คำแนะนำจาก Lucy Guo มหาเศรษฐีวัย 30 อย่ามองข้ามคุณค่าของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

คำแนะนำจาก Lucy Guo มหาเศรษฐีวัย 30 อย่ามองข้ามคุณค่าของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

แนะนำให้เรียนมหาลัยอย่างน้อย 1-2 ปี เพราะคุณจะได้เจอ ‘เพื่อนที่ดีที่สุด’ และอยู่ในแหล่ง ‘รวมหัวกะทิ’ ที่สร้างคอนเน็กชันได้ง่ายที่สุด พยายามรู้จักคนเหล่านี้ไว้ เพราะพวกเขาอาจเป็นเพื่อนร่วมงานของคุณในอนาคต - คำแนะนำจาก Lucy Guo 

สิ่งที่ทำให้คำแนะนำนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ คือการที่ตัวเธอเองเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน เช่นเดียวกับ บิล เกตส์ หรือ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

Lucy Guo มหาเศรษฐีสาววัยเพียง 30 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งต่อมาถูกซื้อกิจการโดย Meta ในดีลมูลค่ากว่า 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เธอกลายเป็น 'มหาเศรษฐีพันล้านด้วยตัวเองที่อายุน้อยที่สุด' ของ Forbes ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 1.25 พันล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน Lucy Guo เป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Passes ที่เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์ของตนเอง โดยเธอได้เปิดใจในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า แม้จะไม่ได้จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่เธอยังคงมองว่า “การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยมีคุณค่ามหาศาล โดยเฉพาะในช่วง 1–2 ปีแรก”

เธออธิบายเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่ที่รวมคนเก่งเอาไว้จำนวนมาก ทุกคนต่างมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองและเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แทบไม่เกิดขึ้นในที่ทำงาน เพราะคนส่วนใหญ่มักมีสังคมของตัวเองอยู่แล้ว 

นอกจากนี้ Lucy Guo ยังเน้นว่า เพื่อนสมัยเรียนอาจกลายเป็นเพื่อนร่วมงานหรือพนักงาน การรู้จักเพื่อนๆ ตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย จะช่วยสร้างเครือข่ายที่คุณสามารถร่วมงานด้วยได้ในอนาคต 

เวลาจะสร้างบริษัท คนคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด และเพื่อนสมัยเรียนคือแหล่งว่าจ้างที่ดีที่สุด เพราะคุณรู้จักฝีมือและศักยภาพของพวกเขาอยู่แล้ว 

และแม้ว่า Lucy Guo จะลาออกจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ก่อนเรียนจบเพียง 8 วิชา แต่เธอเลือกเส้นทางที่ท้าทายยิ่งกว่า ด้วยการเข้าร่วม Thiel Fellowship โครงการที่มอบเงินทุน 200,000 ดอลลาร์ให้เยาวชนสร้างสตาร์ทอัพของตนเอง ซึ่งก่อตั้งโดย Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal

ประสบการณ์ใน Thiel Fellowship ทำให้เธอได้อยู่ท่ามกลางผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เชื่อว่าการสร้าง “ยูนิคอร์น” เป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง เช่นเดียวกับศิษย์เก่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Vitalik Buterin (ผู้ก่อตั้ง Ethereum), Dylan Field (ผู้ก่อตั้ง Figma) และ Ritesh Agarwal (ผู้ก่อตั้ง Oyo Rooms) นอกจากนี้ Lucy Guo ยังกล่าวปิดท้ายว่า 

การจะสร้างบริษัทให้ประสบความสำเร็จได้ คุณต้องกล้าที่จะเชื่อว่าคุณทำได้จริง แม้มันจะดูบ้าก็ตาม และการอยู่ท่ามกลางคนที่มีไฟและมีความเชื่อนี้เหมือนกันจะทำให้คุณกล้าฝันให้ไกลกว่าเดิม

คำแนะนำจาก Lucy Guo นี้จึงไม่ใช่การบอกให้ทุกคนลาออกจากมหาวิทยาลัย แต่คือการชี้ให้เห็นว่า “การศึกษา” อาจไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่ในห้องเรียน หากแต่เป็น “สนามฝึกฝนคอนเน็กชัน” ที่อาจกลายเป็นต้นทุนชีวิตที่สำคัญที่สุดในอนาคต

อ้างอิง: cnbc

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

HBR ชี้ทำไมพนักงานตัวท็อป ถึงยื่นใบลาออกเป็นคนแรกเสมอ?

คนเก่งไม่ได้อยากลาออกเพราะหัวหน้า แต่เป็นเพราะเนื้องาน เจาะลึกบทเรียนจาก Facebook วิธีออกแบบงานให้ตรงใจ รั้งคนเก่งไว้ให้อยู่ยาวโดยไม่ต้องเลื่อนตำแหน่ง...

Responsive image

รู้จัก Capybara Mode แนวคิดการทำงานที่โฟกัสหน้าที่ของตัวเอง ไม่ขอเป็นเดอะแบกให้ใคร

Capybara Mode คือการทำงานแบบ ‘ชิว แต่ไม่ชุ่ย’ ซึ่งเรายังคงทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่และดีที่สุดเหมือนเดิม และพร้อมยื่นมือช่วยคนอื่นถ้าเรายังไหว แต่จะไม่ก้มหน้ารับทุกงานที่โดนโยนม...

Responsive image

MIT เปิดลิสต์หนังสือน่าอ่านของปี 2026 รวม 43 เล่มจากปลายปากกาอาจารย์และบุคลากร MIT

MIT เปิดลิสต์หนังสือน่าอ่านรับซัมเมอร์ 2026 รวม 43 เล่มจากอาจารย์และบุคลากร MIT ที่ตีพิมพ์ช่วงกรกฎาคม 2025 ถึงมิถุนายน 2026 ครอบคลุมนิยาย บทกวี วิทยาศาสตร์ AI ภูมิรัฐศาสตร์ ธุรกิจ ...