ถอดบทเรียนจาก Taylor Swift ที่ใช้ในชีวิตการทำงาน กล้าเป็นคนเก่งและไม่กลัวที่จะถูกเกลียด

นอกจากความสามารถทางด้านดนตรีของ Taylor Swift เธอมีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำที่ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าพูด และยืนหยัดในความถูกต้อง แม้ในช่วงที่ผ่านมา ชีวิตของเธอต้องเจอกับปัญหามากมาย ทั้งเรื่องที่เธอต้องมอบเพลงที่แต่งเองทั้งหมดให้เป็นลิขสิทธิ์ของค่ายเพลง และข่าวฉาวที่สื่อโจมตี แต่ Taylor ก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ในวงการและก้าวมาเป็นป๊อปสตาร์ที่โด่งดังที่สุดในยุคได้ 

ความเป็นผู้นำของ Taylor ทำให้เธอเติบโตในสายอาชีพนี้อย่างมีเกียรติและสง่างาม ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตการทำงานของคุณได้เช่นเดียวกัน

มั่นคงในจุดยืนของตัวเอง

ช่วงที่ Taylor ยังใหม่ในวงการบันเทิง เธอทำในสิ่งที่คนอื่นบอกให้ทำเสมอ หลีกเลี่ยงการพูดถึงประเด็นที่อาจทำให้คนมองเธอในแง่ลบ แต่ตอนนี้เธอให้ความสำคัญกับจุดยืนของตัวเองมากกว่า หากเธอไม่เห็นด้วยกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เธอก็พร้อมที่จะพูดมันออกมาเผื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องใส่ใจว่าคนอื่นจะเห็นดีเห็นงามกับมันหรือไม่

ในการทำงานเรามักจะเดินตามกระแสสังคมและทำตามคนส่วนใหญ่ ไม่มีใครอยากไปขัดเผื่อสร้างปัญหาให้ตัวเอง แต่ถ้าเรามีความคิดเห็นที่เราเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ก็ขอให้ยืนหยัดและกล้าพูดมันออกไป โดยเฉพาะเมื่อคุณสังเกตเห็นปัญหาในที่ทำงาน 

Connection คือ พลัง  

เรื่องลิขสิทธิ์เพลงที่ Taylor แต่ง แต่ต้องยกให้ค่ายเพลงไป เธอตอบโต้ค่ายเพลงอย่างกล้าหาญว่าจะลงมือทำเพลงพวกนั้นใหม่ด้วยตัวเองอีกครั้ง หลาย ๆ คนในวงการเพลงเชื่อว่าเธอต้องล้มเหลว แต่ Taylor มีฐานแฟนเพลงที่เหนียวแน่น ซึ่งสนับสนุนจนอัลบั้ม "Red (Taylor's Version)" ประสบความสำเร็จแซงหน้าเวอร์ชันเก่าไป

ในการทำงานก็เหมือนกัน แม้เราจะพยายามไต่เต้าไปสู่โอกาสดี ๆ แค่ไหน จะมีคนรอดูความล้มเหลวของเราเสมอ แต่การสร้าง Connection ที่แน่นแฟ้นก็เหมือนการที่เรามีรากฐานที่แข็งแรง ต่อให้ล้มก็จะมีคนคอยสนับสนุนให้ลุกเดินต่อไปได้ 

พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

ในทุก ๆ โชว์ของ Taylor Swift เธอมุ่งมั่นที่จะทำมันให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งไอเดียใหม่ ๆ ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น แต่ไม่ทิ้งตัวตนของตัวเอง เมื่อนำมาเปรียบในการทำงาน ถ้าความสามารถของคุณในวันนี้ยังอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ให้รีบพัฒนาและปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น คิดไว้เสมอว่า “เราในวันนี้จะเก่งกว่าเราคนเมื่อวาน” แค่คุณเก่งขึ้นวันละ 1% ใน 30 วันก็เก่งขึ้นได้ 30% แล้ว

แสดงความสามารถของคุณให้คนอื่นเห็น

Taylor รู้ว่าตัวเองเก่งอะไรและทำอะไรได้ดี เธอมีสไตล์การร้องเพลงที่เป็นเอกลักษณ์และเธอก็แสดงมันออกมาเพื่อให้ทุกคนจดจำว่านี่แหละ เพลงสไตล์ Taylor Swift ซึ่งเป็นจุดแข็ง เมื่อฟังเพลงแนวนี้เมื่อไหร่ก็จะต้องนึกถึง Taylor Swift

ในการทำงานคุณเองก็อาจจะเป็นคนที่มีความสามารถ แต่การที่คุณไม่แสดงสิ่งที่ตัวเองเก่งหรือถนัดออกมา มันอาจจะเป็นจุดที่ทำให้คุณถูกมองข้ามไป การแสดงความสามารถออกมาให้คนอื่นได้เห็นก็อาจจะเป็นใบเบิกทางให้คุณก้าวหน้าในอาชีพการงานก็ได้

อ้างอิง: forbes

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ต้องสำเร็จก่อนอายุ 30 เส้นตายที่กำลังกัดกินสังคม อาจสร้างคนแบบ ‘เอลิซาเบธ โฮล์มส์’

เมื่อคำว่า ‘อายุน้อย’ โดยเฉพาะอายุ 30 ถูกใช้เป็นแต้มต่อจนเกิดคดีฉ้อโกงซ้ำซาก ตั้งแต่ Elizabeth Holmes ถึง Gökçe Güven บทเรียนสำคัญ...

Responsive image

3 คำถามสัมภาษณ์งาน ที่ HR ใช้ดู ‘ตัวตน’ ผู้สมัครว่าเข้ากับทีมได้หรือไม่

การสรรหาคนที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญที่สุดของผู้นำ การมีพนักงานที่มี talent เป็นความได้เปรียบทางแข่งขันที่แข็งแกร่งและช่วยให้องค์กรสร้างผลลัพธ์และวัฒนธรรมที่ productive และ ...

Responsive image

‘AI ทำงานแทนคนมากขึ้น แต่คนกลับเหนื่อยกว่าเดิม’ รู้จักภาวะ AI Brain Fry เมื่อคนใช้ AI มากไปจนสมองล้า อีกด้านของ AI ที่องค์กรต้องระวัง

งานวิจัย Harvard Business Review เผยปรากฏการณ์ “AI Brain Fry” เมื่อการใช้ AI มากเกินไปทำให้เกิด Mental fatigue เพิ่ม Decision fatigue และอาจลด Productivity ในที่ทำงาน...