Tinder แอปพลิเคชันในการพบปะผู้คนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ยังคงใจป้ำอย่างต่อเนื่อง ให้ใช้งานฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) เพื่อปักหมุดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ฟรีอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ พาสปอร์ตเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยคลายเหงาได้อย่างดีในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวจริงๆได้ โดยสถิติล่าสุดชี้ให้เห็นว่ามีการปัด (Swipe) มากกว่า 3 พันล้านครั้งภายใน 1 วัน และจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าสมาชิกทินเดอร์ได้เชื่อมต่อกันทั่วโลกผ่านฟีเจอร์พาสปอร์ตฟรี โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยมอยู่ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

ข้อมูลการใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) จากทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าเมืองยอดฮิตที่คนทั่วโลกนิยมไปปักหมุด ได้แก่  ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก, โตเกียว และโซล ส่วนเมืองต้นทางและปลายทางที่มีการใช้ฟีเจอร์นี้สูงสุด ได้แก่ เซาเปาโลปักหมุดไปนิวยอร์ก, เดลีปักหมุดไปมุมไบ และ กรุงเทพฯปักหมุดไปโซล

ส่วนในประเทศไทย 5 เมืองที่คนไทยนิยมไปปักหมุดสูงสุด ได้แก่ โซล ลอนดอน โตเกียว กรุงเทพฯ และ นิวยอร์ก ตามลำดับ


สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ตนี้เดินทางรอบโลกอาจจะยังไม่ทราบว่าฟีเจอร์
พาสปอร์ต (Passport) ทำให้คุณสามารถปักหมุดไปยังที่ใดก็ตามบนโลกเพื่อเพิ่มการแมทช์และเริ่มบทสทนาใหม่ๆ และไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางหน้าใหม่หรือจะเคยมีประสบการณ์ท่องเที่ยวทั่วโลกกับ Tinder แล้วก็ตาม พร้อมกันนี้ Tinder มีเทคนิคปัง ๆ มาแนะนำ เพื่อที่จะให้คุณใช้ฟีเจอร์นี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงเวลาเหงาๆ ที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน

1. อัพเดตตั๋วโดยสารก่อนออกเดินทาง

ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวเราต้องเตรียมตัวจัดกระเป๋าและเสื้อผ้าให้เข้ากับจุดหมายปลายทาง
การจะใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) ให้ปังก็เช่นกัน ก่อนจะปักหมุดไปในจุดหมายปลายทางใหม่ๆ อย่าลืมอัพเดตโปรไฟล์ของคุณแมทช์กับจุดหมายปลายทางนั้นด้วย เช่น หากคุณปักหมุดในเมืองที่กำลังอยู่ในช่วงซัมเมอร์การใช้รูปริมหาดขึ้นเป็นรูปแรก ๆ ในโปรไฟล์จะช่วยสร้างบรรยากาศให้เข้ากันกับเมืองนั้นๆ หรือถ้าจะให้ปังกว่านั้น การที่มีรูปถ่ายกับเมืองนั้นจากการเดินทางในอดีตก็จะทำให้โปรไฟล์คุณ
ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ

2. เตรียมตัวเดินทาง

หากใครยังสับสนกับการใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) มาทำตามขั้นตอนง่ายๆ 5 ข้อนี้เลย

  1. แตะหน้า ‘โปรไฟล์’
  2. เปิด ‘ตั้งค่า’
  3. เลื่อนลงมาแตะคำว่า “ตำแหน่งที่ตั้ง” 
  4. เพิ่มจุดหมายปลายทาง
  5. เริ่มปัดได้เลย

3. เริ่มสร้างบทสทนาใหม่ๆ

กฎข้อแรกของการใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) คือ เราไม่แนะนำใช้กูเกิลแปลภาษาในการแปลประโยคเริ่มการสนทนาที่เตรียมไว้ เพราะบางประโยคในภาษาของเราอาจใช้ไม่ได้ในบริบทภาษาอื่น หากจะเปรียบเทียบประโยคเริ่มเปิดการสนทนาเป็นนักบิน นี่คงถึงเวลาปลดประจำการนักบินคนเก่า
และ หานักบินคนใหม่ที่จะพาคุณบินไปได้ทั่วโลกแล้ว
.
.
หากใครยังไม่มีไอเดียเจ๋ง ๆ ในการเริ่มบทสนทนา ดูได้ ที่นี่  

4. ไปได้มากกว่าเมืองในฝัน

ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) ไม่ได้มีไว้สำหรับพาคุณไปพบผู้คนในจุดหมายปลายทางในฝันเท่านั้น แต่คุณยังสามารถใช้ฟีเจอร์นี้กลับไปในที่ที่คุณคุ้นเคย หรือที่ๆ เต็มไปด้วยความทรงจำในวัยเด็ก เพื่อพูดคุยกับผู้คนใหม่ๆ และสร้างความทรงจำครั้งใหม่ได้อีกด้วย 

5. โลกทั้งใบอยู่ในมือคุณ

คุณสามารถปักหมุดในสถานที่ใหม่ๆ ได้มากเท่าที่คุณต้องการ และเรื่องไทม์โซน (Timezone) 
ไม่ใช่ปัญหาแม้แต่น้อย เพราะโปรไฟล์ของคุณจะแสดงอยู่ในสถานที่นั้นๆ เป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่คุณปักหมุด

โดยฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) จะใช้ได้ในสมาชิก Tinder Plus & Gold  และฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) ซึ่งสามารถใช้งานได้ในแอปพลิเคชันที่อัพเดตเป็นเวอร์ชัน 11.12 ใน iOS และ Android แล้วเท่านั้น

RELATED ARTICLE

Responsive image

Tinder เปิดตัว Swipe Night ซีรีส์อินเตอร์แอคทีฟเรื่องแรก ปัดเลือกทางรอดพร้อมกัน 12 กันยายนนี้

Tinder ประกาศเปิดตัว Swipe Night ซีรีส์เรื่องแรกที่จะออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 12 กันยายน เวลา 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย...

Responsive image

Tinder ชี้พฤติกรรมของ Gen Z ในไทยจาก Swipe Night 83% เลือกที่จะเฝ้ามองวันสิ้นโลกร่วมกับเพื่อน

Tinder เผยข้อมูลจาก Swipe Night พบว่า Gen Z ถือเป็นชาวดิจิตอลอย่างแท้จริงเนื่องจากเห็นว่าเหล่า Gen Z (39%) ตัดสินใจที่จะดูดาวหาง เมื่อเทียบกับมิลเลนเนียล (29%) การคลุกคลีอยู่กับโลก...

Responsive image

Tinder ปล่อย Tinder Lite แอปฯ ใหม่ หาคู่ได้แม้เน็ตน้อย

แอปหาคู่ Tinder เปิดตัว Tinder Lite เวอร์ชั่นขนาดเล็ก ในประเทศแถบเอเชีย โดยเริ่มที่เวียดนามก่อนเป็นประเทศแรก......