สตาร์ทอัพ ‘Helion Energy’ สร้างพลาสมา 150 ล้านองศาสำเร็จ! ร้อนแรงกว่าดวงอาทิตย์ 10 เท่า ก้าวสำคัญสู่พลังงานสะอาดแห่งอนาคต

ในสมรภูมิ Deep Tech ไม่มีเทคโนโลยีไหนจะร้อนแรง (ในเชิงอุณหภูมิและเม็ดเงิน) ไปกว่าการแข่งขันเพื่อสร้างดวงอาทิตย์เทียม หรือพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) และล่าสุด Helion Energy สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นจากวอชิงตัน ได้ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการดันอุณหภูมิเตาปฏิกรณ์แตะ 270 ล้านองศาฟาเรนไฮต์ ก้าวเข้าใกล้ความฝันแห่งพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมดไปอีกขั้น

สถิติใหม่ที่ท้าทายกฎฟิสิกส์

Helion Energy สร้างความฮือฮาให้กับวงการวิทยาศาสตร์ด้วยการประกาศว่า เครื่องต้นแบบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันรุ่นล่าสุดของพวกเขาที่ชื่อว่า ‘Polaris’ สามารถสร้างความร้อนพลาสมาได้สูงถึงประมาณ 270 ล้านองศาฟาเรนไฮต์ (ราว 150 ล้านองศาเซลเซียส) ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติบนกระดาษ แต่มันมีความร้อนสูงกว่าแกนกลางของดวงอาทิตย์ที่เราเห็นอยู่ทุกวันถึง 10 เท่า

David Kirtley ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Helion กล่าวอย่างมั่นใจว่า ‘เราเชื่อว่าเส้นทางที่มั่นคงที่สุดในการนำพลังงานฟิวชันไปใช้ในเชิงพาณิชย์ คือการลงมือสร้าง เรียนรู้ และปรับปรุงซ้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผลลัพธ์ประวัติศาสตร์จากการทดสอบแคมเปญดิวเทอเรียม-ทริเทียมบนเครื่อง Polaris เป็นเครื่องพิสูจน์แนวทางของเราในการพัฒนาฟิวชันพลังงานสูง และแสดงถึงความเป็นเลิศทางวิศวกรรมของเรา’

จาก Trenta สู่ Polaris วิวัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Polaris คือเตาปฏิกรณ์รุ่นที่ 7 ของบริษัท ซึ่งเริ่มเดินเครื่องเมื่อปลายปี 2024 โดยสามารถทำลายสถิติเดิมของรุ่นพี่อย่าง ‘Trenta’ (รุ่นที่ 6) ที่เคยทำไว้ที่ 212 ล้านองศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งตัวเลขเดิมนั้นก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มของเกณฑ์อุณหภูมิสำหรับฟิวชันเชิงพาณิชย์แล้ว

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของ Helion ยังไม่จบแค่นี้ David Kirtley เปิดเผยกับ TechCrunch ว่า เพื่อให้ได้จุดคุ้มทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (Optimal Sweet Spot) สำหรับการผลิตไฟฟ้าขายจริง พวกเขาจะต้องดันอุณหภูมิไปให้ถึง 392 ล้านองศาฟาเรนไฮต์ (200 ล้านองศาเซลเซียส) ให้ได้

เทคโนโลยีเบื้องหลัง บีบอัดเพื่อระเบิดพลัง

สิ่งที่ทำให้ Helion แตกต่างและน่าจับตามองคือกรรมวิธีในการผลิตไฟฟ้า ในขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปัจจุบันใช้ปฏิกิริยาฟิชชัน (แยกอะตอม) ซึ่งมีความเสี่ยงเรื่องกากนิวเคลียร์ แต่ Helion ใช้ฟิวชัน (รวมอะตอม) ซึ่งสะอาดและปลอดภัยกว่า

กระบวนการของ Helion เริ่มจากการให้ความร้อนแก่ไอโซโทปจนกลายเป็นพลาสมา กักเก็บด้วยแม่เหล็ก และใช้สนามแม่เหล็กแรงสูง ‘บีบอัด’ จนร้อนจัดจนอะตอมหลอมรวมกัน ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา ทำให้พลาสมาขยายตัวดันกลับสนามแม่เหล็ก ซึ่งกระบวนการดันกลับนี้จะถูกแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการต้มน้ำเพื่อหมุนกังหันไอน้ำแบบดั้งเดิม

แม้การทดสอบครั้งนี้จะใช้เชื้อเพลิง ดิวเทอเรียม และ ทริเทียม แต่ Roadmap ในอนาคตของ Helion คือการใช้ ‘ฮีเลียม-3’ (Helium-3) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในอุดมคติที่ให้พลังงานสูงและสะอาดยิ่งกว่า

สมรภูมิ Fusion Energy เดือดระอุ

Helion ไม่ได้วิ่งอยู่บนลู่วิ่งนี้เพียงลำพัง การแข่งขันในตลาด Fusion Energy กำลังดุเดือดด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากทั่วโลก

  • Inertia Enterprises: สตาร์ทอัพจากแคลิฟอร์เนียที่เพิ่งระดมทุนไป 450 ล้านดอลลาร์
  • TAE Technologies: ผู้เล่นเก๋าเกมกว่า 30 ปี ที่เพิ่งควบรวมกับ Truth Social ของ Donald Trump ในดีลมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์
  • Commonwealth Energy Systems: ที่จับมือกับยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ Siemens เพื่อเร่งสปีดเทคโนโลยี
  • Type One Energy: ที่กำลังระดมทุนเพิ่มและร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าจริง

ตัว Helion เองก็มีแบ็คอัพที่แข็งแกร่ง ด้วยยอดการระดมทุนรวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) ทำให้พวกเขามีกระสุนดินดำมากพอที่จะเร่งเครื่องสู่เป้าหมาย การทำลายสถิติครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ชัยชนะทางวิศวกรรม แต่เป็นการส่งสัญญาณบอกโลกและนักลงทุนว่า ‘อนาคตแห่งพลังงานไร้ขีดจำกัด อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่เราคิด’

ที่มา: Inc.com 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก Project Prometheus สตาร์ทอัพหมื่นล้านของ Jeff Bezos พัฒนาวิศวกร AI ที่เข้าใจพื้นผิวและกฎฟิสิกส์

Jeff Bezos เปิดใจครั้งแรกเรื่อง Project Prometheus สตาร์ทอัพมูลค่า 41,000 ล้านดอลลาร์ ยืนยันไม่ได้ทำหุ่นยนต์ แต่กำลังสร้าง 'วิศวกรทั่วไปแบบ AI' ที่เข้าใจโลกกายภาพและพลิกโฉมการออกแบ...

Responsive image

‘Sanas’ สตาร์ทอัพแปลงสำเนียงเรียลไทม์ ความสำเร็จที่แลกมาด้วยข้อหาลบตัวตน

Sanas สตาร์ทอัพ AI แปลงสำเนียงเรียลไทม์จาก Stanford โต 0 เป็น 62 ล้านดอลลาร์ใน 2 ปี ระดมทุน 121 ล้าน มีผู้ใช้ทะลุ 1 ล้านคน แต่ถูกวิจารณ์ว่ากำลังลบตัวตนคนทำคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกำลัง...

Responsive image

หัวกะทิร่วมสร้าง AI ที่พัฒนาตัวเองได้ ‘Recursive Superintelligence’ ภายใน 6 เดือนระดมทุนไปแล้วกว่า $650 ล้าน จาก GV, Greycroft, Nvidia และ AMD

Recursive Superintelligence สตาร์ทอัพอายุ 6 เดือนของ Richard Socher และ 7 นักวิจัยจาก OpenAI, Meta, Google ระดมทุน 650 ล้านดอลลาร์ มูลค่าทะลุ 4,000 ล้าน เพื่อสร้าง AI ที่พัฒนาตัวเอ...