
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปิดฉากงาน SUBCON Thailand 2026 ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมงานทะลุ 50,000 คน เกิดการเจรจาธุรกิจกว่า 9,600 คู่ และคาดการณ์มูลค่าซื้อขายชิ้นส่วนอุตสาหกรรมหลังจบงานสูงถึง 23,000 ล้านบาท ตอกย้ำสถานะแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
งาน SUBCON Thailand 2026 จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือสามฝ่ายระหว่างบีโอไอ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ โดยทำหน้าที่เป็น One Stop Sourcing Platform เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายชิ้นส่วนจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงอากาศยาน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่าจุดแข็งสำคัญของงานปีนี้คือกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถปิดดีลการซื้อขายชิ้นส่วนได้จริงภายในงาน และส่วนใหญ่ยังมีการนัดหมายหารือต่อหลังจบงานเพื่อสานต่อความร่วมมือระยะยาว
นอกจากการซื้อขายโดยตรงแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังมองว่า SUBCON Thailand ช่วยเปิดโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยีใหม่ ทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ขณะที่ฝั่งผู้ซื้อระดับนานาชาติส่วนใหญ่แสดงความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและมาตรฐานของผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย โดยมองว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้

นายศุภชัย ตั้งธรรมพูนผล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท SP Automotive ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูปสำหรับยานยนต์ กล่าวว่าการรวมผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ซื้อจากทั่วโลกไว้ในงานเดียว ทำให้เกิดการเจรจาธุรกิจได้รวดเร็ว และต่อยอดสู่ความร่วมมือระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนางสาววรัญชลี สุวรรณพิมลกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท S.K. Polymer มองว่างานนี้เป็นเวทีที่ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพด้านคุณภาพและมาตรฐานระดับสากลต่อผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วโลก พร้อมช่วยเสริมความเชื่อมั่นในการขยายตลาดระดับนานาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่นางสาวศิรพรรณ อ่อนอรรถ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท O.E.I ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะความเที่ยงตรงสูงด้วยกระบวนการกลึง ปั๊ม ตัดด้วยเลเซอร์ เชื่อมประกอบ และทุบขึ้นรูปเย็น ระบุว่าบริษัทเข้าร่วม SUBCON Thailand อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นเวทีที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าและพันธมิตรได้โดยตรง รวมถึงช่วยให้เข้าใจทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนธุรกิจในระยะยาว
นายนฤตม์อธิบายว่าผลตอบรับจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน สะท้อนให้เห็นว่า SUBCON Thailand เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ตั้งแต่การซื้อขายชิ้นส่วน การรับช่วงการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี ไปจนถึงการต่อยอดความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเชนของกลุ่ม Artificial Intelligence (AI) เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ หรือชิ้นส่วนอากาศยาน
บีโอไอจะเดินหน้าพัฒนา SUBCON Thailand ให้เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการไทย สร้างการเชื่อมโยงกับบริษัทชั้นนำจากทั่วโลกให้มากขึ้น เพื่อปักหมุดไทยให้แน่นยิ่งขึ้นบนแผนที่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมโลก
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด