งานวิจัย Harvard ชี้ ลดเวลาเล่นมือถือช่วยลดความเครียด-วิตกกังวล เปิด 3 วิธี Digital Detox ฉบับทำได้จริง

Digital Detox

โทรศัพท์มือถือแทบจะกลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของมนุษย์ไปแล้ว เพราะเรามักใช้ทำงาน ติดตามข่าว ติดต่อครอบครัว หรือแม้แต่ใช้พักผ่อนระหว่างวัน แม้หลายคนจะรู้ว่าการอยู่กับหน้าจอนานเกินไปอาจส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ในชีวิตจริงกลับทำได้ยาก เพราะมันผูกอยู่กับกิจวัตรแทบทุกอย่างไปแล้ว 

อย่างไรก็ตามงานวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยของมหาวิทยาลัย Harvard ชี้ว่าการทำ Digital Detox อาจไม่จำเป็นต้องหักดิบหรือเลิกเล่นมือถือไปเลย แค่ลดการใช้งานลงนิดหน่อยก็เห็นผล ไม่ว่าจะเป็นการลดเวลาลงหนึ่งชั่วโมงหรือสองชั่วโมงต่อวันก็ส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้น ความวิตกกังวลลดลงและนอนหลับได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน 

ลดเวลาเล่นโซเชียลกี่นาทีก็เห็นผลลัพธ์

ผลการศึกษาพบว่า การลดเวลาเล่นโซเชียลมีเดียจากเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง 24 นาทีต่อวัน เหลือประมาณ 48 นาที สามารถส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพจิตได้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านอารมณ์ ระดับความเครียด และคุณภาพการนอนหลับ ทั้งนี้สิ่งที่นักวิจัยเน้นย้ำคือไม่จำเป็นต้องหักดิบ เพียงแค่ปรับนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตได้เช่นกัน 

วิธีลดการติดมือถือแบบไม่ต้องหักดิบ

1. ตั้งค่ามือถือจำกัดเวลา

ใช้งานตัวเองสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่มีฟีเจอร์ติดตามการใช้งานอยู่แล้ว หรือสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฟรีมาใช้งานเพิ่มเติมได้เช่นกัน ลองตั้งค่าให้ระบบแจ้งเตือนเมื่อใช้งานเกินเวลาที่กำหนด วิธีนี้จะช่วยดึงสติและลดพฤติกรรมการใช้มือถือลงได้

2. เปลี่ยนหน้าจอเป็นโหมดขาวดำ

มีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยพบว่าถ้าวิดีโอหรือภาพเป็นสีขาวดำ ไม่มีสีสัน ความน่าสนใจจะหมดลงไปทันที ซึ่งสมาร์ตโฟนหลายรุ่นสามารถตั้งเวลาให้เปลี่ยนเป็นโหมดขาวดำได้อัตโนมัติทริคเล็กๆ นี้จะช่วยลดความอยากเล่นมือถือลงได้แบบที่เราไม่รู้ตัว 

3. กลับมาอยู่กับสิ่งรอบตัวให้มากขึ้น

นักวิจัยมองว่าการลดเวลาเล่นมือถือจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้เร็ว เป็นเพราะคนจะหันไปทำกิจกรรมอื่นมากขึ้น เช่น พูดคุยกับคนรอบตัว โทรหาเพื่อนสนิท หรือการออกไปเดินเล่นพักผ่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจอย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องปิดการใช้งานมือถือทั้งหมด เพียงแค่ลดการหยิบใช้งานลง และให้ความสำคัญกับคนตรงหน้ามากขึ้น ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

อ้างอิง: inc

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Fitbit Air สายรัดสุขภาพจาก Google หน้าตาเหมือน Whoop เป๊ะ แต่ทำไมคนถึงตื่นเต้นกันทั้งวงการ ?

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณใส่ Wearable ที่ติดตามสุขภาพ 24 ชั่วโมง ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี เลือกระหว่าง Whoop กับ Fitbit Air ตัวใหม่ของ Google จะต้องจ่ายเงินรวมกันต่างกันแค่ไหน ?...

Responsive image

นักวิจัยพัฒนา AI อ่านมะเร็งจากการตรวจเลือด ช่วยเลือกวิธีรักษามะเร็งได้แม่นยำขึ้น ลดการเจาะชิ้นเนื้อในอนาคต

เวลาเป็นมะเร็งแพทย์มักจะใช้วิธีเจาะชิ้นเนื้อเพื่อเอาไปตรวจดูว่าก้อนเนื้อนั้นเป็นอย่างไร แต่ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและ Mayo Clinic พบวิธีที่ง่ายกว่านั้น คือการนำเลือดไ...

Responsive image

MIT สร้าง AI ทำนาย ‘อัลไซเมอร์’ รู้ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 10 ปี พร้อมเปิด Open Source ให้ใช้งานฟรี

นักวิจัยจาก MIT เปิดตัว FINGERS-7B โมเดล AI ตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเน้นการป้องกันโรคอัลไซเมอร์โดยเฉพาะ ความน่าสนใจของ AI ตัวนี้คือมันสามารถวิเคราะห์และทำนายความเสี่ยงของโรคได้...