Lightning Network เครือข่ายที่เกิดมาแก้ปัญหาความล่าช้าในการทำธุรกรรม Bitcoin

ก่อนหน้านี้เราได้มีการอธิบายถึง Blockchain Layer 2  ที่จะเข้ามาแก้ไขในส่วนของการทำธุรกรรมให้มีการประมวลผลที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้นและค่าธรรมเนียมที่ถูกลง โดยหนึ่งใน Layer 2 ที่มีชื่อเสียงและหลายคนน่าจะรู้จักกันดีนั้นคือ Bitcoin Lightning Network ซึ่งในบทความนี้เราจะพามาทำความรู้จักว่าแท้จริงแล้ว Lightning network คืออะไร เกิดขึ้นมาเพื่ออะไร และตอนนี้มีใครที่พัฒนาอยู่บ้าง

Lightning Network

ว่าด้วยเรื่องปัญหาเดิมของ Bitcoin … 

เราต่างมีความเข้าใจกันไปแล้วถึงข้อมูลพื้นฐานของ Bitcoin ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลแห่งแรกของโลก แน่นอนว่ายังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ข้อจำกัดในการทำธุรกรรมที่ Bitcoin สามารถทำธุรกรรมได้ประมาณ 7 รายการต่อวินาที (Transactions per Second หรือ TPS) ปัญหาการสร้างบล็อกที่ช้าทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการยืนยันธุรกรรม รวมถึงปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมที่แพง เนื่องจากบล็อกมีพื้นที่จำกัด ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมมีความผันผวน

แล้ว Lightning Network จะเข้ามาช่วยอะไร … 

ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก Lightning network กันก่อน ซึ่งเป็นบล็อกเชน Layer2 ที่มาช่วยแก้ปัญหาการปรับขนาดของเครือข่ายซึ่งทำงานบนบล็อกเชน โดยเป็นการประมวลธุรกรรมหลายรายการนอกเครือข่าย (Off-chain) ก่อนที่จะส่งข้อมูลกลับมาโดยบันทึกเป็นธุรกรรมดียวบนเครือข่ายหลัก 

ซึ่งการที่ Lightning network ทำธุรกรรมนอกเครือข่ายจะทำบนเครือข่ายที่เรียกว่า Payment Channel ผ่าน Smart Contract โดยเมื่อมีการสร้าง Channel แล้ว การทำธุรกรรมระหว่างผู้ใช้งานจะถูกส่งถึงอย่างรวดเร็ว 

นอกจากนี้ในการทำงานนั้นเครือข่ายไม่จำเป็นที่จะต้องสร้าง Channel เพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้งานทั้งหมด เช่น หากผู้ใช้ A มี Channel ที่เปิดกับผู้ใช้ B และผู้ใช้ C  มี Channel ที่เปิดกับผู้ใช้ B แต่ไม่มี Channel ที่เปิดกับผู้ใช้ A ผู้ใช้ C ก็ยังคงสามารถทำธุรกรรมกับผู้ใช้ A ได้อย่างอิสระระหว่างทุกฝ่ายในเครือข่าย

มีใครกำลังพัฒนาอยู่บ้างและถ้าทำสำเร็จจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไร …

ปัจจุบันมีทีมหลักสามทีมที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนา Lightning Network ได้แก่ Blockstream, Lightning Labs และ ACINQ ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมปี 2018 Elizabeth Stark ซีอีโอของ Lightning Labs ได้ทำการเปิดตัว Lightning Network daemon beta สำหรับนักพัฒนา ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Lightning Network ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งนี้ข้อมูลจำเพาะของแอปพลิเคชันยังได้รับการเผยแพร่เพื่อให้นักพัฒนาสามารถเริ่มสร้างแอปที่ทำงานร่วมกับ Lightning Network ได้ 

และถ้าหากเครือข่าย Bitcoin Lightning Network สามารถพิสูจน์ได้ว่าประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาความสามารถในการปรับขนาดของเครือข่ายได้ อาจเป็นการปูทางให้สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ปฏิบัติตามในการพยายามเพิ่มปริมาณธุรกรรมของตนเอง ซึ่งหากสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ รองรับ Lightning Network จะเป็นการแสดงถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับการพัฒนาบล็อกเชนที่สามารถทำงานร่วมกันได้

อ้างอิง

Coinmarketcap , Decrypt , Coinbase



ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รีวิว Saifa AI หลังลองใช้จริง เปิด 6 ฟีเจอร์ที่ช่วยจัดการงานหลังบ้านสำหรับ SME

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SME หรือทำธุรกิจสายบริการอย่างคลินิกและอสังหาฯ ที่ต้อง ‘รับจบ’ ทุกอย่างด้วยตัวเอง น่าจะเข้าใจปัญหาหน้างานดี โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับลูกค้าที่ทักเข้ามาจาก ...

Responsive image

ทำไมคนไทยเห็นรถบรรทุก ต้องรีบหลบ รถขนส่ง = อันตราย ชำแหละปัจจัยเสี่ยงที่คนกลัว และรู้จัก AI ที่พร้อมใช้โดยไม่ต้องรอ

เจาะลึกเหตุผลที่คนไทยต้องรีบหลบรถบรรทุกใหญ่ พร้อมเปิดทางแก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงจากต้นตอด้วยเทคโนโลยี AI Video Telematics ยกระดับความปลอดภัยฟลีตรถขนส่งได้ทันที...

Responsive image

ThailandPostMart เข้าสู่ปีที 8 อีคอมเมิร์ซของไปรษณีย์ไทย มีศักยภาพแค่ไหนถ้ารัฐจะเอามาสู้ศึกอีคอมเมิร์ซที่ต่างชาติครองตลาด 98.8%

วิเคราะห์ 8 ปี ThailandPostMart จากจุดเริ่มต้นดันสินค้าชุมชน OTOP สู่ความท้าทายในตลาด e-Commerce ล้านล้าน มี Asset 50,000 จุด แต่ทำไมยังโตช้ากว่าที่คิด?...