อาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573

  • อาลีบาบา กรุ๊ป ตั้งเป้าที่จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนใน สโคป 1 และ สโคป 2 และจะลดความเข้มข้นของคาร์บอนใน สโคป 3 ภายในปี 2573

  • อาลีบาบา คลาวด์ ตั้งเป้าเพื่อไปสู่ สโคป 3 ของความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573

  • เพิ่มมิติ สโคป 3+ เพื่อลดปริมาณคาร์บอนอีก 1.5 กิกะตันในอีโคซิสเท็มของ อาลีบาบา ภายในปี 2078

บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (NYSE: BABA และ HKEX: 9988 “อาลีบาบา” หรือ “อาลีบาบา กรุ๊ป” ประกาศคำปฏิญาณที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใต้การดำเนินงานของบริษัทเองภายในปี 2573 และประกาศเป้าหมาย สโคป 3+ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1.5 กิกะตันทั่วทั้งอีโคซิสเท็มของอาลีบาบาภายในปี 2578 รายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมายดังกล่าว รวมถึงแนวคิดและคำจำกัดความของแนวคิด สโคป 3+ ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น จะอยู่ใน รายงานการดำเนินการความเป็นกลางทางคาร์บอนของอาลีบาบา อาลีบาบา มีเป้าหมายที่จะเผยแพร่ข้อมูลที่อัปเดตทุกปี ซึ่งจะมีการตรวจสอบความคืบหน้าจากผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรอง

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่สร้างสรรค์ในสังคม กลยุทธ์ ESG ของเราถูกกำหนดไว้ในภารกิจของเราในการเป็นบริษัทที่ดีที่จะดำเนินกิจการให้ได้ถึง 102 ปี และเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาในอนาคตของ อาลีบาบา” แดเนียล จาง ประธานและซีอีโอของ อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าว “เราจะใช้ประโยชน์จากความเป็นผู้นำที่โดดเด่นของเราในฐานะผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้ค้า และพันธมิตร ทั้งในประเทศจีนและทั่วโลก ด้วย สโคป 3+ พันธกิจใหม่ของเราในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน 1.5 กิกะตันภายในปี 2578”

                     


แผนงานความเป็นกลางทางคาร์บอน

อาลีบาบา กรุ๊ป มุ่งมั่นเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับ สโคป 1 และ 2 ภายในปี 2573 และตั้งเป้าเพื่อลดความเข้มข้นของคาร์บอน 50% ใน สโคป 3 ภายในปี 2573 โดยใช้ระดับของปี 2563 เป็นพื้นฐาน นอกจากนี้ อาลีบาบา คลาวด์ จะรับผิดชอบเป้าหมายที่เหนือกว่า สโคป 3 และมุ่งมั่นที่จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 ทั้งสามสโคป

อาลีบาบา กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมโครงการกำหนดเป้าหมายโดยอิงหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets หรือ SBTi) และได้ปรับใช้มาตรการและกลยุทธ์ในการขจัดคาร์บอนตามปฏิญญา “Business Ambition for 1.5°C” ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการหลีกเลี่ยงผลกระทบร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามที่ระบุไว้ใน ข้อตกลงปารีส พ.ศ. 2558

อาลีบาบา จะนำแนวทางที่เป็นระบบและอิงตามวิทยาศาสตร์มาใช้ในการวางแผนและจัดการโครงการริเริ่มการลดคาร์บอน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ตั้งใจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ก้าวหน้าทันสมัย และการสำรวจแนวคิดริเริ่มในการกำจัดคาร์บอน ซึ่งตามหลักการของบริษัทแล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนมากกว่าการกำจัดคาร์บอน และให้ความสำคัญกับการกำจัดคาร์บอนมากกว่าคาร์บอนออฟเซ็ต

บุกเบิกแนวคิด “Scope 3+”

นอกจากนี้ ในฐานะบริษัทแพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลก อาลีบาบา มุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบด้านการบุกเบิกแนวคิด "สโคป 3+" มากยิ่งขึ้น ซึ่งเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการมีผู้เข้าร่วมอีโคซิสเท็มของแพลตฟอร์มเป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันยังไม่ได้อยู่ใน สโคป 1, 2 และ 3 จึงได้ริเริ่มโครงการ "1.5 กิกะตันเพื่อ 1.5 °C" โดยมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยคาร์บอน 1.5 กิกะตันในอีโคซิสเท็มของ อาลีบาบา ภายในปี 2578

“เราเชื่อว่า การใช้แพลตฟอร์มดิจิตอลมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำ ซึ่งสามารถนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย 1.5 องศาของข้อตกลงปารีส แนวคิด 'สโคป 3+' จึงขึ้นอยู่กับศักยภาพของการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิตอลของเรา เพื่อชักจูงและสนับสนุนให้ใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ และพฤติกรรมคาร์บอนต่ำในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอีโคซิสเท็มของเรา อีกทั้งยังแบ่งปันเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงานและเครื่องมือทางธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของเราให้ลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกัน” ดร. เฉิน หลง รองประธาน อาลีบาบา กรุ๊ป และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนความยั่งยืนของ อาลีบาบา กล่าว

อาลีบาบา จะยังคงปรับปรุงและพัฒนาตัวชี้วัดและการวัดการลดปริมาณคาร์บอนใน สโคป 3+ อย่างต่อเนื่อง โดยทำงานและร่วมมือกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญชั้นนำทั่วโลก

หน่วยงานที่กำกับดูแล ESG โดยเฉพาะ

อาลีบาบา ยังประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตการกำกับดูแล ESG สามระดับใหม่ เพื่อดูแล ผลิต และสนับสนุนความสำเร็จของเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและเป้าหมาย ESG ที่กว้างขึ้น หน่วยงานที่กำกับดูแล ESG โดยเฉพาะจะประกอบด้วย:

  1. คณะกรรมการเพื่อความยั่งยืนในระดับผู้บริหาร โดยเจอรี่ หยาง กรรมการอิสระ รวมไปถึงสมาชิกอื่น ๆ ของผู้บริหาร ได้แก่ วอลเตอร์ เท มิง ควัก, โจ ไช่ และ แม็กกี้ อู๋

  1. คณะกรรมการขับเคลื่อนความยั่งยืน รับผิดชอบการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การกำหนดเป้าหมาย และการบริหารจัดการ

  1. กลุ่มปฏิบัติการข้ามธุรกิจ ESG ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากแต่ละหน่วยธุรกิจในระดับการทำงานที่รับผิดชอบด้านการประสานงานและการดำเนินงาน

ในขณะเดียวกัน อาลีบาบา มีความตั้งใจที่จะยังคงปรับปรุงข้อมูลและกลไกการเปิดเผยข้อมูลและรายงาน บริษัทจะยังคงเผยแพร่รายงานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและรายงาน ESG ทุกปีตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป ซึ่งรวมไปถึงความคืบหน้าประจำปีที่มีความเป็นรูปธรรมด้วย รายงานทั้งหมดจะยึดตามตัวชี้วัดที่ได้มาตรฐานที่สุด ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับในประเทศและระดับสากล โดยได้รับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรอง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

NIA และสมาคม Health Tech กางตัวเลขความสำเร็จ Thailand Innovation Hub ดันเศรษฐกิจหมุนเวียนแตะ 5 หมื่นล้าน

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 50,000 ล้าน ผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ในโครงการ 21 ล้านบาท และเป้ายอด...

Responsive image

SCG เผยวินัยทางการเงินปี 68 เข้มจัด! ปิดงบด้วยกระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้าน มั่นใจปี 69 โตต่อแน่แม้ความท้าทายเพียบ!

ปี 2568 SCG บริหารกระแสเงินสดได้ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 2567 เสียอีก ทั้งที่เผชิญทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน เงินบาทแข็งค่าขึ้น วิก...

Responsive image

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ทั่วโลกจะทุ่มงบ AI แตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ดันโครงสร้างพื้นฐานโตสวนกระแส

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ เผยเทรนด์ใหม่องค์กรเน้นวัดผล ROI เลิกเห่อตามกระแส พร้อมดันตลาด Server และโครงสร้างพื้นฐานโตสวนทางเศรษฐกิจ...