เจาะลึกวิธีสเกล Omnichannel จากแผนระดับโลก สู่การชนะใจลูกค้าท้องถิ่น โดย Electrolux และ Konvy

ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางธุรกิจในปี 2026 ประเด็นเรื่อง Omnichannel ได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงทางเลือกที่น่าทำ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความอยู่รอด อย่างสมบูรณ์แบบ Panel Discussion “Omnichannel at Scale: From Global Strategy to Local Execution” ภายในงาน ECOM Talk 2026 นี้ได้เปิดพื้นที่ให้สองผู้นำจากสองขั้วธุรกิจมาแลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจ ระหว่าง คุณ Mohamed El-Harouny จาก Electrolux Group ผู้ดูแลแบรนด์สินค้าระดับโลก และ คุณ JC Chen จาก Konvy International รีเทลเลอร์สายบิวตี้ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมี อาจารย์ธีรพล อำไพ เป็นผู้ดำเนินรายการที่ชวนเราเจาะลึกตั้งแต่กรอบความคิดไปจนถึงการปฏิบัติงานจริง

รื้อถอนความเข้าใจผิด Multichannel vs. Omnichannel

การสนทนาเริ่มต้นด้วยการปูพื้นฐานความเข้าใจใหม่ โดยคุณ Mohamed จาก Electrolux ชี้ให้เห็นถึงกับดักทางความคิดที่หลายองค์กรกำลังเผชิญ ผู้บริหารจำนวนมากมักเข้าใจว่าเพียงแค่บริษัทมีหน้าร้าน (Offline) และมีช่องทางขายออนไลน์ (Online) ก็เท่ากับว่าประสบความสำเร็จในการทำ Omnichannel แล้ว แต่ในความเป็นจริง หากช่องทางเหล่านี้ทำงานแยกส่วนกันโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาระจะตกไปอยู่ที่ลูกค้าที่ต้องคอยเชื่อมโยงข้อมูลเอง ซึ่งนั่นเป็นเพียงการทำ Multichannel เท่านั้น ไม่ใช่ Omnichannel ที่แท้จริง

หัวใจสำคัญของการทำ Omnichannel จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มช่องทางขาย แต่คือการบูรณาการคน กระบวนการ ข้อมูล และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลกกายภาพและโลกดิจิทัล (O-to-O Bridge) ให้ไร้รอยต่อ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการที่ลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน แล้วได้รับข้อความแจ้งเตือนว่าสินค้าที่เขาเคยวางทิ้งไว้ในตะกร้าออนไลน์มีวางจำหน่ายอยู่ที่สาขานี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อาศัยเทคโนโลยีที่ซับซ้อนจนเกินเอื้อม แต่ต้องอาศัยสามัญสำนึกในการออกแบบประสบการณ์ลูกค้าให้ลื่นไหลที่สุด

ในขณะที่ทางฝั่งของ Konvy คุณ JC ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ต่างออกไป ในฐานะธุรกิจที่เกิดและโตบนโลกออนไลน์ เหตุผลที่ Konvy ตัดสินใจขยายสู่โลกออฟไลน์ไม่ได้เกิดจากความต้องการเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรับฟังเสียงของลูกค้าที่ต้องการ 'ทดลอง' สินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นการลองสีลิปสติกหรือสัมผัสเนื้อครีม รวมถึงความต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ การขยายช่องทางของ Konvy จึงเป็นการสร้างระบบนิเวศที่เทคโนโลยีและหน้าร้านทำงานสอดประสานกันเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้าอย่างแท้จริง

ภาวะผู้นำและการปรับองค์กร 

เมื่อกลยุทธ์ชัดเจน ความท้าทายถัดมาคือการขับเคลื่อนองค์กรให้ขยับไปพร้อมกัน คุณ Mohamed เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ Omnichannel ไม่ใช่การซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ แต่เป็นการรื้อโครงสร้างการทำงานเดิมที่แยกส่วนกัน หากองค์กรยังปล่อยให้ทีม Sales ดูแลยอดขายหน้าร้าน และทีม E-commerce ดูแลยอดขายออนไลน์โดยมีเป้าหมายที่ขัดแย้งกัน ความร่วมมือจะไม่มีวันเกิดขึ้นจริง ดังนั้น สิ่งที่ผู้นำต้องทำคือการกำหนดหน่วยงานเดียวที่รับผิดชอบประสบการณ์ทั้งหมดแบบ End-to-End พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนตัวชี้วัด (KPIs) และผลตอบแทนให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมองเห็นภาพเดียวกันว่าชัยชนะขององค์กรคือภาพรวม ไม่ใช่แค่ชัยชนะของช่องทางใดช่องทางหนึ่ง

ทางด้านคุณ JC ได้แชร์ประสบการณ์จริงในมุมของรีเทลเลอร์และสตาร์ทอัพว่า ความยากที่สุดในช่วงแรกคือเรื่องของ 'คน' ทีมงานเดิมของ Konvy มีความเชี่ยวชาญในโลกออนไลน์สูงมาก แต่ขาดทักษะในการบริหารจัดการหน้าร้าน ทำให้ต้องเร่งเติมเต็มบุคลากรที่มีความเข้าใจในเรื่อง Offline Operations เข้ามาผสมผสาน นอกจากนี้ Konvy ยังใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องราคา ซึ่งเป็นเรื่องคลาสสิกที่ลูกค้ามักรู้สึกว่าซื้อออนไลน์ถูกกว่า ด้วยการใช้ "Digital Price Tag" ที่หน้าร้าน ซึ่งจะซิงก์ราคาและโปรโมชั่นให้ตรงกับหน้าแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนต่างราคา

จาก Global Strategy สู่ Local Execution

ประเด็นถัดมาคือการบริหารจัดการเมื่อธุรกิจต้องขยายสเกลไปในหลายตลาด สำหรับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Electrolux คุณ Mohamed อธิบายว่าหน้าที่ของทีม Global หรือ Regional คือการวางกรอบกลยุทธ์และทิศทางให้ชัดเจน แต่เมื่อถึงเวลาลงมือทำ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีม Local ในการตัดสินใจและเชื่อมต่อประสบการณ์ เพราะไม่มีใครเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่ได้ดีเท่าคนท้องถิ่น กุญแจสำคัญของการสเกลธุรกิจขนาดใหญ่คือ "ความเรียบง่าย" (Simplicity) ยิ่งองค์กรซับซ้อน ยิ่งต้องลดจำนวนเครื่องมือที่ซ้ำซ้อนและทำให้กระบวนการชัดเจนที่สุด เพื่อให้ทีมงานในแต่ละประเทศทำงานได้คล่องตัว

ส่วน Konvy ซึ่งกำลังขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คุณ JC มองว่าการศึกษาโมเดลจากยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นร้านไร้พนักงานอย่าง Amazon Go หรือบริการส่งด่วนของ Hema ในจีน แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เขาเปรียบเทียบกรณีศึกษาที่น่าสนใจระหว่างไต้หวันกับไทย ในไต้หวัน Shopee ไม่จำเป็นต้องเปิดจุดรับสินค้าเองจำนวนมากเพราะสามารถใช้เครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่มีความหนาแน่นสูงและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนคอนโดได้ แต่โมเดลเดียวกันอาจใช้ไม่ได้ผลในประเทศที่มีโครงสร้างที่อยู่อาศัยต่างออกไป ดังนั้น การสเกลของ Konvy จึงไม่ใช่การก๊อปปี้โมเดลเดิมไปวางในทุกประเทศ แต่เป็นการนำแก่นของเทคโนโลยีไปปรับแต่งให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้าในประเทศนั้นๆ

อนาคตของ Omnichannel

ในช่วงท้ายของการเสวนา ทั้งสองท่านได้ฉายภาพอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความเร็ว คุณ Mohamed ชี้ว่าบทบาทของ Data กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่เราใช้ข้อมูลเพื่ออธิบายอดีต (Descriptive) ธุรกิจต้องก้าวไปสู่การทำนายอนาคต (Predictive) และให้ระบบแนะนำสิ่งที่ควรทำ (Prescriptive) ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะรอให้ลูกค้าสั่งซื้อไส้กรองอากาศ แบรนด์สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน หรือการใช้ข้อมูลระบุพิกัดเพื่อนำเสนอโปรโมชั่นสินค้าที่ลูกค้าเคยสนใจเมื่อเดินผ่านหน้าร้าน สิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนจากการขายของ เป็นการส่งมอบคุณค่าที่ลูกค้ารู้สึกประทับใจ

ทางด้านคุณ JC ได้หยิบยกแนวคิด "Amazon Flywheel" มาชวนคิดว่า แบรนด์ต้องเลือกจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจน เพราะเราไม่สามารถเป็นผู้ชนะในทุกสมรภูมิได้ Amazon เลือกชนะที่ความเร็ว Temu เลือกชนะที่ราคา ส่วน Konvy เลือกที่จะชนะด้วยความหลากหลายของสินค้า (Assortment) และความเร็ว ซึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามองที่สุดคือ 'Instant Commerce' หรือการจัดส่งด่วนภายในระยะเวลาสั้นๆ (เช่น 30 นาที) สงครามการค้าในจีนได้พิสูจน์แล้วว่าผู้บริโภคยุคใหม่มีความอดทนต่ำลง ความคาดหวังเรื่องการจัดส่งจะไม่ใช่แค่ส่งฟรีอีกต่อไป แต่ต้องเป็นการส่งที่รวดเร็วทันใจ ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ E-commerce ในภูมิภาคนี้

บทสรุปที่ได้จากวงเสวนานี้สะท้อนให้เห็นความจริงประการหนึ่งว่า "Omnichannel ไม่ใช่โปรเจกต์ชั่วคราว แต่คือระบบปฏิบัติการใหม่ของธุรกิจ" องค์กรต้องเลิกมองว่านี่คือกิจกรรมเสริม แต่ต้องมองเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงาน และไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปไกลแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ผู้นำธุรกิจต้องยึดมั่นเสมอคือ "การเริ่มต้นที่ลูกค้า" อย่าสร้างกำแพงแบ่งแยกระหว่างช่องทาง เพราะสำหรับลูกค้าแล้ว พวกเขาไม่ได้สนว่านี่คือออนไลน์หรือออฟไลน์ พวกเขาสนใจเพียงแค่ว่าแบรนด์สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและแก้ปัญหาให้พวกเขาได้หรือไม่เท่านั้นเอง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะลึกทิศทางกรุงศรีปี 2569 ชูกลยุทธ์ ‘ONE Krungsri’ ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมดันเป้า ESG 3.5 แสนล้าน

เจาะลึกแผน ‘Krungsri 2026’ เตรียมยุบ 4 แอปฯ เหลือ One Super App ภายในปี 2027 พร้อมขยับเป้า ESG สู่ 3.5 แสนล้านบาท และรื้อระบบ Core Banking ใหม่ด้วย AI เพื่อความยั่งยืน...

Responsive image

25 ปี IT One สู่ “Trusted IT Service Provider” ด้วย AI-Driven Services ที่เข้าใจบริบทของธุรกิจไทย

25 ปี IT One ผู้นำ IT Services ที่ผสานความแกร่ง Accenture และ SCG มุ่งสู่ยุค AI-Driven ด้วย Agentic AI และ Modern Cloud พร้อมเป็นสถาปนิกดิจิทัลขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่เวทีโลก...

Responsive image

ปั้น ‘สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้’ ให้เป็นเศรษฐกิจใหม่ของไทย ผ่ากลยุทธ์ยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาไทย เมื่อภาครัฐจับมือเอกชนขับเคลื่อน Intangible Assets

เจาะลึกกลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ยุคใหม่ เมื่อ Intangible Assets ครองโลก เผยแนวทางแก้ปัญหา 'วิจัยขึ้นหิ้ง' ของไทย พร้อมโมเดล IP Financing และการเปลี่ยน Mindset จากรับจ้างผลิตสู...