GenAI กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานเหมือนที่ทุกคนต้องอ่านออก เขียนได้

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ทักษะดิจิทัลถือเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนต้องเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดในการทำงาน พอมาถึงวันนี้ทักษะการใช้ AI ก็กำลังอยู่ในจุดนั้นเช่นเดียวกัน 

ทักษะการใช้ AI จึงไม่ใช่เรื่องของเด็กไอทีหรือโปรแกรมเมอร์อีกต่อไป แต่กำลัง กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ ‘ทุกสายอาชีพ’

ข้อมูลจากตลาดแรงงานระบุว่า ตอนนี้งานที่ต้องใช้ทักษะ AI มากกว่าครึ่งไม่ได้อยู่ในสายเทคแล้ว ขณะเดียวกันคนก็แห่ไปเรียนเรื่องนี้กันมากขึ้น โดยยอดการเรียนเพิ่มขึ้นถึง 234% ในปีเดียว ภาพที่เห็นคือ ‘คนอยากเรียน’ แต่องค์กรยังซัพพอร์ตไม่พอ และสำหรับผู้บริหารความน่ากังวลที่สุดตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือพนักงานอาจปรับตัวกับ AI ไม่ทัน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าโลกการทำงานกำลังหมุนไปทางไหน นี่คือ 3 เทรนด์สำคัญที่กำลังเกิดขึ้น

1. AI คือผู้ช่วยมือขวาสายคอนเทนต์ 

ตอนนี้ทักษะที่คนฮิตเรียนกันมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือการใช้ AI ช่วยทำคอนเทนต์ แต่ที่กำลังมาแรงและโตไวตามมาเป็นอันดับ 2 คือทักษะการทำ Personalization หรือการใช้ AI ปรับแต่งเนื้อหาให้ตรงใจลูกค้าแต่ละคน นึกภาพง่ายๆ คือต่อให้เราไม่เก่งไอที แค่โยนรูปสินค้าหรือหน้าจอยอดขายเข้าไป AI ก็คิดแคมเปญการตลาดหรือเขียนสรุปรายงานเชิงกลยุทธ์ให้ได้ทันที

2. หมดยุคถาม-ตอบ เข้าสู่ยุค AI ทำงานเองได้จนจบ

เรากำลังขยับจากการใช้ AI แบบพิมพ์สั่งทีละอย่าง ไปเป็นระบบ AI Agents ซึ่งเป็นทักษะที่โตไวมาเป็นอันดับ 3 ระบบนี้แค่เราบอกเป้าหมาย มันก็ไปคิดและจัดการงานต่อเองจนเสร็จ บริษัทใหญ่ๆ กว่า 62% เริ่มเอามาเทสกันแล้ว โดยเฉพาะกับงานเซลส์และซัพพอร์ตลูกค้า พอเป็นแบบนี้ บทบาทของเราเลยต้องเปลี่ยนจากคนลงมือทำ กลายเป็นคนวางแผนและคุมงานให้ AI ทำแทน

3. ยิ่ง AI เก่ง ‘ทักษะมนุษย์’ ยิ่งจำเป็น 

เชื่อไหมว่าทักษะที่คนแห่เรียนเพิ่มขึ้นถึง 185% คือทักษะการคิดวิเคราะห์หรือ Critical Thinking แถม 8 ใน 10 สกิลที่บริษัทอยากได้จากคนใช้ AI กลับเป็นเรื่องของคนล้วนๆ เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา และความเป็นผู้นำ เพราะยิ่งใช้ AI เยอะ โอกาสที่ข้อมูลจะผิดพลาดหรือหลุดก็เยอะตาม สุดท้ายเลยต้องพึ่งมนุษย์ที่มีเซนส์เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและทักษะการแก้ปัญหา มาคอยตรวจทานและคุม AI อยู่ดี

10 อันดับทักษะ AI ที่ตลาดต้องการ

10 อันดับทักษะ AI ที่เติบโตเร็ว

สรุป

โลกการทำงานกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากการที่เราต้องทำเองทุกอย่าง ไปสู่การจับคู่ระหว่าง คน + AI มากขึ้นเรื่อย ๆ บทบาทของมนุษย์อาจขยับไปเน้นการวางกลยุทธ์ คอยตรวจสอบ และตั้งคำถามให้ถูกจุดแทน ซึ่ง GenAI อาจไม่ได้มีดีแค่ช่วยลดเวลาทำงาน แต่มันอาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายขีดความสามารถ และเปิดโอกาสให้เราได้ทำอะไรในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ในแบบที่เมื่อก่อนเราอาจจะทำคนเดียวไม่ไหว

อ้างอิง: coursera

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AI โต คนของเราต้องรอด! รัฐสภาสิงคโปร์มีมติเอกฉันท์ ยันเศรษฐกิจยุค AI ต้องโตควบคู่การจ้างงาน ย้ำจะไม่มีภาวะ Jobless Growth ในประเทศ

รัฐสภาสิงคโปร์มีมติเอกฉันท์ ยันเศรษฐกิจยุค AI ต้องโตควบคู่การจ้างงาน พร้อมประกาศแผน "Inclusive Growth" บริหารจัดการผลกระทบเทคโนโลยีเพื่อไม่ทิ้งแรงงานไว้ข้างหลัง ถอดบทเรียนนโยบายล้ำ...

Responsive image

เปิด 4 ทักษะที่ AI ไม่มีวันแทนได้ ในโลกที่ AI ทำได้แทบทุกอย่าง เมื่อความเป็นมนุษย์กำลังกลายเป็นความได้เปรียบที่แท้จริง

ในโลกที่ AI ทำได้แทบทุกอย่าง ความแตกต่างของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่ความเก่งทางเทคนิค แต่คือ 4 Soft Skills ที่ AI ไม่มีวันแทนได้ ตั้งแต่การเข้าใจคน การโน้มน้าว การคิดวิเคราะห์ ไปจนถึงการ...

Responsive image

John Ternus ซีอีโอคนใหม่ของ Apple เผยความสำเร็จเริ่มจาก ‘การใส่ใจ’ ในงาน ทำสิ่งเล็ก ๆ ให้ดีที่สุดแม้ไม่มีใครเห็น

John Ternus ว่าที่ซีอีโอคนใหม่ของ Apple ที่เตรียมจะรับตำแหน่งในวันที่ 1 กันยายนนี้ ได้ฝากคำแนะนำถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกการทำงานว่า ‘ความสำเร็จไม่ได้เริ่...