เจาะลึกสตาร์ทอัพ ‘Mercor’ จ้างหมอ-ทนาย ป้อนความรู้ให้ AI แต่อาจกำลังช่วยสร้าง AI มาแย่งงานตัวเอง?

ภาพของหมอ ทนาย วาณิชธนกร และนักข่าว ที่กำลังรับงานเสริมเป็นคนสอน AI กลายเป็นภาพที่เราจะได้เห็นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคที่ AI Lab ทุกเจ้าแข่งกันเก็บข้อมูลการทำงานของมนุษย์ คำถามใหญ่คือคนเหล่านี้กำลังซื้อตั๋วเข้าสู่อนาคตที่ AI เป็นใหญ่ หรือกำลังเซ็นใบสั่งฆ่าอาชีพของตัวเอง คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร

Mercor สตาร์ทอัพ Gig-Work Platform ที่ส่งต่อคนทำงานปกคอขาวระดับหัวกะทิให้ AI Lab อย่าง OpenAI, Anthropic และ Meta กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของปรากฏการณ์นี้ Bloomberg รายงานว่า Mercor จ่ายเงินให้ Contractor มากกว่าวันละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในอีกด้าน เสียงจากคนทำงานบางส่วนกลับบอกว่าพวกเขาถูกเฝ้ามองอย่างรุกล้ำความเป็นส่วนตัว และถูกปฏิบัติไม่ดีเท่าที่ควร

Mercor ทำอะไร ทำไมถึงสำคัญ

Mercor จับคู่ผู้เชี่ยวชาญสายปกคอขาวหลายหมื่นคนกับบริษัท AI ที่ต้องการข้อมูลการทำงานจริงของมนุษย์ไปป้อนให้โมเดล เพราะยุคของข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียวใกล้หมดแล้ว Sundeep Peechu หุ้นส่วนผู้จัดการของ Felicis Ventures ซึ่งเป็น VC ที่นำรอบระดมทุน

ล่าสุดของ Mercor อธิบายว่าถ้าจะให้ AI มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจจริง ๆ มนุษย์ต้องสอนโมเดลว่าเราทำงานกันจริง ๆ อย่างไร ไม่ใช่แค่ดูจากสิ่งที่เราเขียนไว้บนเว็บ นั่นคือเหตุผลที่ค่าตอบแทนสูง 

บนเว็บไซต์ของ Mercor มีตำแหน่ง Writing Expert เปิดอยู่ที่ 75 ถึง 150 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่างานเขียนในองค์กรหรือกองบรรณาธิการส่วนใหญ่ในตลาดตอนนี้ คนจำนวนมากจึงตัดสินใจกระโดดลงเรือ

ผู้ก่อตั้งวัย 22 ที่ไม่เคยทำงานประจำ

จุดที่น่าแปลกของเรื่องนี้คือผู้ก่อตั้งสามคนในวัยต้น 20 เพิ่งเคยทำงานคอร์ปอเรตแบบที่คนอื่นทำกันเป็นครั้งแรกในชีวิตตอนเปิดบริษัทตัวเอง ทั้งสามคือ Brendan Foody ในฐานะ CEO, Adarsh Hiremath ในฐานะ CTO และ Surya Midha ในฐานะประธานบอร์ด เป็น Thiel Fellow ภายใต้โครงการของมหาเศรษฐีนักลงทุน Peter Thiel ที่มอบเงิน 200,000 ดอลลาร์ให้เยาวชนที่เลือกไม่เรียนหรือเลิกเรียนมหาวิทยาลัยไปลุยธุรกิจ

Forbes ประเมินว่าทั้งสามคนถือหุ้นบริษัทคนละประมาณ 22% และกลายเป็นมหาเศรษฐีที่สร้างตัวเองอายุน้อยที่สุด Brendan Foody บอกกับ Forbes ว่า "มันบ้ามาก รู้สึกเหมือนไม่จริง เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ตอนเมื่อสองปีก่อน"

เสียงฝั่งลบ ที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ตัวเลขค่าตอบแทนจะดูหอมหวาน แต่ก็มีคนเรียกสิ่งที่ Mercor ทำว่าเป็น "แผนจัดประเภทแรงงานที่ไม่ถูกต้อง" เพราะโดยหลักการแล้วงาน Contractor ต้องเป็นงานอิสระ นายจ้างบอกไม่ได้ว่าต้องทำงานเมื่อไหร่และอย่างไร แต่ในกรณีของ Mercor มีคดีที่เปิดอยู่เกี่ยวกับการที่บริษัทใช้อำนาจควบคุมระดับเดียวกับนายจ้างจริงต่อคนที่ถูกเรียกว่า Contractor

นอกจากประเด็นแรงงาน ยังมีกระแส AI Malaise ที่เริ่มก่อตัวขึ้นทั่วสังคมอเมริกัน ทั้งเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความกังวลว่าอาชีพจะถูกแทนที่ มันคือความรู้สึกหน่วง ๆ ของการต้องนั่งสอนโมเดล AI ด้วยประสบการณ์ 10 ปี 20 ปี 30 ปี หรือ 40 ปี ของตัวเอง โดยรู้ว่ากำลังป้อนอาวุธให้สิ่งที่อาจจะย้อนกลับมาแย่งงานในวันข้างหน้า

อาชีพไหนจะโดนบ้าง

หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ Mercor ระบุว่าบริษัทกำลังขยายไปยังเชฟ นักสืบเอกชน และอาชีพสายช่างที่หลายคนเคยคิดว่า AI แตะไม่ได้อย่างช่างประปา หมายความว่าสายปกคอขาวไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ต้องเตรียมตัว ภาพของ "สายอาชีพที่ปลอดภัยจาก AI" กำลังแคบลงเรื่อย ๆ

ประเด็นที่น่าคิดคือเมื่อคนในสายอาชีพหนึ่งถูกดึงมาเป็น AI Trainer มากพอ โมเดลจะเก่งขึ้นถึงจุดที่ไม่ต้องการคนสอนอีกต่อไป ซึ่งหมายความว่ารายได้ก้อนใหญ่นี้มีวันหมดอายุ และคนที่เข้ามารับงานต้องคิดถึงการใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาส Upskill ไม่ใช่แค่แหล่งรายได้เสริมระยะยาว

ที่มา: Finance Yahoo, Bloomberg 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

บทเรียนรักษาไฟในใจฉบับ Steve Jobs ความสำเร็จ ต้องเคยถูกวิจารณ์ อดทน ทำต่อ แม้วันที่ไม่มีใครชม

เรียนรู้วิชายืนระยะจาก Steve Jobs: ทำไมความรักในงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจ แต่คือความอึดที่จะช่วยให้คุณไม่หมดไฟ แม้ในวันที่โลกไม่มีเสียงตบมือให้คุณ...

Responsive image

5 ทักษะแห่งอนาคตที่ CEO LinkedIn บอกว่าคุณต้องมี ถ้าไม่อยากให้ AI แย่งงานในปี 2026

โลกการทำงานตอนนี้โดน AI ป่วนไปหมด หลายคนเริ่มร้อนๆ หนาวๆ ว่าตัวเองจะตกงานหรือโดนแย่งงานไหม แต่ Ryan Roslansky ซีอีโอของ LinkedIn ออกมาบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน เพราะถึง AI จะเก่งแค่ไหน มน...

Responsive image

สรุปหน้าตา Layoff ไตรมาสแรก ชี้ AI เริ่มลงสนามแย่งงานเอง ทำสายเทคฯ ปลิว 52,000 ตำแหน่ง

เรามักจะได้ยินคำว่า ‘AI จะไม่แย่งงาน แต่คนที่ใช้ AI เป็นต่างหากที่จะแย่งงาน’ แต่จากข้อมูลล่าสุดในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ดูเหมือนว่าประโยคนี้อาจจะต้องถูกนำมาทบทวนใหม่...