จากคนงานเหมืองถ่านหิน สู่ Startup AI มูลค่า 5 แสนล้านบาท รู้จัก ‘Nscale’ ขุมพลังเบื้องหลัง OpenAI ที่ Nvidia ร่วมทุ่มทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์

ไม่มีใครคาดคิดว่าข้อความ LinkedIn ธรรมดาๆ สักหนึ่งบรรทัดจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Startup ที่กำลังเขย่าวงการโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Josh Payne ผู้ก่อตั้งชาวออสเตรเลียแห่ง Nscale บริษัทที่เพิ่งระดมทุนได้ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Nvidia และนักลงทุนรายอื่น จนได้รับการประเมินมูลค่าที่ 14.6 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 5 แสนล้านบาท

เหมืองถ่านหินถึงซิลิคอนวัลเลย์

เส้นทางของ Josh Payne ไม่ได้เริ่มจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหรือบริษัทเทคโนโลยี หากแต่เริ่มจากใต้ดินในเหมืองถ่านหินของออสเตรเลีย ในช่วงเวลาว่างระหว่างกะยาม เขาหยิบหนังสือด้านการประกอบการขึ้นมาอ่าน โดยเฉพาะ The 4-Hour Work Week ของ Tim Ferriss ซึ่งค่อยๆ จุดประกายความคิดที่จะก้าวออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง

ก้าวแรกของเขาคือแพลตฟอร์มจัดหางานสำหรับคนงานก่อสร้างในออสเตรเลีย ซึ่งพาเขาเข้าสู่โลกของโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และตลาดพลังงาน ต่อมาเขาขยับไปลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและขุดคริปโตเคอร์เรนซี ทั้งสองธุรกิจมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือความต้องการไฟฟ้ามหาศาล และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขามองเห็นโอกาสก่อนคนอื่น

ขณะทำงานกับนักลงทุนด้านพลังงานในออสเตรเลีย Josh Payne เดินทางไปตรวจสอบโรงงานแห่งหนึ่งและพักอยู่ถึงสองสัปดาห์เพื่อศึกษาการดำเนินงานอย่างละเอียด "ฉันจากมาพร้อมกับหนังสือแสดงเจตจำนงในการเข้าซื้อกิจการนั้น" เขาให้สัมภาษณ์กับ The New York Times สถานที่แห่งนั้นในตอนนั้นยังเป็นฟาร์มขุด Bitcoin อยู่

Cold Message ที่เปลี่ยนชะตา

เมื่อกระแส AI เริ่มระเบิด Josh Payne ย้ายจากออสเตรเลียมาลอนดอนและก่อตั้ง Nscale ในปี 2024 โดยมองเห็นโอกาสในการสร้าง "Neocloud" หรือผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่ที่ก่อสร้างและบริหารโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ แล้วขายพลังประมวลผลให้กับนักพัฒนา AI แทนที่จะให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต้องลงทุนสร้างเองทั้งหมด

หนึ่งในการเคลื่อนไหวสำคัญที่สุดของเขาคือการส่งข้อความโดยตรงหา Øyvind Eriksen ซีอีโอของ Aker กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่จากนอร์เวย์ ผ่าน LinkedIn พร้อมข้อเสนอสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในนอร์เวย์ โดยใช้ประโยชน์จากพลังงานราคาถูกของกลุ่มประเทศนอร์ดิก ปรากฏว่าข้อความนั้นได้ผล Eriksen ตอบรับ ทั้งสองบรรลุข้อตกลงพัฒนาศูนย์ข้อมูลร่วมกัน และ Eriksen ก็เข้ามานั่งในคณะกรรมการบริษัทในที่สุด

แข่งขันสร้างกระดูกสันหลังของ AI โลก

ปัจจุบัน Nscale ได้ลูกค้ารายใหญ่อย่าง OpenAI และ ByteDance เจ้าของ TikTok แล้ว บริษัทกำลังวางแผนพัฒนาศูนย์ข้อมูลในอังกฤษ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส เท็กซัส และอีกหนึ่งแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังไม่เปิดเผยชื่อ โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้า บริษัทประเมินว่าอาจต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 45 พันล้านดอลลาร์ทั่วโลก โครงการทั้งหมดที่กำลังดำเนินการอยู่นี้จะต้องใช้พลังงานรวมกันประมาณ 5.5 กิกะวัตต์ เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของบ้านเรือนในอเมริกา 5 ล้านหลัง

Nscale เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม neocloud ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึง CoreWeave จากนิวเจอร์ซีย์ Nebius จากอัมสเตอร์ดัม และ IREN จากซิดนีย์ ทั้งหมดกำลังแข่งกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่นักพัฒนา AI พึ่งพา โดยรับความเสี่ยงด้านการลงทุนแทนบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

ความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนเริ่มมองเห็นสัญญาณของ AI Infrastructure Bubble ที่อาจก่อตัวขึ้น ศูนย์ข้อมูลมักใช้เวลากว่าทศวรรษในการสร้างผลตอบแทน ขณะที่สัญญากับลูกค้าอาจสั้นกว่านั้นมาก สร้างความเสี่ยงหากความต้องการชะลอตัวลง

Øyvind Eriksen ยอมรับว่าความผันผวนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เชื่อว่า Nscale มีข้อได้เปรียบสามประการที่จะช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤต ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งทุน ต้นทุนไฟฟ้าที่ต่ำ และข้อตกลงกับลูกค้าล่วงหน้าที่ช่วยกระจายความเสี่ยง "หากเกิด Correction ในอุตสาหกรรม บริษัทอย่าง Nscale อาจอยู่ในสถานะที่พร้อมเข้าซื้อคู่แข่งที่อ่อนแอกว่า" เขากล่าว

Josh Payne รับมือกับความกังวลนี้ด้วยการเน้นสร้างศูนย์ข้อมูลเฉพาะในจุดที่มีลูกค้าพร้อมใช้งานอยู่แล้ว "เราเผชิญกับความต้องการที่ไม่มีวันอิ่มตัว" เขากล่าว

ทีมที่น่าเชื่อถือ

ความน่าเชื่อถือของ Nscale ยังได้รับการเสริมจากบุคคลระดับโลกที่เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการ ไม่ว่าจะเป็น Sheryl Sandberg อดีต COO ของ Meta, Nick Clegg อดีตผู้บริหาร Meta และ Sue Decker อดีตประธาน Yahoo

Sheryl Sandberg ระบุว่าเธอตัดสินใจร่วมงานหลังจากตรวจสอบบริษัทและกลยุทธ์อย่างละเอียดแล้ว "ทุกตลาด ทุกธุรกิจมีความเสี่ยง และ Nscale ก็ไม่ต่างกัน" เธอกล่าว "หน้าที่ของฉันคือเข้ามาในคณะกรรมการและใช้ประสบการณ์ที่มีเพื่อช่วย Josh รับมือกับความท้าทายเหล่านั้น" Sandberg ยังบอกด้วยว่าความทะเยอทะยานและวิสัยทัศน์ของ Josh Payne นั้น ทำให้เธอนึกถึงผู้ก่อตั้งอีกคนที่เธอเคยทำงานด้วยใกล้ชิด

สำหรับ Payne เส้นทางจากการนั่งอ่านหนังสือในเหมืองถ่านหินสู่การบริหารบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์อาจฟังดูเหนือจริง แต่เขาเชื่อมั่นว่าอนาคตของวงการเทคโนโลยีจะเป็นของบริษัทที่สามารถสร้างระบบทางกายภาพที่ขับเคลื่อน AI ได้ และในกรณีของเขา ทุกอย่างเริ่มต้นจากข้อความ LinkedIn เพียงหนึ่งบรรทัด

อ้างอิง: Inc.com

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Volta สตาร์ทอัพคลาวด์จากทุน 1 ปอนด์ สู่ผู้คว้าดีลหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก Anthropic

Volta สตาร์ทอัพที่เพิ่งก่อตั้งต้นปี 2026 คว้าดีลคลาวด์ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ Bloomberg รายงานว่าเป็นของ Anthropic ดันมูลค่าบริษัทแตะ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมการหนุนหลั...

Responsive image

รู้จัก ‘IM8’ สตาร์ทอัพสุขภาพของ David Beckham กับหุ้นส่วนที่เรียนไม่จบมัธยม ที่วันนี้มูลค่าดีลแตะพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

รู้จัก IM8 แบรนด์สุขภาพที่ David Beckham ร่วมก่อตั้งกับ Danny Yeung ผู้ประกอบการที่เรียนไม่จบมัธยม โตจากศูนย์สู่รายได้ 200 ล้านดอลลาร์ใน 19 เดือน ล่าสุดรับเงินทุน 1 พันล้านดอลลาร์จ...

Responsive image

อดีตซีอีโอ GitHub เปิดตัวสตาร์ทอัพ ‘Entire’ เครือข่าย Git กระจายศูนย์ Mirror โค้ดข้ามภูมิภาค ไม่ง้อเซิร์ฟเวอร์กลาง

Entire สตาร์ทอัพของ Thomas Dohmke อดีตซีอีโอ GitHub เปิดตัวเครือข่าย Git แบบกระจายศูนย์สำหรับยุค AI Agent ให้เอเจนต์โคลนโค้ดจากสำเนาประจำภูมิภาคแทนเซิร์ฟเวอร์กลาง รองรับ 570,000 โค...