่ให้ผ่านระบบ ATS เพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ได้เร็วขึ้น

ข้อมูลจาก Resume Genius ระบุว่า ปัจจุบัน ประมาณ 71% ของ HR ใช้ระบบ ATS ในการช่วยคัดกรองเรซูเม่ ระบบนี้ทำงานคล้ายตัวช่วยกรองข้อมูล โดยใช้ AI วิเคราะห์เนื้อหาในเรซูเม่เพื่อดูว่าผู้สม...

Responsive image

ซีอีโอ Xiaomi ชี้ AI อาจเปลี่ยนโลกการทำงาน อนาคตมนุษย์อาจทำงานเพียง 3 วัน/สัปดาห์ แทน 5 วัน

แนวคิดเรื่อง การทำงาน 3 วัน/สัปดาห์ กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในยุคของ AI และล่าสุด Lei Jun ซีอีโอของ Xiaomi ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ระหว่างการประชุมของ National People's C...