ทำไมทนายปีศาจไม่ใช้ AI แต่ยังใช้ ‘คน’ ในการทำคดี เจาะวิจัย Harvard Law School ความจริงที่ว่า คนยังชนะ AI ในโลกกฏหมาย

ในซีรีส์ทนายปีศาจ ‘จิตตรี’ คือทนายที่งัดได้ทุกช่องโหว่ บิดได้ทุกกติกา ชนะได้ทุกคดี ถ้าวัดกันที่ลูกเล่นในห้องพิจารณาเรื่องนี้ไม่มีใครแตะเธอได้ และคนเก่งระดับนี้ ก็ไม่เคยทำงานคนเดียว เธอมีผู้ช่วยที่เป็นคนอยู่ข้างตัวมาตลอด

ล่าสุดเธอยิ่งทุ่มหนัก ไปเลือก เมฆ ทนายที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ว่ากฎหมายต้องปกป้องคนที่ไร้ทางสู้ และกำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม จิตตรียื่นข้อเสนอว่าจะว่าความให้ ขอแค่อย่างเดียว เมฆต้องมาทำงานให้เธอ (เหตุผลที่แท้จริงเป็นปมที่หนังยังไม่เฉลย)

แต่ถ้าถอยออกมามองภาพใหญ่ มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจคือ ในยุคที่ AI ทำงานได้เร็วกว่า ถูกกว่า ไม่เหนื่อย ไม่บ่น ไม่ลาออก ทำไมทนายที่เก่งและคิดเร็วระดับจิตตรี ถึงยังเลือกลงทุนกับ ‘คน ในเมื่อ AI น่าจะเป็นผู้ช่วยที่ทุ่นแรงกว่าเยอะ

คำถามนี้ไม่ได้มีแค่ในซีรีส์ มันคือคำถามเดียวกับที่บริษัทกฎหมายทั้งโลกกำลังขบคิดอยู่ และมีงานวิจัยจาก Harvard Law School Center on the Legal Profession ที่ลงไปหาคำตอบมาแล้ว

ทำไมคนยังชนะ AI ในโลกกฏหมาย

ต้นปี 2025 Robert J. Couture นักวิจัยอาวุโสของ Harvard Law School Center on the Legal Profession เผยแพร่งานวิจัยที่ไปนั่งคุยกับผู้บริหารและหุ้นส่วนของบริษัทกฎหมายชั้นนำในอเมริกา 10 แห่ง ทั้งหมดเป็นกลุ่ม AmLaw100 หรือบริษัทกฎหมายที่ทำเงินสูงสุด 100 อันดับแรกของประเทศ เพื่อหาคำตอบว่า AI กำลังเขย่าวงการนี้แรงแค่ไหน

ตัวเลขที่ได้กลับมาค่อนข้างน่าตกใจ เพราะงานตอบคำฟ้องคดีหนึ่งที่ทนายเคยนั่งทำเป็น 10 ชั่วโมง ตอนนี้ AI เคลียร์ให้เสร็จใน 3-4 นาที บางงานเร็วขึ้นกว่า 100 เท่า แถมยังแม่นกว่าเดิมด้วย แต่ที่น่าประหลาดใจคือไม่มีบริษัทกฎหมายแห่งไหนวางแผนลดจำนวนทนายลงเลย

ถ้าวัดกันที่ความทุ่นแรงล้วน ๆ AI ชนะคนแบบไม่เห็นฝุ่น คำถามจึงไม่ใช่ว่า AI เก่งจริงไหม แต่เป็นว่าในเมื่อมันเก่งขนาดนี้ ทำไมบริษัทพวกนี้ถึงยังไม่โยนคนทิ้งแล้วหันไปกอด AI เต็มตัว

คำตอบอยู่ที่ ‘คดี’ ซึ่งมันเกิดขึ้นในโลกจริงไม่ได้เกิดในระบบ และที่สำคัญคือมันเกิดกับคน

เบื้องหลังทุกคดีมีมนุษย์ที่มีอารมณ์ มีเหตุผลซ่อนเร้น และมีความสัมพันธ์ที่พันกันยุ่งเหยิง การจะอ่านออกว่าใครพูดจริง ใครกำลังโกหก หรือใครปิดบังอะไรอยู่หลังแววตา ต้องใช้คนที่เข้าใจคนด้วยกัน

หลักฐานก็เหมือนกัน ชิ้นที่เป็นชิ้นเป็นชิ้นตายในคดีฆาตกรรมไม่ได้อยู่ในไฟล์ให้ AI สแกนเจอ แต่อยู่ในที่เกิดเหตุจริง อยู่ในปากพยานที่ลังเลจะพูด และอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ต้องมีคนลงพื้นที่ไปสังเกตและเข้าใจบริบทของมัน นี่คือสองอย่างที่ความเร็วของ AI ทำแทนไม่ได้ และเป็นเหตุผลที่ทนายอย่างจิตตรียังต้องการคนอย่างเมฆอยู่ข้างตัว

ถ้า AI จะแทนคนได้จริง บริษัทเหล่านี้ก็ควรเริ่มลดทนายแล้ว แต่งานวิจัยพบว่าผลลัพธ์ตรงข้าม เพราะไม่มีบริษัทกฎหมายแม้แต่แห่งเดียวที่วางแผนลดจำนวนทนาย ผู้บริหารคนหนึ่งถึงกับบอกว่า เราทุ่มเงินลงทุน AI เต็มที่ แต่ปีนี้กลับรับทนายรุ่นใหม่เข้ามามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

ภาพรวมของวงการก็ยืนยันเรื่องนี้ ในปี 2025 ที่ AI ระเบิดเต็มที่ รายได้รวมของกลุ่ม AmLaw100 กลับโตขึ้น 13% แตะ 178,950 ล้านดอลลาร์ สมการที่เกิดขึ้นจริงจึงเป็น คนบวก AI เท่ากับรายได้เพิ่ม ไม่ใช่คนถูกแทนที่ งานวิจัยถึงกับสรุปตรง ๆ ว่าเรื่องหุ่นยนต์จะมาแทนทนายนั้นถูกพูดเกินจริงไปมาก

ถ้า AI ทำงานเดิมได้เร็วขึ้นเป็นร้อยเท่า แล้วเวลาที่เหลือหายไปไหน คำตอบคือมันถูกย้ายไปทำงานที่มีค่ากว่า

ทนายคนหนึ่งในงานวิจัยเรียกมันว่า การพลิก 80/20 เมื่อก่อนทนายเสียเวลา 80% ไปกับการนั่งขุดข้อมูล เหลือแค่ 20% ให้คิดวิเคราะห์และวางแผน สิ่งที่ AI ทำคือพลิกสองตัวเลขนี้กลับหัว ให้คนได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิดและการอ่านคน ไม่ใช่การนั่งค้น

เริ่มเกิดแล้ว เช่นกรณีของบริษัท Ropes & Gray เปิดโครงการชื่อ TrAIlblazers ให้ทนายปีแรกใช้เวลาสูงสุด 20% ของเป้าทั้งปี หรือราว 380-400 ชั่วโมงไปเรียนรู้และทดลองใช้ AI โดยไม่ต้องเก็บบิลลูกค้า พูดง่าย ๆ คือบริษัทยอมจ่ายเองเพื่อปั้นให้ทนายรุ่นใหม่เก่งขึ้น

หลายคนคิดว่าลูกค้าเห่อ AI เพราะมันช่วยลดค่าทนาย แต่ความจริงตรงข้าม

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ตั้งแต่แรกลูกค้าไม่ได้หวังให้ค่าทนายถูกลง สิ่งที่เขาอยากได้คือคำตอบที่เร็วขึ้นและคุณภาพที่ดีขึ้น ซึ่งตรงกับผลสำรวจของ BTI Consulting เมื่อปลายปี 2024 พอดี

เรื่องนี้สะท้อนกลับมาที่ค่าตัวทนายอย่างน่าสนใจ ในปี 2025 ค่าตัวของทนายกลุ่ม AmLaw100 ทะลุ 1,000 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และระดับท็อปบางคนคิดถึง 2,000 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ยิ่ง AI ปลดล็อกให้ทนายมีเวลาไปคิดงานยาก ๆ คุณค่าของคนกลับไม่ได้ลดลง แต่ถูกแปลงเป็นเรตที่แพงขึ้น

นี่คือเหตุผลที่การตัดสินใจสุดท้ายยังต้องเป็นของคน เพราะการชั่งใจว่าข้อมูลไหนเชื่อถือได้ ความลับไหนแตะต้องไม่ได้ ยังต้องใช้สามัญสำนึกของมนุษย์อยู่ดี

มาถึงตรงนี้ คำถามที่ค้างไว้ตั้งแต่ต้นก็มีคำตอบ

จิตตรีไม่เลือก AI แทนคน ไม่ใช่เพราะเธอไม่รู้ว่ามันเร็วกว่า แต่เพราะเธอรู้ดีกว่าใครว่าคดีในโลกจริงชนะกันที่ความเข้าใจในตัวคน และที่หลักฐานในโลกจริงที่ต้องมีคนไปตามหา ซึ่งเป็นสองอย่างที่ความเร็วซื้อไม่ได้

ความเก่งที่ไร้ขีดจำกัดของ AI จึงไม่ได้ทำให้คนหมดราคา ตรงกันข้าม มันยิ่งตีกรอบให้เห็นชัดว่าอะไรคือสิ่งที่มีแต่คนเท่านั้นทำได้ AI ทำให้ทนายเก่งขึ้น เร็วขึ้น และอาจรวยขึ้นด้วยซ้ำ แต่มันยังไม่เคยทำให้ทนายหายไป และนั่นคือเหตุผลที่ทนายเก่งที่สุดในเรื่อง รวมถึงบริษัทกฎหมายที่รวยที่สุดในโลกจริง ยังเลือกมีมนุษย์นั่งอยู่ข้าง ๆ เสมอ

อ้างอิง: clp.law.harvard.edu, news.bloomberglaw, legal.thomsonreuters, news.bloomberglaw

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

6 ทักษะที่ทุกคนต้องมีในยุค AI ที่ไม่ใช่เพื่อแข่งกับ AI แต่เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้ ในโลกที่ AI ทำให้เราคิดเองตัดสินเองไม่ได้

AI ไม่ได้แย่งทักษะไปจากคุณ มันแค่ทำให้ทักษะพวกนั้นกลายเป็นเรื่องจะทำหรือไม่ทำก็ได้ จนค่อย ๆ ฝ่อ Faisal Hoque ชี้ 6 ทักษะที่ผู้นำต้องรักษาไว้ในยุค AI เพื่อรักษาทั้งความคมและความเป็น...

Responsive image

ส่องโมเดลปั้นสตาร์ทอัพ Tsinghua x-lab ที่ทำงานมา 13 ปีโดยไม่แสวงหากำไร ไม่ขอแบ่งหุ้น แต่ปั้นโตจนเป็นยูนิคอร์น

ปี 2013 Dr. Xiuqing Hao นั่งอยู่ในออฟฟิศที่ Tsinghua SEM รับฟังทีมนักศึกษาทีมแรก ๆ ที่เดินเข้ามาขอคำปรึกษา ไอเดียของพวกเขายังไม่ครบ แผนธุรกิจยังเต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า แต่ความกระหายที่...

Responsive image

งานวิจัย Harvard ชี้ชัด อยู่ในห้องรก สมองทำงานได้น้อยกว่า เหตุผลที่รู้สึกหมดแรง แม้งานไม่หนัก

โต๊ะทำงานรกส่งผลต่อสมองมากกว่าที่คุณคิด! งานวิจัยชี้ความวุ่นวายบนโต๊ะทำงานกำลังดึงพลังงานสมองและลดประสิทธิภาพการทำงานของคุณโดยไม่รู้ตัว ปรับกลยุทธ์จัดโต๊ะวันนี้เพื่อคืนพื้นที่ทางคว...