ส่องแนวคิดสร้างชาติด้วย AI ของสิงคโปร์ จากปาก Josephine Teo รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศของสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตามองที่สุดในฐานะ Hub ของภูมิภาคเอเชีย ล่าสุด Josephine Teo รัฐมนตรีหญิงแกร่งแห่งสิงคโปร์ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังวิธีคิด และยุทธศาสตร์ชาติผ่านบทสัมภาษณ์กับ Daniel Pacthod จาก McKinsey 

Techsauce รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจของวิธีการปั้น ในสิงคโปร์มาให้ทุกท่าน ดังนี้

ดึงดูดตัวท็อปด้วย ‘ความทะเยอทะยาน’ และ 'Ecosystem'

ทำไมยักษ์ใหญ่ถึงเลือกลงทุนที่สิงคโปร์ ? 

Josephine ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า เมื่อบริษัทระดับโลกมองหาฐานที่มั่นใหม่ พวกเขาไม่ได้ดูแค่ว่าประเทศนั้นมีไฟฟ้าพอไหม หรือมี Data Center หรือเปล่า เพราะสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยพื้นฐานที่ต้องมีอยู่แล้ว

แต่สิ่งที่พวกเขาตามหาจริง ๆ คือ ใครที่จะโตไปพร้อมกับฉันได้

บริษัทเหล่านี้ต้องการพาร์ทเนอร์ที่มีความทะเยอทะยาน มีความกล้าเสี่ยง และมีจินตนาการที่จะสร้าง Use Cases ใหม่ ๆ ร่วมกัน เพราะในโลกของ AI ที่แข่งขันกันด้วยความเร็ว การเลือกพาร์ทเนอร์ผิดคือการเสียโอกาสมหาศาล 

และสิงคโปร์กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นพาร์ทเนอร์ที่มีความกระหายในนวัตกรรมนั้น

เธอมองว่าการดึง Talent ที่เชี่ยวชาญด้าน AI ในช่วงแรก ๆ  คงอาจมีการซื้อตัวคนเก่ง ๆ  เข้ามาเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้า Ecosystem ในประเทศไม่ได้โตขึ้นเองตามธรรมชาติ เราก็แค่แย่งคนกันไปกันมา โดยที่ไม่ได้มีความยั่งยืนใด ๆ

สิ่งที่สิงคโปร์โฟกัสคือการสร้างสภาพแวดล้อมให้ Talent อยากมาอยู่เอง เพราะคนเก่งระดับโลกไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการ Network ของคนเก่งที่คุยภาษาเดียวกัน

ทฤษฎีเข็มขัดนิรภัย และหน้าที่ของคนขายโซฟา

เมื่อพูดถึงเรื่องการแข่งขันเรื่องความเร็ว ที่ต้องควบคู่กับความเชื่อมั่น Josephine มองว่าการกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัย ไม่ใช่สิ่งที่สร้างมาเพื่อชะลอความเร็ว แต่สร้างมาเพื่อให้เรากล้าเหยียบมิดไมล์ในการเร่งพัฒนานวัตกรรมต่างหาก

คุณขับรถเร็วขึ้นได้ เข้าเกียร์ 5 ได้เต็มที่ ก็เพราะคุณรู้ว่ารถมีเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัย

ดังนั้น หน้าที่ของสิงคโปร์คือการสร้างมาตรฐานการทดสอบ และ Governance Framework เพื่อให้บริษัทต่างๆ มั่นใจและกล้าที่จะสเกลนวัตกรรมไปสู่ระดับมหาศาล Josephine ย้ำว่าภาระในการทดสอบความปลอดภัยต้องไม่ตกอยู่ที่ผู้ใช้งานรายย่อย 

เหมือนเวลาเราซื้อโซฟา IKEA เราไม่ได้มีหน้าที่กระโดดทดสอบความแข็งแรงเอง แต่เป็นหน้าที่ของตัวกลางที่นำเทคโนโลยีมาปล่อยให้ใช้งาน ที่ต้องทำหน้าที่เหมือน IKEA ต้องการันตีความปลอดภัยมาให้แล้ว เพื่อให้ผู้ใช้ปลายทางขับเคลื่อนนวัตกรรมได้อย่างมั่นใจ

ปรากฎการณ์ IKEA Moment

Josephine เปรียบเทียบการที่คนหันมาใช้ AI ว่าเหมือนกับ ช่วงเวลาที่เราต่อเฟอร์นิเจอร์ IKEA ตอนแรกเราอาจไม่กล้า แต่พอเห็นคนอื่นซื้อกลับไปต่อเองได้ เราจึงเกิดความมั่นใจว่า "ฉันก็น่าจะทำได้เหมือนกัน" 

แต่โจทย์ใหญ่ของสิงคโปร์ตอนนี้คือ จะทำอย่างไรให้ภาคธุรกิจ เกิด IKEA Moment บ้าง ? ปัจจุบันสิงคโปร์มี AI Centers of Excellence แล้วประมาณ 60-65 แห่ง แต่ Josephine มองว่ายังไม่พอ เป้าหมายที่แท้จริงคือต้องขยายไปสู่ระดับ หลักพันหรือหลักหมื่น เพื่อให้เทคโนโลยีนี้เข้าถึงทุกคนอย่างแท้จริง

กองทัพบอท 30,000 ตัว

ปีที่แล้วเราอาจคุยกันเรื่อง Use Case ว่าจะใช้ AI ทำอะไรดี แต่ปีนี้ Josephine มองว่ามันคือยุคของ Reimagine Moment หรือการจินตนาการรูปแบบการทำงานใหม่

สิงคโปร์ไม่ได้มอง AI เป็นแค่ภาพฝัน แต่มีการลงมือทำอย่างจริงจัง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือหน่วยงานรัฐที่สร้างแพลตฟอร์มให้ข้าราชการสร้าง AI Bots ขึ้นมาใช้เอง จนปัจจุบันมีบอทกว่า 30,000 ตัว ที่ช่วยลดภาระงานซ้ำ ๆ ประจำวัน 

มองคนเก่งให้เหมือนสนามบินซางงี

ในมุมมองเรื่องคน Josephine บอกว่าสิงคโปร์เคยมอง Talent เป็น 3 ชั้น (คนสร้าง, คนใช้, คนดูแล) แต่ตอนนี้ความคิดของประเทศเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้มองแบบแยกส่วนไม่ได้แล้ว ต้องมองเป็น Ecosystem เหมือนสนามบิน

เธอเปรียบเทียบว่าหากเราจะสร้าง Terminal 5 (เปรียบเหมือนเทคโนโลยี AI) คุณไม่สามารถสร้างมันโดด ๆ ได้ เพราะถ้าคุณจะสร้างสนามบิน คุณต้องคิดเรื่องการเชื่อมต่อให้มาก เช่น 

  • จะขนกระเป๋าจาก Terminal 1 มา Terminal 5 อย่างไร
  • จะเคลื่อนย้ายคนอย่างไรให้ Traffic ในสนามบินลื่นไหล
  • จะเอาพื้นที่สีเขียวมาใช้อย่างไร

เฉกเช่นเดียวกับ AI Talent ที่ไม่ใช่แค่เรื่องวิศวกรคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่คือการเอา AI ไปเชื่อมต่อกับ Manufacturing, Healthcare หรือ Banking ให้เกิด Value ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน 

นี่คือการมอง Ecosystem แบบองค์รวมที่สิงคโปร์กำลังมุ่งไป

อ้างอิง : The way Singapore looks at AI has shifted: Josephine Teo

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

คุยกับ Richard Ireland CEO ของ GovWare พร้อมคำถามที่โรงพยาบาลไทยต้องมอง

Richard Ireland CEO ของ GovWare เล่าว่าทำไมธีม GovWare 2026 ยึดหลักการเดิมท่ามกลางความเร็วของ Agentic AI พร้อมบทเรียนสำหรับธนาคาร โรงพยาบาล และการรับมือมิจฉาชีพข้ามพรมแดนของไทย...

Responsive image

บทเรียนจาก 148 วันของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ AI จะทำให้เศรษฐกิจผลิตได้มากขึ้น แต่เส้นทางไปถึงนั้น ‘ขรุขระมาก’

Kevin Warsh ประธาน Fed ร่วมวง Fireside Chat กับ Kristalina Georgieva บนเวที IMF ที่กรุงเทพฯ ชี้ AI คือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ที่จะดันความต้องการขึ้นก่อนเพิ...

Responsive image

AI จะเปลี่ยนโลกไปแค่ไหน มนุษย์ยังเป็นคนกำหนดอนาคต สรุป 4 มุมมองจากผู้นำระดับโลก บนเวที Future Economy Forum

มนุษย์จะปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างไร ในวันที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและการทำงานทั่วโลก ? นี่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนา Future Economy Forum ใน...