หลังจากการเข้าซื้อ Kerry Express ด้วยการถือหุ้น 23% ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า VGI Global Media กำลังเปลี่ยนทิศทางในธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งแค่โฆษณาอีกต่อไป โดยล่าสุด VGI ได้เผยทิศทางบริษัทในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเป้ารายได้ 10,000 ล้านภายในปี 2020

ย้อนรอยไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว บริษัท VGI Global media เป็นบริษัทที่แยกออกมาจาก BTS Group หรือรถไฟฟ้า BTS โดยบริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสอันมหาศาลในธุรกิจสื่อโฆษณาของเมืองไทย โดยเริ่มจากการเป็นผู้ปฏิวัติวงการสื่อโฆษณานอกบ้าน จนสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากงบประมาณโฆษณาทั้งหมดได้ ขยายให้ธุรกิจสื่อนอกบ้านมีความหลากหลายเพิ่มขึ้น เช่น สื่อเคลื่อนที่ สื่อในอาคาร ป้ายบนท้องถนนและสื่อในสนามบิน ทำให้ VGI เป็นที่รู้จักในนามของผู้ให้บริการสื่อนอกบ้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยมูลค่าสื่อในมือถึง 6,800 ล้านบาท ในปีที่แล้ว VGI ในชูโมเดล Offline-to-Online (O2O) Solutions ที่ทำให้การโฆษณานั้นเชื่อมออฟไลน์และออนไลน์ไว้ด้วยกัน

3 ธุรกิจหลักในปัจจุบันของ VGI ประกอบด้วย 3 แพลตฟอร์มหลัก

  1. ธุรกิจสื่อโฆษณา (สื่อเคลื่อนที่ ป้ายโฆษณา สื่อในอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย และสื่อในสนามบิน)
  2. ธุรกิจให้บริการชำระเงินของ Rabbit Group
  3. ธุรกิจโลจิสติกส์ที่ครบวงจร ของ Kerry Express และ Demo Power โดยมีฐานข้อมูลกระจายอยู่ในทุกแพลตฟอร์ม ทำให้ VGI สร้าง Ecosystem ทางธุรกิจ เป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงวิถีชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจร

2 การลงทุนสำคัญเพื่อพัฒนารูปแบบการธุรกิจ

ปัจจุบันการตลาดและการสื่อสารแบบออนไลน์ เป็นอีกช่องทางสำคัญในธุรกิจสื่อโฆษณา VGI จึงพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เป็นมากกว่าการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ (awareness) แต่สามารถช่วยให้นักการตลาดและเจ้าของแบรนด์ สามารถสื่อสารถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ในเวลาที่ถูกต้อง ด้วยโฆษณาที่ตรงจุด บริษัทฯ จึงตัดสินใจเข้าลงทุนใน Rabbit เมื่อต้นปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา เพื่อนำฐานข้อมูลและเทคโนโลยีการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มจาก Rabbit Group มาใช้ประโยชน์ต่อ

และล่าสุดวีจีไอได้เข้าลงทุนในธุรกิจ Logistic ผ่านการซื้อหุ้นจานวน 23% ของบริษัท Kerry Express ด้วยมูลค่ากว่า 5,900 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนครั้งสำคัญที่มีมูลค่าสูงที่สุด สิ่งที่ทำให้ VGI ประสบความสำเร็จในการลงทุนครั้งนี้ คือการมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มของธุรกิจ Logistic จะเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจทั้งหมดของ VGI จนเกิดเป็นโมเดลธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ สามารถรองรับเทรนด์ของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

โดยด้าน Kerry Express ได้กล่าวว่า การเข้าร่วมกับ VGI เป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมากกับ Kerry โดยอนาคตจะมีโมเดลของการโฆษณารูปแบบใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ การทำ Product Sampling , Store - Front Ads หรือแม้กระทั่งการโฆษณาบนรถส่งสินค้า

คุณกวิน กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท VGI กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของบริษัทคือการสร้างโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์กับโลกยุคใหม่ เราไม่สามารถโฟกัสแต่เพียงงบโฆษณาเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการขยายแพลตฟอร์มเพิ่มจากการเป็นเพียงธุรกิจให้เช่าพื้นที่โฆษณา โดยปัจจุบันวีจีไอ มี 3 แพลตฟอร์มหลักคือ ธุรกิจสื่อโฆษณา ธุรกิจให้บริการชำระเงิน และธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งจะเปิดโอกาสทางธุรกิจอีกมากมายจากการเติบโตของธุรกิจ e-commerce และส่งผลให้ VGI มีรายได้เพิ่มขึ้นจากงบการตลาดอีกด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ VGI มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเจริญเติบโตและแข่งขันในตลาดได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราจึงมั่นใจว่าวีจีไอจะทำรายได้ถึง 10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี”

บทสรุปการเป็นผู้ครอง Big Data

นัยยะสำคัญของการลงทุนใน 2 ปีที่ผ่านมาคือการเป็นผู้ถือข้อมูลสำคัญของผู้บริโภคไว้ในมือ ได้แก่ ข้อมูลของผู้ใช้งาน Rabbit ทั้งจากในการชำระค่าบริการ การสะสมคะแนน และข้อมูลการเดินทาง ผนวกกับข้อมูลด้าน Logistic จาก Kerry Express ซึ่งด้วย Big Data สำคัญนี้ จะทำให้เกิดการขยายธุรกิจออกไปได้กว้างมากขึ้นโดยเฉพาะในด้านของ E-Commerce ที่กำลังเบ่งบานในประเทศไทย และอาจมีเห็นการลงทุนในธุรกิจอื่นๆตามมาอีกในอนาคต

RELATED ARTICLE

Responsive image

Priceza เตรียมจัดงาน 'Priceza E-Commerce Awards 2017' มอบรางวัล พร้อมอัพเดทเทรนด์วงการ E-Commerce

บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอพพลิเคชัน "Priceza" เครื่องมือค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา (Shopping Search Engine) อันดับหนึ่งของประเทศ เตรียมจัดงาน Priceza E-Comm...

Responsive image

แนะนำ Startup ใหม่ สร้างร้านออนไลน์ในคลิ๊กเดียวกับ HIPSTORES

อีกหนึ่ง Startup ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นานกับ HIPSTORES บริการสร้างร้านออนไลน์ในคลิกเดียวไม่จำเป็นต้อง login วันนี้จะมาแนะนำว่าบริการนี้เป็นอย่างไรบ้าง จะฮิปขนาดไหน......

Responsive image

สงคราม E-Commerce ไทย : ฝั่งเว็บไซต์ Lazada ยังมีคนเข้ามากสุด ตามมาด้วย Chilindo

ส่องข้อมูล "The Map of E-Commerce" จาก iPrice พบสงครามอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยปี 2560 ฝั่งเว็บไซต์ Lazada ยังมีคนเข้ามากสุด ตามมาด้วย Chilindo จากไทย ส่วน Shopee ครองที่ 1 บน App Sto...