รู้จัก Performance Punishment เมื่อรางวัลของคนขยันคือ 'งานที่เพิ่มขึ้น' ทำไมสิ่งนี้ถึงกำลังทำลายทีม

Performance Punishment

ในหลายองค์กรมีวัฒนธรรมการทำงานแบบ Performance Punishment หรือการลงโทษคนทำงานดีโดยไม่รู้ตัว นั่นคือการที่หัวหน้ามักจะมอบหมายงานและความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นให้กับคนเก่ง ซึ่งแทนที่จะเป็นโอกาส สิ่งนี้กลับกลายเป็นภาระที่ทำให้คนเก่งรู้สึกท้อจนอาจลาออกไปในที่สุด

เพื่อให้ทีมเดินหน้าไปได้โดยไม่เสียคนเก่ง นี่คือ 3 ประเด็นสำคัญ

1. อย่าให้ใครรับงานด่วนเพียงคนเดียว 

แม้คนเก่งจะเต็มใจช่วยงาน แต่นี่คือกับดักที่ขัดขวางการเติบโต งานที่โยนเพิ่มไปมักเป็นงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรืองานที่คนอื่นทำพลาด ซึ่งไม่ได้ช่วยให้หน้าที่การงานของคนเก่งก้าวหน้าขึ้นจริง หากเวลาของพวกเขาหมดไปกับงานรองหรืองานแก้ขัดตาทัพ พวกเขาจะไม่มีเวลาเหลือสำหรับงานสำคัญที่ใช้ทักษะขั้นสูงหรือโอกาสในการพัฒนาตัวเองจริงๆ

2. เลิก 'สปอยล์' คนทำงานไม่ดี ให้โอกาสเขาได้เรียนรู้บ้าง

เมื่อหัวหน้ามักเรียกใช้คนเก่งให้มาช่วย "กู้สถานการณ์" หรือตามเช็ดล้างงานที่คนอื่นทำไม่ดี ผลเสียจะตกอยู่กับทั้งสองฝ่าย คนเก่งจะเกิดภาวะหมดไฟ ในขณะที่คนทำงานไม่ดีก็จะไม่เกิดการพัฒนา เพราะมีคนคอยช่วยเหลือตลอดเวลา ความจริงที่โหดร้ายคือ หากคุณไม่ปล่อยให้คนทำงานพลาดได้เผชิญหน้ากับผลลัพธ์ หรือไม่เปิดโอกาสให้เขาพยายามแก้ไขด้วยตัวเอง พวกเขาก็จะไม่มีวันทำงานได้ดีขึ้น

3. หยุดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หันมาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

การเรียกใช้แต่คนเก่งให้มาช่วยแก้ปัญหาซ้ำซาก เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลัง "บกพร่องในการบริหารคน" การบริหารไม่ใช่แค่การสั่งงานแล้วรอผลลัพธ์ แต่คือการใส่ใจลูกน้องวันต่อวัน หัวหน้ามีหน้าที่ต้องสอนงาน มอบเครื่องมือ และสนับสนุนคนที่ทำงานยังไม่ถึงเกณฑ์ให้ทำได้ดีขึ้น แทนที่จะมองหาฮีโร่มาช่วยกู้สถานการณ์ตอนสายเกินแก้ คุณควรโฟกัสที่การพัฒนาทีมให้เก่งขึ้นทั้งระบบจะยั่งยืนกว่า

สรุป 

Performance Punishment เป็นกับดักการบริหารที่เผลอลงโทษคนเก่งด้วยการ "ถมงาน" ใส่จนพวกเขารู้สึกเหมือนถูกทำโทษมากกว่าได้รับโอกาส ซึ่งมักเกิดจากการที่หัวหน้าดึงคนเก่งมาช่วยแก้ปัญหาแทนคนที่ทำงานไม่ดี ส่งผลให้คนเก่งหมดไฟเพราะต้องแบกรับภาระเดิมๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้เติบโต ในขณะที่คนทำงานไม่ดีก็ขาดโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง ดังนั้นหัวหน้าจึงควรหยุดแก้ปัญหาด้วยการพึ่งพาฮีโร่เพียงคนเดียว แล้วหันมาโฟกัสที่การพัฒนาทักษะคนในทีมให้รับผิดชอบงานของตนเองได้ เพื่อรักษาคนเก่งไว้และยกระดับทีมให้แข็งแกร่งไปพร้อมกัน

อ้างอิง: psychologytoday

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

HBR ชี้ทำไมพนักงานตัวท็อป ถึงยื่นใบลาออกเป็นคนแรกเสมอ?

คนเก่งไม่ได้อยากลาออกเพราะหัวหน้า แต่เป็นเพราะเนื้องาน เจาะลึกบทเรียนจาก Facebook วิธีออกแบบงานให้ตรงใจ รั้งคนเก่งไว้ให้อยู่ยาวโดยไม่ต้องเลื่อนตำแหน่ง...

Responsive image

รู้จัก Capybara Mode แนวคิดการทำงานที่โฟกัสหน้าที่ของตัวเอง ไม่ขอเป็นเดอะแบกให้ใคร

Capybara Mode คือการทำงานแบบ ‘ชิว แต่ไม่ชุ่ย’ ซึ่งเรายังคงทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่และดีที่สุดเหมือนเดิม และพร้อมยื่นมือช่วยคนอื่นถ้าเรายังไหว แต่จะไม่ก้มหน้ารับทุกงานที่โดนโยนม...

Responsive image

MIT เปิดลิสต์หนังสือน่าอ่านของปี 2026 รวม 43 เล่มจากปลายปากกาอาจารย์และบุคลากร MIT

MIT เปิดลิสต์หนังสือน่าอ่านรับซัมเมอร์ 2026 รวม 43 เล่มจากอาจารย์และบุคลากร MIT ที่ตีพิมพ์ช่วงกรกฎาคม 2025 ถึงมิถุนายน 2026 ครอบคลุมนิยาย บทกวี วิทยาศาสตร์ AI ภูมิรัฐศาสตร์ ธุรกิจ ...