Business Women นักธุรกิจหญิงแกร่งที่ทรงพลังต่อการขับเคลื่อนองค์กรทุกระดับต่างมีทักษะแห่งความเป็นผู้นำหนุนหลังอยู่ จนทำให้พวกเธอสามารถขึ้นมายืนแถวหน้าอย่างภาคภูมิ โดยปัจจุบันต่างมีภารกิจท้าทายอย่างการต่อกรกับ Technology Disruption ที่นับวันจะยิ่งแผ่ขยายไปในวงกว้างขึ้นทุกที เช่นเดียวกับต้องรักษาสมดุลในแง่มุมอื่นของชีวิตให้ลงตัวที่สุดควบคู่ไปด้วย ทาง Techsauce จึงนำเรื่องราวฉบับย่อของสุภาพสตรีผู้โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับบนเวทีธุรกิจที่หลากหลายมาบอกเล่าผ่าน Top Business Women of 2019 ในครั้งนี้

Business Women


วางหมาก Digital Transformation เสริมแกร่งให้ WHA 

Business Womenจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น

แม้ในวันนี้ Technology Disruption จะยังไม่ได้ส่งผลกระทบกับธุรกิจของกลุ่ม บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA Group แต่ในฐานะผู้นำที่มองการณ์ไกลไปข้างหน้าก่อนหลายก้าวอย่าง จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง ก็ไม่ปล่อยให้กิจการต้องเดินสู่จุดเพลี่ยงพล้ำ จึงเลือกที่จะริเริ่มภารกิจ Digital Transformation ตั้งแต่เมื่อครึ่งหลังของปีนี้ รวมถึงยังจัดตั้ง WHA Innovation Talent Group เพื่อปั้นแนวคิด Startup ในองค์กร เพื่อเป็นบันไดไปสู่ลู่ทางใหม่ ๆ ในอนาคต

ด้วยเธอมีแนวคิดว่าองค์กรธุรกิจย่อมเปลี่ยนไปตลอดเวลาและไม่เคยจะหยุดนิ่ง ดังนั้นผู้นำจึงต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงและรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จึงจะสามารถนำองค์กรไปได้ถูกทาง และไม่ถูก disrupt

อย่างไรก็ตามเป้าหมายหลักของการปรับเปลี่ยนองค์กรก็เพื่อให้พร้อมรับมือกับการเติบโตที่รวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งมีเทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง โดยตั้งเป้าสร้างรายได้เติบโต 70% ในปีนี้ 

ทั้งนี้เธอมองว่า Digital Transformation ของ WHA คือการปรับเปลี่ยนคนให้สามารถรองรับกับแนวทางดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต โดยต้องเริ่มจากกำหนดโจทย์ที่ถูกต้องก่อนว่าต้องการทำอะไรบ้าง เพราะแม้จะปรับเรื่องภายนอกให้รองรับ Digital Technology ได้ แต่ถ้าภายในปรับตัวไม่ได้ก็ถือว่าล้มเหลว จึงต้องเดินคู่ขนานไปพร้อมกัน เพียงแต่ต้องใช้เวลาเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 2 ปีก็จะเริ่มเห็นภาพการเปลี่ยนที่ชัดเจน

กระนั้นหนึ่งในปัจจัยที่เป็นรากฐานความสำเร็จไม่อาจมองข้ามคือ แนวคิดสร้างศูนย์กระจายสินค้าตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า (build-to-suit) ที่จุดประกายโดยจรีพร จนสามารถขับเคลื่อนให้ WHA เป็นที่ยอมรับในวงการ ไม่เพียงเท่านั้นด้วยมูลค่าของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่สูงมาโดยตลอด ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นผู้มั่งคั่งในอันดับที่ 35 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 865 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.76 หมื่นล้านบาท) ท่ามกลาง 50 เศรษฐีไทยที่จัดอันดับโดย FORBES ประจำปี 2019

แต่ฝีมือและศักยภาพในฐานะผู้นำหญิงยังต่อยอดไปสู่เรื่องราวอื่น ๆ อีกโดยล่าสุด เธอยังได้รับภารกิจที่สำคัญอีกหนึ่งบทบาทที่เพิ่งเกิดขึ้นคือเป็นหนึ่งในกรรมการของธนาคารไทยพาณิชย์ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

แม่ทัพหญิงผู้สร้างแบรนด์ดุสิตธานีให้ยืนหนึ่งบนเวทีโลก

Business Womenศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล


อีกหนึ่งนักบริหารหญิงผู้เฉียบคม ที่มีเรื่องราวน่าสนใจไม่น้อย ดังเช่น ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกลุ่ม ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ด้วยประสบการณ์ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทไอทีระดับโลก ตามมาด้วยการสวมหมวกประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทดาวเทียมเบอร์หนึ่งแห่งเอเชียแปซิฟิก อย่าง บมจ. ไทยคม ที่ผลงานเด่นจนสามารถพลิกผลการดำเนินงานให้กลับมามีกำไรได้ภายในระยะเวลาไม่นาน 

แม้ว่าหลายคนจะมองว่าการเป็นผู้บริหารหญิงที่จะต้องเปลี่ยนแปลง และนำพาองค์กรให้เติบโต เป็นความท้ายทาย แต่สำหรับเธอกลับมองว่า เรื่องของตัวตน ความสามารถ และศักยภาพของการทำงานไม่ได้เกี่ยวกับเพศ หรืออายุ แต่เป็นเรื่องของบุคคลที่จะต้องรู้และเข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองให้ได้ แล้วนำมาใช้ให้ถูกจุด ดังนั้นเมื่อเธอได้รับมอบหมายหน้าที่ให้บริหารและเปลี่ยนแปลงองค์กร เธอจึงอาศัยการทำความเข้าใจ เพื่อที่จะสามรถปรับแนวคิด แรงบันดาลใจของคนในองค์กรให้สามารถขับเคลื่อนทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกันได้

ดังนั้นจึงไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่าการที่เธอมารับหน้าที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งดุสิตธานี ก็สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ  ท่ามกลางความท้าทายในยุค Digital Disruption ของโลกธุรกิจ 

โดยเธอมีความตั้งใจที่จะสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับดุสิตธานี ที่เธอมองว่าเป็นแบรนด์ที่เปรียบดังตัวแทนของประเทศที่มีคุณค่าอย่างไม่อาจประมาณได้ ในการที่จะผลักดันให้เป็นธุรกิจซึ่งมือชื่อเสียงระดับโลก  ด้วยการกำหนดกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 

ทั้งด้วยการวางแผนบริหารงานส่วนของโรงแรมที่มีแผนลงทุนเพิ่มจำนวนห้องพักอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยายไปในต่างประเทศมากขึ้น และแตกไลน์ธุรกิจกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในอุตสาหกรรมบริการ ที่เธอมองเห็นแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคตเพิ่มขึ้น

ซีอีโอหญิงที่มุ่งสร้างความต่างด้วย Medical Tech

Business Womenภญ.อาทิตรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร (CEO) รพ.บำรุงราษฎร์แม้ ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์  ผู้อำนวยการด้านบริหาร (CEO) รพ.บำรุงราษฎร์ จะสวมหมวกผู้นำสูงสุดในองค์กรได้ไม่ถึง 1 ปีเต็ม แต่ตัวเธอก็มีประสบการณ์การทำงานหลากหลายเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงพยาบาลทั่วไทยถึงกว่า 25 ปี เช่นเดียวกับที่นับจากเริ่มงานกับรพ.บำรุงราษฎร์ เมื่อปี 2555 ก็มีโอกาสดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาแล้วหลายตำแหน่ง จึงเป็นเส้นทางสำคัญที่ทำให้สามารถเข้าใจทั้งฝั่งการแพทย์และการบริหารงานภายในองค์กร

ในวันนี้ ด้วยความเชื่อที่มีต่อ Medical Tech ซึ่งปัจจุบันมาในบทบาทของ Big Data AI และ Life Science (วิทยาศาสตร์ชีวภาพ) ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยถูกนำมาใช้ในหลายมิติเพื่อรับมือกับ Digital Disruption และส่งเสริมให้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เดินหน้าสู่สถานะผู้นำด้านการบริบาลสุขภาพแบบองค์รวมระดับโลก (World-class holistic healthcare) ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ 

โดยเธอย้ำว่าจำเป็นต้องนำ Medical Tech มาใช้เพื่อสุขภาพเชิงรุก ซึ่งให้ผลดีกว่าการตั้งรับรักษาอาการเจ็บป่วย โดยเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่โรงพยาบาลนำมาใช้จะคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง รวมถึงนำระบบบริหารจัดการในลักษณะ Operational Excellence มาใช้ในองค์กร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ป่วยมากที่สุดด้วย

ทั้งนี้ ภญ.อาทิรัตน์ เปิดเผยว่าหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้ขึ้นมาเป็นผู้นำหญิงในภาคธุรกิจได้นั้น คือ ไม่ว่าตัวเธอจะได้รับมอบหมายภารกิจใดก็ตาม แต่สิ่งที่เธอยึดมั่นเสมอคือ Entrepreneurship หรือการคิดเหมือนเป็นเจ้าของ เพราะมองว่าการได้รับโอกาสให้ลองทำโดยไม่ต้องลงทุนด้วยตัวเองก็ยิ่งต้องพยายามทำให้ประสบความสำเร็จ

ล่าสุด ภญ.อาทิรัตน์ ได้รับรางวัล “The World Top 50 Healthcare IT Leaders” ในงาน HIMSS (Healthcare Information Management System Society) Asia Pacific 2019 และรางวัล “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2562” ในภาคธุรกิจการแพทย์จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ด้วย

ทายาทสาวผู้ผสานนวัตกรรมกับเพชรในแบบ Jubilee

Business Womenอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์

การปฏิวัติวงการเป็นเส้นทางที่ Jubilee เลือกเดินเสมอ เช่นเดียวกับที่การนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับเครื่องประดับเพชร ตามที่อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ ( JUBILE) ในฐานะผู้บริหารแบรนด์เครื่องประดับเพชร Jubilee เล็งเห็นโอกาส

ด้วยเธอมองว่ากระแสการขับเคลื่อนของดิจิทัลที่กระจายไปทั่วโลกกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง จึงทำให้เกิดนวัตกรรมที่ผสานระหว่าง App และแหวนเพชรให้ถ่ายทอดช่วงเวลาแห่งความทรงจำ ผ่านนวัตกรรมที่เรียกว่า “ยูบิลลี่ ไอ โมเม้นท์” หรือ Jubilee iMOMENT ซึ่งอัญรัตน์ย้ำว่าเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก นั้น สามารถเป็นจริงได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีกลุ่ม AI มาช่วย 

แม้ผลกระทบจากยุคดิจิทัลไม่ได้ครอบงำกับการดำเนินธุรกิจโดยตรงแต่ก็ส่งผลกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค จึงถือเป็นความท้าทายที่ต้องเตรียมการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจไว้ล่วงหน้า เช่น ช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า ที่ต้องเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะ ไม่เหมือนอดีตที่สามารถใช้ช่างทางเดียวกันสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม 

เช่นเดียวกับระบบงานหลังบ้านเองก็ต้องปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกันเพื่อให้องค์กรบริหารจัดการระบบข้อมูลได้ดี จึงเริ่มลงทุนและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลในลักษณะที่เรียกว่า Structured data ขึ้น ซึ่งช่วยให้ลดการตัดสินใจแบบใช้ประสบการณ์ แต่ใช้ Structured data มาเป็นแกนในการประมวลผล และข้อมูลจะช่วยให้สามารถทำงานโดยมุ่งเจาะลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ดีขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะส่งผลไปยังการบริหารจัดการ ควบคุมต้นทุนต่าง ๆ แล้วเชื่อมโยงไปถึงความสามารถในการทำกำไร รวมไปถึงต่อยอดสู่การสร้างยอดขายด้วยรูปแบบใหม่ 

อย่างไรก็ตาม ทั้งในฐานะผู้บริหารหญิงและในฐานะทายาทของกิจการค้าเพชรที่ก่อตั้งมาถึง 90 ปี เธอเองก็ต้องทำงานหนักและสร้างผลงานพิสูจน์ตัวเองมาไม่น้อยกว่า 17 ปี ซึ่งนอกจากเป็นที่ยอมรับทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรแล้ว สิ่งหนึ่งที่ช่วยการันตีให้หนักแน่นขึ้นคืออีกระดับคือ รางวัล Young Rising Star CEO Award จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

จุดพลุ GRoof Smart Living ขยายฐานธุรกิจพลังงาน

Business Womenนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.กันกุล เอ็นจีเนียริ่ง

หลังจากที่ก้าวมาสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้าไม่นาน บมจ.กันกุล เอ็นจีเนียริ่ง ก็ได้ผุดธุรกิจใหม่ขึ้นมา  เพื่อเติมเต็มช่องว่างของธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งจะอยู่ภายใต้การนำของคลื่นลูกใหม่อย่าง นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และทายาท ผู้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนโครงการ GRoof Smart Living by Gunkul ที่เป็นการทำ Solar Rooftop ติดตั้งตามบ้านและโรงงาน ซึ่งเป็นการขยายฐานลูกค้าที่เป็นภาคเอกชนและให้เข้าถึงรายย่อยมากขึ้น เพื่อเป้าหมายช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายมากมายที่เข้าในอุตสาหกรรมพลังงาน

เธอเล่าว่าในช่วงที่ตัดสินใจเข้ามาช่วยกิจการของครอบครัว ถือเป็นยุคที่ Renewable Energy กำลังเฟื่องฟูพอดี เลยรู้สึกว่าสนใจที่จะเข้ามาร่วมงาน จึงเริ่มเข้ามาช่วยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ โดยได้ใช้ความรู้จากการที่ไปทำงานข้างนอกมาก่อนให้เป็นประโยชน์ ซึ่งตอนนั้นกันกุลอยู่ระหว่างซื้อโครงการพลังงานลม เริ่มไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มทำโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันการใช้งาน Solar Rooftop เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แต่ก็ยังมีความไม่สมบูรณ์จากการที่ยังไม่มีระบบกักเก็บพลังงาน ที่สามารถเก็บไฟฟ้าที่ผลิตไว้เวลาไม่ได้ใช้ ซึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะมาเติมเต็มระบบ คือ แบตเตอรี่ ถ้าหากแบตเตอรี่มีการผลิตเป็นที่แพร่หลายก็ทำให้จะสามารถต่อยอดได้อีกมาก

โดยเธอย้ำว่า เมื่อแบตเตอรี่ราคาถูกลง ทำให้เราสามารถผลิตและใช้ไฟได้ด้วยตัวเองทั้งกลางวันและกลางคืน ดังนั้นการไฟฟ้าอาจพิจารณาปรับนโยบายเพิ่มเติม เพื่อให้ทันกับยุค Disruptive Technology ได้

พลิกฟื้นองค์กรฝ่าวิกฤตต้มยำกุ้งปลดหนี้ 5 พันล้าน

Business Womenประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. วิวล่า คุณาลัยFinancial Crisis วิกฤตการเงินปี 40 เป็นดังฝันร้ายของนักธุรกิจไทยหลาย ๆ คนในตอนนั้น โดยเฉพาะกับธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ (Property) หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มคุณาลัย (Kunalai) อสังหาริมทรัพย์เจ้าถิ่นย่านบางบัวทอง ที่ได้ทุบหนี้ก้อนโตจำนวน 5 พันล้านบาท จนกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง ผ่านฝีมือของ ประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.วิลล่า คุณาลัย ผู้บริหารหญิงแกร่ง บุตรสาวของ ปกรณ์ ศังขวณิช หนึ่งในผู้บุกเบิกการสร้างเมืองย่านนั้นในยุคแรก โดยปัจจุบันเธอนำแบรนด์เก่าแก่ของครอบครัวกลับมาปลุกปั้นใหม่อีกครั้งภายใต้ชื่อ ‘วิลล่า คุณาลัย’ จนกระทั่งกลายเป็นบริษัทมหาชนที่กำลังเติบโต

แต่กว่าจะมีวันนี้ ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งวิกฤติต้มยำกุ้งผลักดันให้ ประวีรัตน์ ต้องเรียนรู้งานในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น งานขาย งานการตลาด งานประสานงาน การกู้เงิน ตลอดจนการเจรจากับเจ้าหนี้ ซึ่งทำให้ซึมซับ รู้สึกรัก และผูกพันกับงานที่ทำ จนนำไปสู่การลงหลักปักฐานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่อ แล้วตัดสินใจเริ่มต้นสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยชื่อเดิม 

โดยวางเป้าหมายให้ผลการดำเนินงานเติบโตปีละ 15-20%  และที่สำคัญคือ ต้องการสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัท จึงวางกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้มีความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงจัดโครงสร้างทางการเงิน ซึ่งเป็นกระบวนการให้เกิดความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จนั้น ประวีรัตน์ เน้นย้ำว่า ด้วยเป็นคนที่เชื่อในความสุข เพราะถ้าไม่มีความสุขก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร  ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจึงขึ้นกับมุมมอง ที่ในบางครั้งคำว่าประสบความสำเร็จ อาจเป็นสิ่งที่เรากำหนดด้วยตัวเอง และสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ดังใจเราเอง ตลอดจนเธอยังเป็นคนที่เชื่อมั่นในองค์ความรู้ ว่าเป็นกุญแจไปสู่ความสำเร็จ

ปลุกธุรกิจธุรกิจดั้งเดิมมาเป็น Disruptor ที่ปฏิวัติวงการ

Business Womenกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์

อีกหนึ่งนักธุรกิจหญิงผู้มาสืบทอดกิจการของครอบครัว กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ในฐานะทายาทรุ่นสองของอาณาจักร Index Living Mall

โดยริเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้แก่ธุรกิจดั้งเดิมทั้งธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและของตกแต่งบ้าน ที่เริ่มต้นฉีกกฎร้านขายเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องเช่าพื้นที่ตามห้างสรรพสินค้า มาเป็นร้านค้าแบบ Stand Alone ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับบ้านครบวงจร ตลอดจนการบุกเบิกการขายเฟอร์นิเจอร์ผ่านช่องทางออนไลน์ 

ล่าสุดยังคงเดินหน้าบุกเบิกในการนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ pain point ของผู้บริโภคในการตกแต่งที่อยู่อาศัย เพื่อให้สอดรับกับ Disruptive Trend ที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย ด้วยบริการใหม่ภายใต้แบรนด์ชื่อว่า Younique เป็นเฟอร์นิเจอร์สั่งตัดตามใจ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ 4.0 (Customized Furniture 4.0) 

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ กฤษชนกผู้ซึ่งถูกผลักดันให้นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ต้องผ่านบทพิสูจน์มาไม่น้อยด้วยการปรับวิธีการบริหารงานในแบบฉบับของเธอที่ต้องการให้องค์กรมีการเปิดกว้างมากขึ้น จนกระทั่งสามารถที่จะพิสูจน์ตัวเองจากการที่บริษัทมีผลการดำเนินงานเติบโตขึ้นอย่างมาก จากตัวเลขกำไรสุทธิเติบโตขึ้นถึง 5 เท่า ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัทมา และยังคงรักษาการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2562 ได้สำเร็จ

นายหญิงผู้นำพาองค์กร 100 ปีเช่น IBM ให้ยังคงฉายแสง

Business Womenปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด

เชื่อว่าแวดวงด้านธุรกิจไอที คงไม่มีใครไม่รู้จัก ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ด้วยเธอเป็นอีกหนึ่งนักธุรกิจหญิงที่น่าศึกษาถึงวิธีคิดในฐานะผู้นำที่มีภารกิจท้าทายต้องนำพาองค์กรเป็นที่บริษัทไอทีระดับตำนานให้ผ่านการถูกจู่โจมจาก Digital Disruption เช่นเดียวกับที่สามารถใช้เวลาอย่างมีคุณภาพให้กับตัวเองและครอบครัวอย่างสมดุล

โดยปฐมาย้ำว่าก้าวสำคัญที่จะนำพาให้ IBM ข้ามผ่านอุปสรรคของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ ต้องเริ่มจากการปรับตัวและการเปิดมุมมอง ไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต แต่ต้องปรับตัวในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งการขายและการทำงาน เพื่อให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ได้ ทั้งด้วยความเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีบุคลากรจำนวนมากและมีหน่วยงานที่หลากหลาย จึงย่อมขยับช้ากว่าแต่ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ยังครองความเป็นผู้นำได้ เช่นเดียวกับต้องออกไปศึกษาธุรกิจอื่น เพื่อทำและปรับให้ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกของลูกค้าด้วยเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของเธอนั้น สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจในยุคดิจิทัลคือ ‘ข้อมูล’ เพราะวันนี้ความสำเร็จขององค์กรคือการที่รู้ว่าจะนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร รวมถึงทักษะสำคัญสำหรับคนในองค์กรคือต้องเป็นผู้เข้าใจเทคโนโลยี และสามารถตีความการใช้ประโยชน์จากขุมทรัพย์ข้อมูลมหาศาลที่เรานั่งทับอยู่ได้

นอกจากนี้เธอยังไขความลับที่นำพาให้มายืนเป็นผู้บริหารหญิงแถวหน้าได้ว่าผ่านการเรียนรู้จากคุณแม่ ผู้เป็น Working Woman ที่สอนให้เรียนรู้ถึงการจัดการบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ ให้สมดุลด้วยการจัดลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม ซึ่งสำหรับเธอแล้วมองว่าช่วงชีวิตปัจจุบันก็คือคุณพ่อคุณแม่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ส่วนเวลาที่เหลือถือเป็นของตัวเธอเอง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ไปถึงจุดนั้นได้เกิดจากทีมที่แข็งแกร่งและผู้ช่วยที่ดี โดยท้ายสุดเธอเชื่อว่าไม่มีใครทำได้ดีที่สุดในทุกเรื่อง แต่ต้องเลือกว่าแต่ละคนควรโฟกัสในเรื่องใด

ผู้บริหารที่เชื่อในเรื่อง ‘คน’ และการปรับตัวไวเพื่ออยู่รอด

Business Womenกนกพร ณ ระนอง ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร The Black Tie Service

เส้นทางสร้างธุรกิจของกนกพร ณ ระนอง ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร The Black Tie Service คงคล้ายกับฝันของหลาย ๆ คน ที่หวังจะเปลี่ยนจากพนักงานบริษัทมาสู่เส้นทางผู้ประกอบการในวันหนึ่ง ซึ่งเธอเลือกเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฐานะเลขานุการให้กับผู้บริหารระดับสูงทั้งบริษัทในไทยและต่างประเทศ มาเป็นระยะเวลา 10 กว่าปี แล้วเริ่มลงทุนกับเพื่อนเปิดโรงงานปลาสลิดส่งออกต่างประเทศ 

จนเมื่อธุรกิจแรกลงตัวเธอจึงเริ่มต้นอีกครั้งกับ THE BLACK TIE SERVICE ซึ่งเป็นธุรกิจบริการที่ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าขององค์กร ในรูปแบบของการเป็น Corporate Concierge Service หรือผู้ช่วยส่วนตัวที่จะดูแลอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า พร้อมด้วยการบริการเสริมอื่น ๆ เช่น จัดทริปพิเศษ เป็นต้น

ทั้งนี้ด้วยอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจจึงนำไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้เธอค้นพบและเชื่ออย่างถ่องแท้ว่าการบริหาร ‘คน’ และ ‘วัฒนธรรมองค์กร” คือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยองค์กรจะต้องมีการหาคนที่สามารถทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน หรือเรียกว่า Blend เข้าหากันได้ และมีใจรักกับงานที่ทำ จะทำให้เดินหน้าอย่างคล่องตัว 

สุดท้ายเพื่อให้ธุรกิจพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทมหาชนในวันหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือในฐานะที่เป็นกิจการ SME จึงต้องปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ง่าย มองไปข้างนอก หาความรู้ตลอดเวลา ตลอดจนเปลี่ยนแปลงไว ลงมือทำเร็ว ตามที่เธอมองว่า “ไม่ว่าทำธุรกิจอะไรก็ตามสามารถอยู่รอดได้ทุกคน”

จากสาวออฟฟิศสู่ Smart Farmer ผู้พลิกวงการเกษตร

Business Womenนวลลออ เทอดเกียรติกุล ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Aromatic Farm

รถซาเล้งขายมะพร้าวน้ำหอมคือจุดเปลี่ยนที่ปลุก passion แห่งการเป็นผู้ประกอบการของอดีตสาวออฟฟิศให้รุกโชน จนตัดสินใจเดินหน้าสู่เส้นทาง Smart Farmer ดังเช่นนวลลออ เทอดเกียรติกุล ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ “Aromatic Farm” 

ด้วยพบว่าธุรกิจค้ามะพร้าวน้ำหอมมีอัตราการเติบโตของตลาดสูงถึง 300% และมองว่าเกษตรกรเป็นอาชีพที่อยู่คู่กับคนไทยทุกคน จึงตัดสินใจที่จะทำกิจการสวนมะพร้าวน้ำหอม แม้ว่าตัวเองจะไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อนก็ตาม ซึ่งเธอสร้างให้ Aromatic Farm เป็นสวนมะพร้าวน้ำหอมที่จัดการด้วยนวัตกรรมทั้งฝั่งบริหารข้อมูลเพาะปลูกและกลยุทธ์การตลาด ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าการเกษตรของไทยมีอนาคตไกลกว่าเดิม รวมถึงวางแผนยกระดับพัฒนาฐานข้อมูลให้ชาญฉลาดและสร้างผลผลิตให้ตรงโจทย์กว่าเดิมด้วย AI 

ทว่ากว่าเส้นทาง Smart Farmer ของนวลลออจะงอกงามก็ต้องเผชิญหลายความท้าทายที่เธอเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เช่น การถูกต่อต้านหรือถูกตั้งคำถามจากคนในชุมชมในช่วงแรก ๆ ที่ยังไม่เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการทำ Aromatic Farm หรือแม้แต่ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ต้องหันไปไปพึ่งพาคนต่างด้าวแทน

สำหรับแผนงานในอนาคตเพื่อให้กิจการเติบโตอย่างยั่งยืน คือการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนจากการใช้แสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้า ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ในแง่การลดปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมาสู่สิ่งแวดล้อมจากกระบวนการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมได้ หรือแม้แต่นำวัสดุเหลือใช้จากผลผลิต เช่น เปลือกมะพร้าวไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานชีวภาพในส่วยของการผลิตวุ้นมะพร้าวหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่นเดียวกับที่จะปลูกพืชขึ้นมาทดแทนเพื่อชดเชยกับที่ปล่อยคาร์บอนออกมาด้วย

สุดท้ายแล้วนวลลออฝากถึงคนที่มี passion อยากเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ว่าถ้าเรารู้จักตัวเองเร็วจะทำให้มีเวลามากพอไปถึงเป้าหมายและปักธงได้ชัดเจน ที่สำคัญคือให้มีความเพียรจึงจะอดทนฝ่าฟันอุปสรรคจนทำสำเร็จได้






RELATED ARTICLE

Responsive image

คุยกับ ดร. ภากร ปีตธวัชชัย การพัฒนาอย่างยั่งยืน กับบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นมากกว่าแหล่งระดมทุน

บทความนี้ Techsauce มีโอกาสได้สัมภาษณ์ ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้ให้ความสำคัญกับแนวคิดความยั่งยืน แล...

Responsive image

สำรวจ Smart Farming แบบเกษตรกรรมครบวงจร ของ KUBOTA ที่ฉลาดขึ้นด้วย IoT

Smart Farming เป็นโจทย์ใหญ่ที่บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้การสนับสนุน โดยเน้นพัฒนาแนวทางการเกษตรครบวงจรหรือ KUBOTA Agri Solution (KAS) ซึ่งฉลาดขึ้นด้วยเทคโนโลยี loT รวม...

Responsive image

Design Thinking อยู่เบื้องหลังการแก้ pain point ให้ลูกค้าของเมืองไทยฯ ต่อยอดสู่ MTL Click

Design Thinking ถูกนำมาใช้แก้ pain point ให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งล่าสุดสามารถต่อยอดสู่การพัฒนา digital platform ที่รวมทุกบริการด้านกรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นหนึ่งเดียว คือ MTL Click โดยที...