ปรับ Mindset คนในองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และแนะวิธีการใช้ Big Data ให้ได้จริง | Techsauce

ปรับ Mindset คนในองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และแนะวิธีการใช้ Big Data ให้ได้จริง

ทุกวันนี้ Big Data เป็นคำที่คงคุ้นหูทุกคนและถูกใช้ในหลากหลายแวดวง ด้วยการเติบโตของเทคโนโลยี ทำให้เกิดข้อมูลจำนวนมหาศาลที่สามารถนำเอามาใช้งานต่อได้อย่างมากมาย ซึ่ง Data เหล่านี้ก็คือขุมทรัพย์ใหม่ที่ทุกองค์กรต่างให้ความสนใจ เพราะสร้างประโยชน์ที่หลากหลาย ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการงานและช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ 

และการที่องค์กรจะนำ Big Data มาใช้นั้น จะต้องมีการเตรียมพร้อมองค์กรสำหรับความเปลี่ยนแปลง แต่ปัญหาที่องค์กรมักจะต้องเจอคือเรื่อง Mindset ของคนในองค์กรที่อาจจะยังมองไม่เห็นข้อดีของ Data หรือขาดความเข้าใจในการนำมาปรับใช้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก ๆ คือ การสร้างความเข้าใจและทำให้เห็นถึงความสำคัญของ Data เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนา 

เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจมากขึ้นในด้าน Data และการนำมาปรับใช้ ICHI ผู้ให้ความรู้ด้าน Digital Solution จึงได้เชิญ ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิด้าน Digital Transformation สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ซึ่งปัจจุบันได้รับผิดชอบภารกิจทั้งในด้าน AI Governance รวมถึงการผลักดัน Digital ID Framework ของประเทศที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลในหลาย ๆ มิติมาประกอบการวางแผนการดำเนินงานที่สำคัญมาร่วมแบ่งปันความเห็นและความรู้ให้ทุกคนได้เข้าใจเกี่ยวกับ Big Data มากขึ้น 

Big Data ในปัจจุบันและการนำมาปรับใช้ในองค์กร

ดร.ศักดิ์ ให้ความเห็นว่าในยุคสมัยที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้นได้ง่าย เพราะมีอุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูลที่มีความพร้อมและมีความสะดวกอย่าง Smart Phone ทำให้การเก็บข้อมูลและนำไปใช้สามารถทำได้ง่าย จากความสะดวกนี้เองที่ทำให้มีข้อมูลจำนวนมหาศาลจนเรียกว่า ‘Big Data’ ที่ผ่านมาในอดีตแต่ละองค์กรต่างใช้ข้อมูลสำหรับการจัดการแบบดั้งเดิม อย่างการนำมาใช้เพื่อดูยอดขาย ดูกำไรหรือขาดทุนเพียงเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในทุกวันนี้ทำให้เกิด Smart Phone และ Social Media ที่เข้ามามอบข้อมูลเชิงลึกให้กับธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดรู้ถึงกลุ่มผู้บริโภคว่าเป็นใคร หรือมีความคิดเห็นอย่างไรกับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา 

 ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด

 “เราได้เห็นว่ามีบริษัทที่นำเอาข้อมูลมาทำให้เกิดเป็นธุรกิจ และสร้างรายได้จำนวนมาก จนเติบโตเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับ top10 ของโลกได้ ดังนั้น ต้องย้อนกลับมามองว่าที่องค์กรของเราเองว่ามีการเก็บข้อมูลหรือไม่ รวมถึงตั้งโจทย์ให้ได้ว่าจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำอะไร”

และสำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อมีการนำ Big Data มาใช้ในองค์กรนั้นก็แบ่งออกเป็น 2 ด้านหลักคือในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร และการเพิ่มรายได้รวมถึงโอกาสทางธุรกิจ 

สิ่งหลักที่ต้องคำนึงเพื่อทำให้เกิด Big Data  

  • การมีโจทย์ที่ชัดเจนว่าองค์กรจะทำอะไร 
  • ทีมงานในองค์กรที่ทำหน้าที่ด้าน Data จะต้องตรวจสอบความพร้อมในทั้งด้านข้อมูลและองค์กรว่าสามารถทำงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่
  • ผู้นำองค์กรจะต้องรู้จักวิธีที่จะดึงศักยภาพจาก Data และนำมาใช้อย่างมีประโยชน์

3 คำถามเช็คความพร้อมก่อนทำ Big Data

  1. Why - เริ่มต้นด้วยคำถามที่ชวนให้คิดต่อว่าทำไมองค์กรถึงต้องการใช้งาน Big Data โดยควรเริ่มต้นจากการตั้งโจทย์หรือเป้าหมายว่าจะนำ Big Data ไปใช้ในด้านไหน เช่น ต้องการเพิ่มรายได้ของธุรกิจ ดังนั้นอาจจะมีการตั้งโจทย์ว่าต้องการเพิ่มจำนวนลูกค้า 30 เปอร์เซ็นต์ การทำเช่นนี้จะทำให้เห็นภาพว่าควรจะหยิบเอา Data ส่วนไหนมาใช้งาน 
  2. What - หลังจากที่ทราบโจทย์แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะมาวิเคราะห์ต่อว่าองค์กรต้องการใช้งาน Data แบบไหน โดยเลือกข้อมูลที่มีความสอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้ให้มากที่สุด
  3. How - เมื่อทราบแล้วว่าจะใช้ข้อมูลอะไร ก็ต่อด้วยการหาเครื่องมือที่จะนำมาใช้ ที่เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมกับข้อมูลแต่ละประเภท 

นอกจากนี้อีกเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือเรื่องของ ‘คนในองค์กร’ ต้องมีการสร้างความเข้าใจใหม่ให้เกิดขึ้น อย่างการมองว่า Data เป็นงานของฝ่าย IT ทั้งที่ในความจริงแล้วอาจจะต้องครอบคลุมไปถึงฝ่ายขายหรือเจ้าหน้าที่การตลาดด้วย เพราะงานด้าน Data ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องมือ แต่ยังมีเรื่องของการวิเคราะห์และนำไปพัฒนาต่อยอด  

 ทั้งนี้ ดร.ศักดิ์ เสริมว่า การทำ Big Data ภายในองค์กรต้องมีกรอบการทำงานที่เป็นมาตรฐานสากลเรียกว่า Data Governace ซึ่งเป็นการกำกับดูแลข้อมูลและมีการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอย่างเป็นระบบ ดังนั้นองค์กรจึงควรต้องมีการทำ Data Governace เป็นอันดับแรก เพื่อจะได้มีผู้รับผิดชอบในกรณีต่าง ๆ

“สิ่งที่เป็นหัวใจของ Data Governace คือการที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องของข้อมูลมานั่งคุยกัน เพื่อช่วยกันคิดว่าข้อมูลที่จะตอบโจทย์องค์กรควรเป็นอย่างไร หากไม่ทำ Data Governace ไม่มีทางที่ Big Data จะสำเร็จ เพราะ Data Governace จะเป็นการวางกรอบให้เรา และองค์กรจะต้องนำกรอบเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้เป็นของใครของมัน”

สิ่งที่ผู้นำควรมีคือ Mindset ที่พร้อมและเข้าใจในการทำ Big Data

เมื่อพูดถึงการจัดการด้าน Data Governance กันไปแล้ว มาลองดูในฝั่งของผู้บริการและผู้นำองค์กรกันบ้าง เพราะถือเป็นผู้ที่จะนำพาทิศทางขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารจะต้องให้ความสำคัญกับ Big Data เพราะข้อมูลเหล่านี้เองที่จะไปช่วยให้การตัดสินใจในงานมีความแม่นยำมากขึ้น ผู้นำองค์กรจึงควรมีความเข้าใจและมี Mindset ที่พร้อมรับกับการทำงานใหม่ ๆ โดยอาจะเริ่มต้นง่าย ๆ อย่างการศึกษาดูงานจากองค์กรที่เคยประสบความสำเร็จในการทำ Big Data 

“คนที่เป็นเบอร์ 1 เบอร์ 2 ขององค์กรต้องเป็น Data owners ซึ่งไม่ได้หมายถึงต้องเข้าใจข้อมูลในทางเทคนิค แต่ต้องเข้าใจข้อมูลที่รับผิดชอบว่าจะเอาข้อมูลมาทำยังไงเพื่อให้ตอบโจทย์ภารกิจองค์กร นอกจากนี้ทีม Data ขององค์กร ต้องวางรูปแบบและแนวปฏิบัติให้ดี ขณะที่ผู้ใช้ข้อมูลต้องมีความเข้าใจและเรียนรู้ที่จะใช้ข้อมูลด้วยเช่นกัน” ดร.ศักดิ์ กล่าว 

ปัจจัยหลักที่ทำให้ BIG DATA ไม่เกิดในองค์กร

ทาง ดร.ศักดิ์ ให้ความเห็นว่าปัญหาในอดีตหลายองค์พบกับปัญหาในเรื่องเครื่องมือ แต่ด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยีและราคาของเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่ายทำให้ปัญหานี้น้อยลง 

“ในขณะที่ปัจจุบันนี้ปัญหาที่ทำให้องค์กรไม่สามารถทำ Big Data ให้เกิดขึ้นจริงได้นั้นมาจากการตั้งโจทย์ที่ไม่ชัด และความไม่เข้าใจใน Big Data อย่างแท้จริงของคนในองค์กร”

นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องของความเข้าใจผิดด้านระยะเวลาการทำ Big Data ที่คิดว่าจะสามารถสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ ดร.ศักดิ์ มองว่า การจะประสบความสำเร็จในด้าน Big Data ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 3 ปี โดยได้ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จจากการทำ Big Data อย่างกลุ่มธนาคาร ที่ผ่านมาธนาคารต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเผื่อให้ทันเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ ๆ อย่าง FinTech ธนาคารหลายแห่งได้ทำการเก็บข้อมูลเป็น Big Data และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้นมาตอบโจทย์พฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบัน

“ธนาคารตีโจทย์แตกแล้ว ว่าทำยังไงถึงจะรู้พฤติกรรมลูกค้ามากที่สุด ดังนั้นเมื่อธนาคารมี BIG DATA ก็จะทำให้มองเห็นเทรนด์ต่าง ๆ และสร้างโปรดักต์ออกมาตอบโจทย์ได้ โดยสิ่งสำคัญที่ข้อมูลต้องมีคือ สามารถตอบได้ว่า ที่ไหน เวลาอะไร และกับใคร ซึ่งธนาคารสามารถเก็บข้อมูลทั้ง 3 ส่วนได้ทั้งหมดแล้ว พวกเขาจึงสามารถตอบโจทย์คนในยุคปัจจุบันได้”

โดย ดร.ศักดิ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “DATA จะวิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการทำ DATA ไม่มีวันจบ เพียงแต่เราต้องวางกลไกภายในองค์กรเพื่อจะทำให้เกิดการใช้ข้อมูล และการปรับปรุงคุณภาพข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าคาดหวังว่าวันแรกทุกสิ่งจะสำเร็จ 100% แต่เราจะต้องวางรางฐานโดยเริ่มจากการตั้งโจทย์เป็นอันดับแรก”

จากความเห็นของ ดร.ศักดิ์ ทั้งหมดนี้ ทำให้ทุกคนได้เห็นว่า Big Data มีความสำคัญอย่างไรและในฐานะองค์กรที่ต้องการทำ Big Data ให้เกิดขึ้นจริง และจะต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างเพื่อให้องค์กรเดินหน้าเท่าทันเทคโนโลยี 

สำหรับผู้อ่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน Big Data สามารถติดตามได้จาก ICHI ที่ https://www.jrit-ichi.com/cutting/2022/05/17/1100/ 


บทความนี้เป็น Advertorial 

RELATED ARTICLE

Responsive image

D.OASIS ผนึกกำลัง 30 พันธมิตรธุรกิจชั้นนำ ก้าวเข้าสู่โลก Metaverse สร้างคอมมูนิตี้ไทยใน The Sandbox

D.OASIS ร่วมกับพันธมิตรองค์กรธุรกิจชั้นนำของไทย เปิดตัว “D.OASIS Global Metaverse Community” โลกเสมือนระดับโลกของเมืองไทย ภายใต้แนวคิด “Your go-to place for the Metaverse and NFT e...

Responsive image

สรุป 5 ความเข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับ Blockchain พร้อม use case นอกเหนืออุตสาหกรรมการเงิน

Blockchain ทำให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆได้โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง แต่เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ จึงมีหลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ บทความนี้เราจึงได้มีการสรุปความเข้าใจผิดมากที่...

Responsive image

เตรียมพร้อมองค์กรด้วย Big Data รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค Next Normal

เตรียมธุรกิจให้พร้อมด้วย Big Data รับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค Next Normal กับ ICHI ผู้ให้ความรู้ด้าน Digital Solution และ ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน IMC ที่มาแบ่งปันความรู้...