หยุดเป็นคนแบกทุกเรื่องของทีม! 5 วิธีสำหรับหัวหน้า ที่จะเปลี่ยนจากคนตามแก้ปัญหา ให้กลายเป็นโค้ชสร้างทักษะของทีม

หากทีมของคุณไม่สามารถเดินหน้าต่อได้เมื่อไม่มีคุณอยู่ด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณอันตรายว่าจริงๆ แล้วคุณไม่ได้มีทีม แต่กำลังสร้าง ‘ภาวะพึ่งพิง’ (Dependency) โดยไม่รู้ตัว ผู้นำจำนวนมากมักตกอยู่ในกับดักของการสับสนระหว่าง ‘การสนับสนุน’ กับ ‘การแบกทีม’ พวกเขากระโจนเข้าไปแก้ปัญหาทุกอย่าง ตอบทุกคำถาม และจัดการทุกเรื่องด้วยตัวเอง ซึ่งดูเผินๆ เหมือนเป็นผู้นำที่ทุ่มเท แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือการสร้างคอขวดที่ขัดขวางการเติบโตของทั้งทีมและองค์กร

เป้าหมายสูงสุดของผู้นำ ไม่ใช่การเป็นคนที่ฉลาดหรือเก่งที่สุดในห้อง แต่คือการสร้างทีมที่เต็มไปด้วยบุคลากรที่สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และตัดสินใจได้ด้วยตนเอง การเปลี่ยนบทบาทจากผู้แก้ปัญหามาเป็นโค้ช จึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำยุคใหม่ ที่จะช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้อย่างยั่งยืนโดยที่คุณไม่ต้องหมดไฟไปเสียก่อน และนี่คือ 5 แนวทางที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

1. หยุดเป็น Google ให้กับทีม

เมื่อทีมงานเดินเข้ามาพร้อมคำถามว่า ‘เรื่องนี้ต้องทำอย่างไร?’ สัญชาตญาณแรกของผู้นำคือการให้คำตอบที่เร็วและดีที่สุด แต่พฤติกรรมนี้กลับเป็นการสร้างนิสัยรอคำสั่ง แทนที่จะให้คำตอบทันที ลองเปลี่ยนเป็นการถามคำถามที่ทรงพลังกลับไป เช่น ‘คุณลองคิดหาทางเลือกอะไรไว้บ้าง?’ ‘ถ้าผมไม่ได้อยู่ตรงนี้ คุณจะตัดสินใจทำอะไร?’ หรือ ‘อะไรคือขั้นตอนแรกที่คุณคิดว่าจะทำได้เลย?’ วิธีนี้ไม่ใช่การปัดความรับผิดชอบ แต่เป็นการกระตุ้นให้ทีมได้ฝึกการตัดสินใจ ทุกครั้งที่คุณโค้ชให้พวกเขาคิดหาทางออกเอง คือการสร้างความมั่นใจและขีดความสามารถที่จะคงอยู่กับพวกเขาไปตลอด

2. เปลี่ยนจากการตามดับไฟ มาเป็นการสร้างเฟรมเวิร์ก

ผู้จัดการที่ดีอาจเก่งเรื่องการตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ผู้นำที่ยอดเยี่ยมจะมองไปไกลกว่านั้นด้วยการสร้างระบบป้องกันปัญหาแต่เนิ่นๆ ลองใช้เวลาทบทวนและถอดรหัสกระบวนการคิดของคุณออกมาเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการตัดสินใจ, ชุดคำถามที่ต้องตอบก่อนเริ่มโปรเจกต์, หรือรูปแบบของปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ แล้วเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวเหล่านั้นให้กลายเป็นเฟรมเวิร์กที่จับต้องได้ เช่น Checklist, Decision Tree, หรือคู่มือการทำงาน เพราะตราบใดที่มันยังอยู่ในหัวของคุณ มันก็เป็นเพียงนิสัยส่วนตัว แต่ทันทีที่มันถูกเขียนออกมา มันจะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับทั้งทีม

3. โฟกัสที่ผลลัพธ์ไม่ใช่สไตล์การทำงาน

ผู้นำหลายคนติดกับดักของการเข้าไปจัดการรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ (Micromanage) ในวิธีการทำงานของทีม ซึ่งเป็นการบั่นทอนความคิดสร้างสรรค์และความเป็นเจ้าของในงาน หากสมาชิกในทีมสามารถทำงานได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายถึง 90% ด้วยสไตล์ของพวกเขาเอง นั่นคือชัยชนะที่ควรค่าแก่การชื่นชม งานของคุณคือการปรับจูนในส่วนที่ขาดเหลือ ไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนทำงานเหมือนคุณทุกกระเบียดนิ้ว เพราะเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การสร้างร่างโคลน ของตัวคุณเอง แต่คือการสร้างขีดความสามารถที่หลากหลายภายในทีม

4. สร้าง Feedback Loop แล้วเรียนรู้ที่จะถอย

การเป็นโค้ชไม่ได้หมายความว่าคุณต้องปล่อยให้ทีมเผชิญชะตากรรมตามลำพัง แต่คือการสร้างโครงสร้างและระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่ง กำหนดการเช็กอินความคืบหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์ ตั้งค่า KPI ที่วัดผลจากผลลัพธ์ ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่ใช้ไป และเปิดช่องทางให้ทีมถามคำถามได้เสมอ แต่ต้องมาพร้อมกับเงื่อนไขว่าพวกเขาต้องเตรียมทางออกที่คิดไว้ มานำเสนอด้วย เมื่อคุณวางระบบที่ชัดเจนแล้วถอยออกมาหนึ่งก้าว ทีมจะเรียนรู้ที่จะก้าวขึ้นมารับผิดชอบงานของตัวเองมากขึ้น

5. สลัดตัวตน ‘ฮีโร่’ ทิ้งไป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเป็นคนที่ทุกคนพึ่งพาและมีคำตอบให้ทุกอย่างนั้นทำให้รู้สึกดีและมีคุณค่า แต่นี่คือกับดักฮีโร่ที่อันตรายที่สุด หากธุรกิจต้องพึ่งคุณในการตัดสินใจทุกเรื่อง คุณก็จะไม่มีวันหลุดพ้นจากงานที่ล้นมือ และที่สำคัญกว่านั้น ทีมของคุณก็จะไม่มีวันเติบโตได้ถึงศักยภาพสูงสุด โค้ชที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้มองหาถ้วยรางวัลสำหรับตัวเอง แต่พวกเขามีความสุขกับการสร้าง ‘แชมเปี้ยน’ ขึ้นมาประดับทีม

ท้ายที่สุดแล้ว หน้าที่ของผู้นำไม่ใช่การทำทุกอย่างให้มากขึ้น แต่คือการทำให้ทุกคนรอบตัวเก่งขึ้น การโค้ชชิ่งคือจุดคานงัดที่จะเปลี่ยนภาวะผู้นำจากการตั้งรับไปสู่การเติบโตแบบทวีคูณ ดังนั้น ครั้งหน้าที่คุณอยากจะพุ่งเข้าไปแก้ปัญหาให้ทีม ลองหยุดถามตัวเองสักนิดว่า ‘นี่คืองานที่ต้องทำให้เสร็จ หรือนี่คือโอกาสในการโค้ช?’ เพราะคำตอบของคุณจะเป็นตัวตัดสินว่าคุณกำลังสร้างแค่ To-do list หรือกำลังสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างแท้จริง

ที่มา: Inc.com

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รวม 6 พอดแคสต์ด้านสุขภาพ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์สุดแปลก สู่จิตวิทยายุค AI Chatbot ที่ฟังสนุก เชื่อถือได้

แนะนำ 6 พอดแคสต์การแพทย์น่าฟัง คัดสรรโดย NYT ครอบคลุมเรื่องระบาดวิทยา สุขภาพจิต ประวัติศาสตร์การรักษา และเบื้องหลังห้องฉุกเฉิน ช่วยคุณรู้ทันโรคและระบบสุขภาพในยุค AI และ Misinformat...

Responsive image

เมื่ออนาคตของ AI แลกมาด้วยภาวะสมองฝ่อ และ การสูญสิ้นความเป็นส่วนตัว? ความย้อนแย้งทางจริยธรรมของ AI บทเรียนสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนบนเวที WEF

ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัย "ภาวะสมองฝ่อ" จากการใช้ AI และความเสี่ยงของ AI Agents ที่อาจเจาะลึกข้อมูลส่วนตัวยิ่งกว่าที่เคย พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานกฎหมายที่หละหลวม...

Responsive image

สรุป 40 ประเด็นจาก Elon Musk ครั้งแรกที่เข้าร่วมงาน Davos มีเรื่องอะไรที่ต้องรู้บ้าง ?

เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อชื่อของ Elon Musk ปรากฏเป็นแขกรับเชิญนาทีสุดท้ายในงาน World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส นับเป็นการเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขา หลังจากหลา...