ทีมวิจัยศิริราชค้นพบ ‘เลือดไฮบริด’ สายพันธุ์ใหม่! เจอเพียง 3 คนจาก 5 แสนตัวอย่าง

ปกติแล้วเวลาเราไปตรวจเลือด เรามักจะคุ้นเคยกับผลลัพธ์ที่ตรงไปตรงมาอย่าง A, B, O หรือ AB แต่จากการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Transfusion and Apheresis Science ชี้ให้เห็นว่า ร่างกายมนุษย์มีความซับซ้อนกว่านั้น เมื่อทีมวิจัยในไทยค้นพบความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้คนเลือดกรุ๊ป B มีคุณสมบัติพิเศษซ่อนอยู่

เมื่อผลเลือดไม่เป็นไปตามตำรา

การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นจากการนำทีมโดย ผศ.ดร.พญ. เจนจิรา กิตติวรภัทร ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับทีมงานจากโรงพยาบาลศิริราช ที่ได้ทำการตรวจสอบตัวอย่างเลือดมหาศาลกว่า 544,230 ตัวอย่าง (แบ่งเป็นผู้บริจาคเลือด 285,450 ราย และผู้ป่วย 258,780 ราย) ที่เก็บรวบรวมมาตลอด 8 ปี

เป้าหมายคือการไขปริศนาของเคส "ABO Discrepancy" หรือภาวะที่ผลการตรวจหมู่เลือดเบื้องต้น (Antigens บนเม็ดเลือดแดง) กับผลการตรวจยืนยัน (Antibodies ในพลาสมา) ให้ผลขัดแย้งกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อันตรายมากหากต้องมีการถ่ายเลือดฉุกเฉิน เพราะอาจนำไปสู่การให้เลือดผิดกรุ๊ปได้

จากการคัดกรองตัวอย่างทีมวิจัยพบเคสที่เข้าข่ายความผิดปกติแบบพิเศษที่เรียกว่า ฟีโนไทป์ B(A) เพียงแค่ 3 รายเท่านั้น (ผู้ป่วย 1 ราย และผู้บริจาคเลือด 2 ราย)

ความผิดปกติเมื่อ B แอบมี A ผสม

ความน่าสนใจของเคสนี้คือ แม้โดยพื้นฐานทางพันธุกรรมพวกเขาจะเป็นคนเลือดกรุ๊ป B แต่กลับเกิดการกลายพันธุ์ที่ทำให้เอนไซม์สร้างน้ำตาลบนเม็ดเลือดทำงานผิดเพี้ยนไป จนสร้าง แอนติเจน A ขึ้นมาเจือปนเล็กน้อย

ปกติแล้วฟีโนไทป์แบบ B(A) นี้ถือเป็นของหายากที่พบได้เพียงประมาณ 1 ใน 180,000 คนเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้การค้นพบในไทยครั้งนี้พิเศษยิ่งกว่า คือ ทั้ง 3 รายนี้มีรูปแบบการกลายพันธุ์ของยีน ABO ในตำแหน่งที่ไม่เคยมีรายงานที่ไหนมาก่อนในโลก ส่งผลให้กิจกรรมของแอนติเจน A ที่แฝงอยู่เพียงเล็กน้อยนั้น มากพอที่จะทำให้เครื่องตรวจวิเคราะห์สับสนและอ่านค่าผิดพลาดได้ว่าเป็นกรุ๊ปอื่น

นัยสำคัญของการค้นพบนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมาตรฐานความปลอดภัยทางสาธารณสุข เพราะมันย้ำเตือนว่าการตรวจคัดกรองแบบมาตรฐานเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับเคสหายาก การให้เลือดผิดเพียงเล็กน้อยจากการอ่านค่าที่คลาดเคลื่อนอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำลายเม็ดเลือดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ กรณีนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า การตรวจระดับโมเลกุลหรือพันธุกรรม คือกุญแจสำคัญในการไขคำตอบที่ห้องแล็บทั่วไปมองไม่เห็น เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการรักษา

ปรากฏการณ์เลือดหายากนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย แต่สอดคล้องกับเทรนด์การค้นพบทางการแพทย์ทั่วโลก เช่น การพบเลือดกลุ่มใหม่ "Gwada-negative" ในฝรั่งเศสเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งล้วนยืนยันว่ามนุษย์ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพที่ซ่อนอยู่ และเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้นคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรารับมือกับความซับซ้อนเหล่านี้เพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

ที่มา: Science Alert

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก CIC องค์กรที่สร้างระบบนิเวศ เพื่อเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจและนวัตกรรมเข้าด้วยกัน

CIC หรือ Cambridge Innovation Center เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 โดยมีเป้าหมายหลักคือการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมให้กับธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่สตาร์ทอัพ บริษัทที่กำลังเติบโต องค...

Responsive image

32 เครือข่ายร่วมกับ NIA อว. สร้าง 'Medical Innovation Hub' ลดพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการสร้างและส่งออกนวัตกรรมการแพทย์เอง

NIA เปิดตัว 32 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมยกระดับไทยจาก 'ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับจ้างผลิต' สู่ 'ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub)' ที่สามารถออกแบบ พัฒนา และต่อยอด...

Responsive image

ททท. จับมือ Visa เปิดตัว Visa Destinations ดันไทยสู่จุดหมายระดับโลกที่เที่ยวง่าย จ่ายคล่อง

วีซ่าจับมือ ททท. ดันไทยเป็นตลาดแรกและประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้สถานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ครอบคลุม 8 เมืองหลั...