
ในยุคที่ความไม่แน่นอนคือสภาวะปกติใหม่ (New Normal) และวิกฤตการณ์ต่างๆ ทั้งสภาพภูมิอากาศและสังคมถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน คำว่า 'ความยั่งยืน' (Sustainability) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่เราอาจต้องการสิ่งที่ไปไกลกว่านั้น นั่นคือ 'การฟื้นฟู' (Regeneration)
บนเวทีเสวนาหัวข้อ "Regeneration from Two Generations: What We Need to Transform" ภายในงาน Techsauce Global Summit 2025 ได้เกิดบทสนทนาที่น่าสนใจและทรงพลังระหว่างคนสองรุ่นที่แม้จะมีจุดเริ่มต้นและมุมมองที่ต่างกัน แต่กลับมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า ผ่านมุมมองของ ดร. ศิริกุล เลากัยกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์และความยั่งยืนผู้มีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นดาวเหนือ และ คุณศิริคเณศ สกุลยง ลูกสาวผู้เป็นนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้าน ชีวลอกเลียนแบบ (Biomimicry) ที่ได้รับการรับรองคนแรกของไทย
ดร. ศิริกุล เริ่มต้นด้วยการฉายภาพความทรงจำในยุคของท่านว่า "ดิฉันเกิดในยุคที่รู้สึกว่าธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุด แม่น้ำลำคลองยังใสสะอาด อากาศก็สดชื่น เราใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองโดยไม่ต้องคิดซ้ำสอง เพราะธรรมชาติมีอยู่ทุกหนแห่งและถูกละเลย"
ในทางตรงกันข้าม คุณศิริคเณศสะท้อนภาพยุคสมัยของตนเองว่า "หนูเกิดมาในยุคของความขาดแคลน ยุคที่เราเรียกว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ที่มหาสมุทรเต็มไปด้วยมลพิษ อากาศเต็มไปด้วยหมอกควัน และการใช้ชีวิตก็ยากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นยุคแห่งความเร่งด่วน ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงเพื่อให้พวกเราอยู่รอด"
ความแตกต่างทางประสบการณ์ของคนสองรุ่นนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเห็นว่า ทำไมแนวทางการแก้ปัญหาจึงต้องวิวัฒนาการไปจากเดิม

ดร. ศิริกุล ได้ลำดับภาพวิวัฒนาการของแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้อย่างน่าสนใจ เพื่อแสดงให้เห็นว่า Regeneration ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นจากศูนย์ แต่เป็นขั้นกว่าของเส้นทางที่ธุรกิจเดินมาอยู่แล้ว
คุณศิริคเณศ เสริมคำจำกัดความของ Regeneration ว่า "หากเปรียบเทียบกับชีววิทยา มันก็เหมือนจิ้งจกที่งอกหางใหม่ได้ แต่ในภาพใหญ่ ระบบสิ่งมีชีวิตทั้งหมดมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูโดยธรรมชาติอยู่แล้ว มันคือการบูรณะ รักษาสุขภาพ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบ ในบริบทของมนุษย์ มันคือการจินตนาการถึงวิธีการใช้ชีวิตและตอบสนองความต้องการของเราใหม่ โดยไม่ต้องเบียดเบียนหรือสกัดทรัพยากรมาใช้ฝ่ายเดียว"

ทั้งสองท่านได้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการในสายอาชีพของตนเองที่สอดคล้องกับแนวคิด Regeneration ได้อย่างชัดเจน
มุมมองการสร้างแบรนด์ (Branding) โดย ดร. ศิริกุล:
มุมมองการออกแบบ (Design) โดย คุณศิริคเณศ:
เมื่อพูดถึงแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งสองท่านได้นำเสนอแก่นคิดที่เป็นเสมือนเข็มทิศในการทำงานของตน ดร. ศิริกุล ยึดมั่นใน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งไม่ใช่การปฏิเสธความก้าวหน้า แต่คือการสร้าง "ระบบที่ปรับตัวได้" (Adaptive System) ผ่าน 3 ห่วงสำคัญ:
คุณศิริคเณศ ใช้ Biomimicry (ชีวลอกเลียนแบบ) หรือ "การลอกเลียนแบบอัจฉริยภาพของสิ่งมีชีวิตอย่างมีสติ" เป็นเครื่องมือ โดยมองว่าธรรมชาติคือ Mentor ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามากว่า 3.8 พันล้านปี

คุณศิริคเณศได้นำเสนอภาพเปรียบเทียบว่า "การสร้างแบรนด์เปรียบเสมือนเครือข่ายใยรา (Mycelium) ที่ซับซ้อนอยู่ใต้ดิน ส่วนเทคโนโลยีเปรียบเสมือนดอกเห็ด (Mushroom) ที่งอกขึ้นมาเพื่อกระจายสปอร์และผลกระทบออกไปในวงกว้าง"
แทนที่จะมองเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) เราสามารถขยายมุมมองให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อสิ่งเหล่านี้ได้:
ดร. ศิริกุล สรุปประเด็นนี้ไว้อย่างคมคายว่า "เราควรมองเทคโนโลยีให้เหมือนกับ 'ดิน' (Soil) ที่ช่วยบ่มเพาะและส่งเสริมชีวิต ไม่ใช่ 'เงิน' (Silver) ที่มีไว้เพื่อควบคุม"
ท้ายที่สุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการยกระดับจิตใจ ดร. ศิริกุล ชี้ให้เห็นถึงการเดินทางของ Mindset มนุษย์ที่ต้องก้าวผ่าน:

บทสรุปของบทสนทนานี้คือ Regeneration ไม่ใช่การเดินทางตามลำพัง แต่เป็น "วงซิมโฟนีของคนต่างรุ่น" ที่ต้องอาศัย Symbiosis (การพึ่งพาอาศัยกัน) เป็นหัวใจสำคัญ
ดร. ศิริกุล ได้นำเสนอแนวคิดที่ลึกซึ้งที่สุด นั่นคือ "ตรรกะของความเป็นแม่" (Mother Logic) ให้เป็นเสมือน "ระบบปฏิบัติการ" ของโลกใบนี้ ที่ไม่ได้หมายถึงบทบาททางเพศ แต่หมายถึงตรรกะที่เปี่ยมด้วยความกตัญญู และมุ่งมั่นที่จะ "สร้างสภาวะที่เอื้อให้ชีวิตอื่นเจริญงอกงาม"
คุณศิริคเณศได้ตอกย้ำแนวคิดนี้ผ่านเรื่องราวส่วนตัว ที่การซึมซับคุณค่าและความหลงใหลจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ได้กลายเป็น "ฐานรองรับชีวิต" (Safety Net) ที่ทำให้เธอกล้าออกไปค้นหาเส้นทางของตัวเอง และท้ายที่สุดก็ได้นำพาเธอกลับมาสู่บทสนทนาที่เชื่อมโยงกับงานของแม่ได้อย่างลงตัว
บทสนทนาของแม่และลูกในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนรุ่นเก่าที่ส่งมอบปัญหาให้คนรุ่นใหม่ แต่คือภาพของ "รุ่งอรุณแห่งการพึ่งพากัน" ที่คนทุกรุ่น ทุกอาชีพ ต้องหันหน้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างอนาคตที่ฟื้นฟูสำหรับทุกชีวิต โดยเริ่มต้นจากหน่วยที่เล็กและใกล้ตัวที่สุด นั่นคือครอบครัว ดังคำกล่าวของพระผู้ทรงปัญญาที่ทั้งคู่ฝากไว้ว่า
"ทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด"
อ้างอิงจาก Session: "Regeneration from Two Generations: What We Need to Transform" ในงาน Techsauce Global Summit 2025
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด