Ray Dalio ชี้จีนกำลังเล่นโกะบนกระดานโลก บีบอเมริกาถอยร่นโดยไม่ต้องใช้อาวุธสักชิ้น

Ray Dalio นักลงทุนระดับตำนานผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนครั้งสำคัญหลังจบทริปเยือนปักกิ่ง 10 วันเต็ม เขายอมรับตรง ๆ ว่าระเบียบโลกในเวลานี้ได้เกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ และมันกำลังเกิดขึ้นเร็วมากเกินกว่าที่ใครหลายคนจะตั้งรับได้ทัน

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้นำทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนความคิด คือวิธีที่สหรัฐฯ รับมือกับวิกฤตการณ์ที่อิหร่านเข้ายึดช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นแค่ความขัดแย้งระยะสั้น แต่เป็นภาพสะท้อนที่ทำให้ชาติพันธมิตรในเอเชียเห็นร่วมกันว่า 

คนอเมริกันยุคนี้ไม่ได้อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงกับความยากลำบากของสงครามอีกแล้ว ขณะเดียวกันรัฐบาลวอชิงตันก็เริ่มหมดพลังที่จะรักษาอำนาจเดิมของตัวเองเอาไว้ Dalio เปรียบเทียบว่า สถานการณ์ของสหรัฐฯ ในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับช่วงที่จักรวรรดิอังกฤษสูญเสียการควบคุมคลองสุเอซในอดีต ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของมหาอำนาจตะวันตก

สู่ยุคใหม่ของโครงสร้างอำนาจและระบบบรรณาการแห่งศตวรรษที่ 21

สิ่งที่ดาลิโอได้ไปสัมผัสที่ปักกิ่งไม่ใช่ภาพของกาตั้งป้อมเตรียมทำสงคราม แต่กลับเป็นภาพการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการทูตขนานใหญ่ บรรดาผู้นำระดับโลกกำลังหลั่งไหลเดินทางเข้าพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะที่ Dalio เรียกว่า "ระบบบรรณาการยุคใหม่"

ซึ่งเป็นการหยิบเอา Operating Manual โบราณที่จีนเคยใช้ปกครองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยาวนานกว่า 2,000 ปีกลับมาปัดฝุ่นใหม่ โครงสร้างนี้ไม่ใช่การล่าอาณานิคมแบบตะวันตกที่ต้องส่งทหารเข้ายึดครอง แต่เป็นการสร้างระเบียบทางเศรษฐกิจที่มีลำดับชั้นชัดเจน ประเทศที่เล็กกว่าจะยอมแสดงความเกรงใจและตระหนักในสถานะที่เหนือกว่าของจีน เพื่อแลกกับการเข้าถึงเม็ดเงิน ตลาด และความมั่นคง โดยผู้ที่เป็นพันธมิตรที่ดีจะได้รับรางวัล ส่วนผู้ที่กระด้างกระเดื่องจะถูกลงโทษผ่านกลไกทางเศรษฐกิจ

การหวนคืนของโมเดลนี้คือการเยียวยาบาดแผลบาดลึกจาก ศตวรรษแห่งความอัปยศที่จีนเคยถูกต่างชาติรุมรุกราน และเป้าหมายที่เด่นชัดที่สุดในกระดานนี้คือการรวมชาติกับไต้หวัน

Dalio คาดการณ์ว่า สี จิ้นผิง วางหมากที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ภายในปี 2028 ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเวลาการเลือกตั้งประธานาธิบดีของไต้หวัน โดยชัยชนะที่อาจเกิดขึ้นของพรรคฝ่ายค้านอย่างก๊กมินตั๋ง (KMT) ที่มีท่าทีประนีประนอมกับปักกิ่ง อาจเปิดทางไปสู่ข้อตกลงที่นุ่มนวลคล้ายกับโมเดลของฮ่องกงในอดีต ซึ่งจะทำให้จีนสยบไต้หวันได้โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงใช้กำลังทหารเลยด้วยซ้ำ

ยุทธศาสตร์การเล่นโกะ และแต้มต่อทางเทคโนโลยีที่เหนือกว่า

Dalio ชี้หากวิเคราะห์ผ่านตำราพิชัยสงครามของซุนวู กลยุทธ์ของจีนในปัจจุบันคือการสะท้อนแนวคิดการสยบศัตรูโดยไม่ต้องต่อสู้คือ สุดยอดแห่งความสามารถอย่างแท้จริง Dalio เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวิธีคิดของสองมหาอำนาจไว้ว่า

  • ในขณะที่อเมริกาเดินเกมเหมือนการเล่นหมากรุกฝรั่งที่เน้นการเผชิญหน้าและทำลายล้างหมากของคู่ต่อสู้ตรง ๆ 
  • แต่จีนกำลังเล่นเกมโกะ ที่ไม่เน้นการฆ่าล้างบาง แต่เน้นการเดินหมากล้อมเพื่อจำกัดพื้นที่อิทธิพล สร้างคำขู่แฝง และกดดันทางอ้อมผ่านมิติทางเศรษฐกิจและการเงินไปเรื่อย ๆ จนคู่ต่อสู้ต้องเป็นฝ่ายล่าถอยไปเอง

แต้มต่อที่ทรงพลังที่สุดของจีนในเวลานี้ไม่ใช่ขีดความสามารถทางการทหาร แต่คือห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง

Dalio สรุปไว้ว่า "AI คือทุกสิ่ง และ AI ที่ปราศจากไต้หวันคือความว่างเปล่า" เนื่องจากไต้หวันคือผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของโลก จีนไม่จำเป็นต้องส่งกองทัพบุกยึดโรงงานชิป เพียงแค่ส่งสัญญาณว่าจะทำการปิดล้อมการส่งออก มูลค่าตลาดทุนและหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกก็พร้อมจะดิ่งเหวทันที

ยิ่งไปกว่านั้น จีนกำลังเร่งสปีดขีดเส้นตายให้ตัวเองต้องพึ่งพาพาการผลิตชิปภายในประเทศให้ได้ 100% ภายในปลายปี 2027 ในขณะที่สหรัฐฯ และพันธมิตรยังต้องติดกับดักความพึ่งพา Supply Chain จากฝั่งเอเชียอยู่เช่นเดิม

ถอดรหัสนัยสำคัญต่ออนาคตโลกและการลงทุน

สำหรับมุมมองในตลาดการเงิน Dalio ส่งสัญญาณเชิงลบต่ออำนาจนำของสหรัฐฯ ในเชิงโครงสร้างระยะยาวอย่างชัดเจน กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของจีนเริ่มลดความเสี่ยงด้วยการปฏิเสธที่จะสะสมสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะหวาดระแวงเรื่องการถูกคว่ำบาตร และหันไปผลักดันบทบาทของเงินหยวนในเวทีการค้าโลกแทน 

ส่งผลให้เม็ดเงินทุนเริ่มไหลออกจากระบบการเงินเดิมที่อเมริกาเคยเป็นผู้คุมกฎมาตลอด 80 ปี สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ชั้นนำที่ชี้ว่า จีนใช้เวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมาในการซุ่มยึดครองตลาดแร่หายาก และห่วงโซ่อุปทานวัสดุต้นน้ำที่เป็นหัวใจสำคัญของทั้งยุทโธปกรณ์และฮาร์ดแวร์ AI จนอเมริกาแทบไม่เหลืออำนาจในการควบคุมทรัพยากรที่ตนเองจำเป็นต้องใช้

บทสรุปจากทริปเยือนจีนของ Dalio ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่า โลกกำลังก้าวผ่านจากระเบียบพหุภาคีที่อิงตามกฎเกณฑ์และนำโดยสหรัฐฯ ไปสู่ระเบียบโลกแบบสองขั้วอำนาจที่มีลำดับชั้นชัดเจน บทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารและนักลงทุนในยุคนี้คือ ในระบบนิเวศใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น การมีอำนาจล้นมือ การแสดงให้คู่ต่อสู้เห็นว่าเรามีอำนาจนั้นอยู่ แต่เลือกที่จะบริหารจัดการโดยไม่ต้องออกแรงใช้มัน คือกลยุทธ์ที่ทรงประสิทธิภาพ น่ากลัว และกำลังขับเคลื่อนทิศทางของโลกต่อจากนี้

อ้างอิง: fortune

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

มนุษย์ถูกมองเป็น ‘ม้างาน’ ในยุค AI ถอดบทเรียนโลกธุรกิจจากมุมมอง Cory Doctorow

ตอนนี้เรามักได้ยินคำเตือนเกี่ยวกับ AI แทบทุกวัน บางคนเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาแทนที่คน บางคนมองว่า AI อาจเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติในระยะยาว แต่สำหรับ Cory Doctorow มองภาพนี้ต่าง...

Responsive image

ทำไมเป็น CEO ยุคนี้ถึงยากกว่าเดิมมากในยุค สหรัฐฯ - จีน ชนกัน สรุปจากงาน Summer Davos

หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปพบสีจิ้นผิงจนได้ภาพการพักรบทางการค้าที่ทั้งโลกจับตา เวที Summer Davos ปีนี้ก็หยิบคำถามที่ค้างอยู่ในใจทุกคนมาคุยกันบนโต๊ะอีกครั้ง ผ่านเซสชันที่ชื่อว่า...

Responsive image

ความรู้ท่วมโลก แต่ทำไมคนเรียนรู้ได้น้อยลง ทำไมการศึกษายุค AI ถึงไม่เต็มไปด้วยคนที่เก่งขึ้นกว่าเดิมมากสักที สรุปจากงาน Summer Davos 2026

ไม่เคยมียุคไหนที่ความรู้เข้าถึงง่ายเท่าวันนี้ เลคเชอร์ที่ดีที่สุดในโลกถูกอัปขึ้นออนไลน์ให้ดูฟรี อินเทอร์เน็ตและแบนด์วิดท์เดินทางไปถึงหมู่บ้านที่ห่างไกลที่สุด และล่าสุดยังมี AI คอยเ...