JobsDB ชี้ ไทยควรปรับนโยบายจ้างแรงงานทักษะสูง แก้ปัญหาสมองไหล ดึง Talent กลับประเทศ | Techsauce

JobsDB ชี้ ไทยควรปรับนโยบายจ้างแรงงานทักษะสูง แก้ปัญหาสมองไหล ดึง Talent กลับประเทศ

JobsDB(จ๊อบส์ ดีบี) เผย ประเทศไทยควรรักษาแรงงานทักษะสูงในประเทศ เพิ่มพูนทักษะแรงงานปรับนโยบายจ้างงานทักษะสูงเพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ และลดการกระจุกตัวของคนทำงานในเมืองใหญ่ ด้านแรงงานควรเพิ่มพูนทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับนายจ้างทั่วโลก

JobsDB ชี้ ไทยควรปรับนโยบายจ้างแรงงานทักษะสูง แก้ปัญหาสมองไหล ดึง Talent กลับประเทศ

JobsDB (จ๊อบส์ ดีบี)เปิดข้อมูลการประเมินแนวโน้มทิศทางตลาดแรงงานหลังวิกฤต (Wake-up Talk : Job Market Projection after Crisis) พบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 จำนวนความต้องการแรงงานในประเทศไทยทั้งจากบนแพลตฟอร์มหางาน และช่องทางสื่อกลางออนไลน์อื่น ๆ ฟื้นขึ้นจากจุดต่ำสุดถึง 24.65% โดยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดจากเดือนเมษายน 2563 และเดือนธันวาคม 2563 จากการระบาดระลอกที่ 2

กลุ่มสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ 

 1.สายงานขาย บริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ คิดเป็น 16.0% 

2.สายงานไอที คิดเป็น 14.7% 

3. สายงานวิศวกรรม คิดเป็น 9.8% 

ในด้านมุมมองกลุ่มธุรกิจพบว่า ธุรกิจที่มีอัตราการฟื้นตัวสูงสุดเมื่อเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 2563 ได้แก่

 1. กลุ่มธุรกิจประกันภัย 

2. กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 

3. กลุ่มธุรกิจการผลิต นอกจากนี้ยังพบว่า อัตราการแข่งขันในการหางานของคนไทยมีอัตราส่วนการแข่งขันอยู่ที่ 1 ต่อ 100 ใบสมัคร โดยกระจุกตัวอยู่เพียงในเงินเดือนไม่เกิน 30,000 บาท 

ในด้านของสถานการณ์การจ้างงานของกลุ่มประเทศในอาเซียน 4 ประเทศเศรษฐกิจหลัก พบว่า ประเทศที่เริ่มกลับมามีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ ตามลำดับ ล่าสุด จ๊อบส์ ดีบี ได้เปิดตัวแคมเปญ “หางานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่เลือก” (Jobs That Matter) พร้อมเปิดตัวโซลูชันใหม่ให้ภาคธุรกิจและคนหางาน อาทิ การปรับอินเตอร์เฟซโฉมใหม่ การปรับฟีเจอร์ใหม่ ระบบเอไอใหม่ เพื่อรองรับการหางานของคนไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน จ๊อบส์ ดีบี มีจำนวนประกาศงานใหม่ต่อเดือนทั้งหมดกว่า 10,000 งาน

คุณพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จ๊อบส์ ดีบี ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินแนวโน้มทิศทางตลาดแรงงานหลังวิกฤต พบว่า ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 จำนวนความต้องการแรงงานในประเทศไทยทั้งจากบนแพลตฟอร์มหางาน และช่องทางสื่อกลางออนไลน์อื่น ๆ ฟื้นขึ้นจากจุดต่ำสุดถึง 24.65% สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดแรงงานไทยผ่านจำนวนความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการว่า ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดจากช่วงเดือนเมษายน 2563 และเดือนธันวาคม 2563 จากการระบาดระลอกที่ 2 และคาดการณ์ว่าจำนวนประกาศงานทั้งประเทศจะกลับมาเป็นบวก 5% ในกลางปี 2564 (เมื่อเทียบกับกลางปี 2563) และจะฟื้นตัวเท่ากับก่อนวิกฤตการณ์โควิด–19 ในต้นปี 2565 หากไม่มีการระบาดระลอกใหม่

ในส่วนของความต้องการเมื่อแบ่งตามสายงาน จากจำนวนประกาศงานบน จ๊อบส์ ดีบี ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 พบว่า กลุ่มสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ 1) สายงานขาย บริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ คิดเป็น 16.0% 2) สายงานไอที คิดเป็น 14.7% 3) สายงานวิศวกรรม คิดเป็น 9.8% และในส่วนของการฟื้นตัวของแต่ละกลุ่มสายงาน พบว่า กลุ่มสายงานที่มีจำนวนประกาศงานเติบโตขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 2563 ได้แก่ 1) สายงานการตลาดและประชาสัมพันธ์ คิดเป็น 29.7% 2) สายงานขนส่ง คิดเป็น 24.7% 3) สายงานการผลิต คิดเป็น 20.8% นอกจากนี้ ยังพบว่า มีสายงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากอุปสงค์ในประเทศที่เปลี่ยนไปหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 อาทิ นักพัฒนาเอไอ ที่ปรึกษาด้านบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญ Business Transformation รวมถึง Growth Officer

ในด้านมุมมองกลุ่มธุรกิจพบว่า ธุรกิจที่มีสัดส่วนจำนวนประกาศงานสูงสุด ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจไอที คิดเป็น 12.9% 2) กลุ่มธุรกิจการผลิต คิดเป็น 8.1% 3) กลุ่มธุรกิจการค้าปลีก-ส่ง คิดเป็น 6.6% และในส่วนของธุรกิจที่มีอัตราการฟื้นตัวสูงสุดเมื่อเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 2563 ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจประกันภัย คิดเป็น 42.9% 2) กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็น 41.9% 3) กลุ่มธุรกิจการผลิต คิดเป็น 37.7% นอกจากนี้ยังพบว่า อัตราการแข่งขันในการหางานของคนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นถึง 20% ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 และมีอัตราส่วนการแข่งขันอยู่ที่ 1 ต่อ 100 ใบสมัคร โดยการแข่งขันมีการกระจุกตัวอยู่เพียงในกลุ่มคนทำงานที่เงินเดือนไม่เกิน 30,000 บาท

ในด้านของสถานการณ์การจ้างงานของกลุ่มประเทศในอาเซียน พบว่า ประเทศที่มีจำนวนประกาศงานออนไลน์ลดลงมากที่สุดจากช่วงก่อนหน้าสถานการณ์โควิด-19 ได้แก่ 1) อินโดนีเซีย ลดลง 55.7% 2) ฟิลิปปินส์ ลดลง 46.6% 3) มาเลเซีย ลดลง 39.0% 4) ไทย ลดลง 35.6% ในขณะเดียวกัน จากจำนวนประกาศงานออนไลน์ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 พบว่า ประเทศที่เริ่มกลับมามีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น ได้แก่ 1) มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 14.8% 2) อินโดนีเซีย ติดลบดีขึ้นเหลือ -16.4% 3) ไทย ติดลบดีขึ้นเหลือ -20.5% 4) ฟิลิปปินส์ ติดลบดีขึ้นเหลือ -37.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2563

จ๊อบส์ ดีบี ได้ร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (Boston Consulting Group) และ เดอะ เน็ตเวิร์ก (The Network) ในการจัดทำแบบสำรวจระดับโลก “ถอดรหัสลับ จับทิศทางความต้องการคนทำงานยุคใหม่” (Global Talent Survey) ฉบับที่ 1 จากผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 2 แสนคน ใน 190 ประเทศ ภายใต้หัวข้อ “Where – ประเทศที่คนอยากทำงาน และการทำงานแบบเวอร์ชวล” เพื่อศึกษาความต้องการที่เปลี่ยนไปในแต่ละปีของแรงงานทั่วโลก โดยเฉพาะปีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ จากผลสำรวจ พบว่า เกิดสองปรากฏการณ์สำคัญในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งปรากกฏการณ์แรกคือ คนทำงานหันมาให้ความสนใจการทำงานแบบเวอร์ชวล โดยกว่า 57% ของคนทำงานทั่วโลกยินดีที่จะทำงานให้กับบริษัทที่อยู่ต่างพื้นที่ และ 50% ของคนไทยยินดีที่จะทำงานให้กับบริษัทที่อยู่ต่างพื้นที่ ซึ่ง 3 อันดับประเทศที่คนไทยอยากไปทำงานด้วยมากที่สุด ได้แก่ 1) ออสเตรเลีย 2) ญี่ปุ่น 3) สิงคโปร์ และ 5 อันดับแรงงานต่างชาติที่สนใจอยากมาทำงานให้กับบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) มาเลเซีย 3) จีน 4) อินโดนีเซีย 5) รัสเซีย ซึ่งในปี 2020 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 35 จากประเทศทั่วโลกที่คนทำงานต่างชาติสนใจอยากเข้ามาทำงาน ขยับขึ้นมาจากอันดับ 43 และ 39 ในปี 2014 และ 2018 ตามลำดับ

และปรากฏการณ์ที่สอง จากผลสำรวจของ จ๊อบส์ ดีบี คือ คนทำงานในประเทศไทยหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 มีพฤติกรรมหันมาทำงานแบบเวอร์ชวลมากขึ้นในทุกสายงาน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ดิจิทัล วิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้งสองปรากฏการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มคนทำงานแบบเวอร์ชวล (Virtual Talent Pool) ที่จะมาเป็นกุญแจสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับภาครัฐ นายจ้าง รวมถึงคนทำงานในยุคหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการหางานในต่างประเทศโดยไม่ต้องโยกย้ายถิ่นฐาน หรือโอกาสในการหาคนทำงานที่ตรงตามความต้องการจากต่างประเทศ

ล่าสุด จ๊อบส์ ดีบี ได้ปรับรูปลักษณ์ตลอดจนทิศทางการดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ผ่านการเปิดตัวแคมเปญ “หางานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่เลือก” (Jobs That Matter) และเปิดตัวโซลูชันใหม่ให้ภาคธุรกิจและคนหางาน อาทิ การปรับอินเตอร์เฟซโฉมใหม่ การปรับฟีเจอร์ใหม่ที่จะเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์แบบเพอร์เซอนัลไลเซชัน (Personalization) ให้กับผู้หางาน ไม่ว่าจะเป็นระบบค้นหาด้วยข้อมูลอัลกอริทึม ทางลัดเข้าสู่โปรไฟล์ส่วนตัว และระบบเอไอแนะนำตำแหน่งงาน  รวมถึงการพัฒนาโครงการ “ยกระดับความรู้ ก้าวสู่งานที่ใช่” (#levelupyourcareer) กิจกรรมยกระดับทักษะคนหางานผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ “อัพสกิล รีสกิล”  รวมกว่า 80 คอร์ส อาทิ ฟินเทคและอีคอมเมิร์ซ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ทักษะทางด้านภาษา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน จ๊อบส์ ดีบี มีจำนวนประกาศงานใหม่ต่อเดือนทั้งหมดกว่า 10,000 งาน คุณพรลัดดา กล่าว

Product Roadmap ปี 2564 

-New Search Technology - ผลการค้นหางานด้วย AI (ปลายไตรมาส2ปี2564)

-Virtual Career Fair -แพลตฟอร์มงานออนไลน์จ๊อบแฟร์ พร้อม Chat , Online Interview และสตรีมมิ่ง (ไตรมาส 2 ปี 2564)

-ประกาศงานตาม Performance Based (ไตรมาส 3 ปี 2564)

-ระบบลงประกาศงานแบบใหม่ ง่ายขึ้น เข้าถึงผู้หางานได้ตรงใจขึ้น (ไตรมาส 3 ปี 2564)

-ครอบคลุมงานให้ครบทุกกลุ่ม ทั่วประเทศ เพื่อช่วยคนไทยให้ได้งาน ผู้ประกอบการได้คนที่ใช่ (ไตรมาส 3 ปี 2564)

-Upskill/Reskill พร้อมรองรับคอร์สภาษาไทย (ต้นปี 2020) 

ทักษะใหม่ที่คนทำงานต้องมีในอนาคต 

1. Hard Skill

-ความรู้ด้านไอที

-ทักษะด้านภษา

-การวิเคราะห์ข้อมูล 

2.Soft Skill

-ทักษะการสื่อสาร

-การทำงานเป็นทีม 

-การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ 

3.Meta Skill 

-การรู้จักหรือเข้าใจตัวเอง

-ความคิดสร้างสรรค์

-ความยืดหยุ่นทางความคิด

Mindset สิ่งสำคัญสำหรับคนทำงานยุคใหม่

Growth Mindset

-เชื่อในศักยภาพของตนเอง

-มีกรอบความคิดในการพัฒนาตัวเอง และองค์กร 

-กล้าเผชิญปัญการ เรียนรู้ และเติบโต ไปกับองค์กร 

Outward Mindset

-เปลี่ยนเลนส์มุมมอง 

-ทำความเข้าใจผู้อื่น

-พร้อมวิธีการแก้ปัญหา 

เตรียมตัวรับมือโลกใหม่อย่างไร

เมื่อทั่วโลกเข้าสู่ยุค Virtual Pool (แรงงานเสมือจริงไร้พรมแดน) ทุกภาคส่วนต้องมีการปรับตัวรับการแข่งขันและสร้างประโยชน์ให้สูงสุด

ประเทศไทย

รักษาแรงงานทักษะสูงในประเทศ เพิ่มพูนทักษะแรงงานปรับนโยบายจ้างงานทักษะสูงเพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติ พัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ และลดการกระจุกตัวของคนทำงานในเมืองใหญ่ 

ผู้ประกอบการ

ฐานผู้จ้างงานขยายตัว เตรียมความพร้อมเทคโนโลยี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายสวัสดิการบางอย่างในการจ้างงานกลุ่มทักษะสูง และเพิ่มความหลากหลายให้กับองค์กร 

คนทำงาน

ทางเลือกในการทำงานไร้พรมแดน การแข่งขันจากต่างชาติสูงขึ้น เพิ่มพูนทักษะให้ตนเอง เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับนายจ้างทั่วโลก การทำงานรีโมท ช่วยการดำรงชีพดีขึ้น 

ความพร้อม

-ด้านกฏหมายแรงงาน ความคุ้มครองแรงงานในประเทศ นอกประเทศ 

-ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

-การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

-ความหลากหลายทางเวลาทำงาน 



RELATED ARTICLE

Responsive image

Apple เตรียมย้ายฐานการผลิต Apple Watch และ Macbook จากจีนสู่เวียดนาม

Apple เตรียมย้ายฐานการผลิต Apple Watch และ Macbook จากจีนสู่เวียดนาม เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน พยายามกระจายการผลิตออกจากจีน...

Responsive image

จับตาความร่วมมือ BMW ร่วมกับ Toyota ผลิตจำหน่าย iX5 Hydrogen รถยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

BMW ร่วมกับ Toyota ผลิตจำหน่าย iX5 Hydrogen รถยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลงไฮโดรเจน ที่เปิดตัวเมื่อปี 2021 ที่งาน Munich Motor Show ที่พัฒนาจากต่อยอดจากตัวถังจาก X5 SUV ของ BMW โดยปัจจุ...

Responsive image

Beryl 8 Plus ทุ่ม 1.4 พันล้าน ควบกิจการ เบย์คอม ปักธงนำ Cyber Security ปกป้องข้อมูล - สร้างความเชื่อมั่นลูกค้า

Beryl 8 Plus เดินเกม ทุ่ม1.4 พันล้าน ควบรวมกิจการ บริษัทเบย์ คอมพิวติ้ง ผู้ประกอบการธุรกิจ Cyber Security อันดับต้นๆ ของประเทศ ก้าวขึ้นสู่ผู้นำอุตสาหกรรม หนุนการเติบโตที่ยั่งยืน ชี...