บทเรียนจากดิสนีย์แลนด์ที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่ (ไม่) ต้องรู้

ว่ากันว่าการศึกษาเส้นทางของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วจะช่วยให้ผู้ประกอบการมือใหม่ประสบความสำเร็จได้ แต่ความเชื่อนี้อาจจะเป็นแค่ความเชื่อ ไม่ใช่ความจริง

ที่ดิสนีย์แลนด์ธีมปาร์คในอเมริกากำลังมีงานเฉลิมฉลองปีทอง มีงานปาร์ตี้ข้ามคืนและกิจกรรมพิเศษอีกมากในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ความสำเร็จที่ก้าวผ่านกาลเวลาของดิสนีย์แลนด์ได้รับการพิสูจน์ด้วยอาณาจักรสวนสนุกที่ขยายตัวไปตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของวันพักผ่อน

getty_55376773_970576970450085_57497

คำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ เจ้าของธุรกิจมือใหม่จะเรียนรู้อะไรจากความสำเร็จของดิสนีย์แลนด์ได้บ้าง?

คำตอบคือ “เกือบจะไม่”

โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ของคุณคือกำลังจะเปิดตัวกิจการใหม่ ไม่ใช่แค่ดิสนีย์แลนด์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบริษัทใหญ่ๆ ระดับตำนานของโลกนี้ เช่น IBM, Coca-cola, GE, GM, Google, Intel, Microsoft และ Apple.

เว้นแต่ว่าคุณมีแผนที่จะขายผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับบริษัทเหล่านี้ พวกเขาจะเป็นลูกค้าของคุณและมันก็จะเข้าสู่หลักการที่ว่า “จงเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจของลูกค้า”

แต่เมื่อคุณไม่ได้ตั้งใจไว้แบบนั้น การศึกษาธุรกิจระดับโลกอาจจะทำให้คุณเลือกทางเดินที่ผิดๆ ให้กับธุรกิจของตัวเอง คือ 1). เลียนแบบพวกเขาซะ หรือ 2). เป็นคู่แข่งกับพวกเขา

ทั้งสองทางเลือกฟังดูไม่ฉลาดและอาจทำให้ธุรกิจของคุณล่มสลายได้ง่ายๆ อีกด้วย

เพราะอะไร?

บริษัทใหญ่ๆ มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีรูปแบบเฉพาะตัว มีวัฒนธรรมองค์กรเป็นของตัวเอง และมีจุดถ่วงดุลทางการตลาดที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ง่ายๆ

ในขณะที่สตาร์ทอัปจะต้องคงไว้ซึ่งความคล่องตัวเพื่ออยู่รอด และนั่นคือจุดที่ทำให้ต้องสร้างความแตกต่าง ทั้งในแง่ของโครงสร้างองค์กรและการทำงาน

ดังนั้น พฤติกรรมที่ดูจะมีเหตุมีผลและเป็นประโยชน์ในองค์กรใหญ่ๆ อาจจะเป็นภัยต่อบริษัทเล็กๆ

ยกตัวอย่างเช่น สายการบังคับบัญชาในบริษัทใหญ่ๆ จะบังคับให้พนักงานทั่วไปต้องรายงานหัวหน้าของตัวเองโดยตรงเท่านั้น ในทางเดียวกัน คนระดับ VP ก็ไม่ควรสั่งงานไปยังผู้ปฏิบัติการโดยตรง ถ้ายังไม่ผ่านหัวหน้าของพวกเขาก่อน

กฏระเบียบแบบนี้จะต้องฟังดูไร้สาระแน่นอนเมื่อเอามาใช้กับบริษัทสตาร์ทอัปเล็กๆ ที่มีพนักงาน 8 คน ที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศขนาดไม่กี่สิบตารางเมตร

เช่นเดียวกันกับกลยุทธ์ทางการตลาด บริษัทใหญ่ๆ ทุ่มงบประมาณจำนวนมากไปกับแผนการตลาด ใช้เวลาสร้างรากฐานมานานหลายปี การรับรู้ที่อยู่ในใจผู้บริโภคมีความแข็งแกร่ง

สำหรับสตาร์ทอัป การลงทุนในแง่การตลาดและการสร้างแบรนด์ที่เกินกว่าเรื่องพื้นฐานอย่างชื่อบริษัทหรือเว็บไซต์ จะเป็นการผลาญเงินกับเรื่องไม่จำเป็น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ก่อนที่ทุกคนจะก้าวเท้าเข้าสู่ประตูดิสนีย์แลนด์ พวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าจะได้พบกับประสบการณ์แบบไหนที่อีกด้านของประตู

มันไม่มีคำถามเรื่องนั้นในใจของผู้บริโภคอย่างแน่นอน เพราะดิสนีย์แลนด์ทุ่มเททั้งเวลาและเงินในการสร้างมัน ขณะที่สตาร์ทอัปไม่มีทั้งชื่อเสียงที่จะสร้างประสบการณ์เหล่านั้นและไม่มีข้อแลกเปลี่ยนอะไรให้ผู้บริโภคลองเสี่ยงเข้ามาหาประสบการณ์กับสตาร์ทอัปของคุณ

การศึกษาเส้นทางสู่ความสำเร็จของดิสนีย์แลนด์อาจจะเป็นความพยายามที่สูญเปล่า เพราะคุณจะเรียนรู้วิธีเลียนแบบบริษัทที่คุณไม่มีวันจะเลียนแบบได้

นอกจากนี้ ไม่ว่าคุณจะฉลาดและมีความคิดสร้างสรรค์แค่ไหน คุณก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาเป็นคู่แข่งกับดิสนีย์แลนด์ได้โดยตรง ไม่เฉพาะดิสนีย์แลนด์เท่านั้น แต่พูดรวมๆ ถึงบริษัทใหญ่ๆ ทั้งหลายที่ยืนหยัดมานานหลายทศวรรษ

ในช่วงหลายปีมานี้ มีบริษัทอย่างน้อยๆ 5 แห่งที่ประกาศตัวว่าเป็น “IBM หมายเลข 2” หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำลายตัวเองด้วยการเลียนแบบกลยุทธ์ของ IBM และในบางครั้ง Microsoft ก็เคยอ้างว่าเป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่แตกตัวมาจาก IBM อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่า IBM ก็ยังอยู่ดีมีสุข ไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหน

ไม่ใช่ว่าการศึกษาเส้นทางสู่ความสำเร็จของบริษัทใหญ่ๆ เป็นเรื่องไม่น่าสนใจ แต่ประเด็นคือมันอาจไม่มีประโยชน์เท่าที่ควรถ้าคุณกำลังเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

ยังมีอีกหลายๆ บริษัทที่ผู้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ ควรเข้าไปเรียนรู้ ยกตัวอย่างเช่น คนธรรมดาๆ สามารถสร้างสตาร์ทอัปที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไรในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นประโยชน์กว่ามาก ในขณะที่ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของดิสนีย์อาจไม่ได้ช่วยอะไรคุณเท่าที่ควร

ที่มา : Inc.

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปรายงานจาก Lenovo 2026 องค์กรลงทุน AI เพื่ออะไร? เมื่อลงทุน 1 ดอลลาร์ ต้องคืน 2.85 เท่า และเบื้องหลังวิกฤติชิ้นส่วนที่ทุกองค์กรต้องรู้

Lenovo Thailand เปิดทิศทางปี 2026 ดัน Hybrid AI ส่ง Qira บุก Personal AI ทำงานออฟไลน์ได้ AI PC ครองครึ่งพอร์ต CIO ต้องการ ROI 2.85 เท่า พร้อมเผยวิกฤติชิ้นส่วนทำราคา Server พุ่ง 300...

Responsive image

เปิดรายงาน ‘Project Thara’ เจาะลึกตลาด RWA Tokenization ไทย เครื่องมือระดมทุนยุคใหม่สำหรับภาคธุรกิจ กับโอกาสโต 1.7 ล้านล้านบาท

Key Messages จาก Project Thara รายงานเชิงลึกที่เผยการประเมินกลุ่มสินทรัพย์ในไทยซึ่งพร้อมในการแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล ว่ามีโอกาสสร้างมูลค่าผ่าน RWA Tokenization ถึง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร...

Responsive image

LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI Customer Service ดูแลร้านค้า ได้ใช่แค่ 'ตอบคำถาม' แต่ 'แก้ปัญหาจบครบในที่เดียว

LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI Customer Service ร่วมกับ LINE Plus ภายใต้ ActEngine AI ดูแลร้านค้าพาร์ทเนอร์กว่า 700,000 ร้านแบบ End-to-End ลดเวลาจัดการเคส 66% เพิ่มความแม่นยำ 16% จัดก...