รู้จัก Micro-Retirement “ทำงานไปพักไป” เทรนด์ใหม่สุดฮิตใน Gen Z และ Millennials

ในอดีตการทำงานมักถูกมองว่าเป็นเส้นทางที่ต้องเดินต่อเนื่องไปจนถึงวัยเกษียณ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials พวกเขาไม่ได้คิดแบบนั้นอีกต่อไป เทรนด์ Micro-Retirement หรือการ "พักงานเป็นช่วง ๆ" กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดแบบดั้งเดิมที่ต้องรอถึงวัย 60 แล้วค่อยหยุดทำงาน

รู้จัก Micro-Retirement “ทำงานไปพักไป” เทรนด์ใหม่สุดฮิตใน Gen Z และ Millennials

Micro-Retirement คืออะไร?

Micro-Retirement คือการหยุดพักจากงานเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือเป็นปี เพื่อใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว พัฒนาทักษะใหม่ หรือเพียงพักผ่อนอยู่บ้าน จุดสำคัญคือการวางแผนกลับไปทำงานภายหลัง

ทำไมถึงได้รับความนิยมในหมู่ Gen Z

  • หนี Burnout – Gen Z เติบโตมาในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวน ค่าครองชีพสูง และตลาดแรงงานไม่แน่นอน หลายคนรู้สึกเครียดและหมดไฟเร็วกว่ารุ่นก่อน ๆ Cigna รายงานว่า Gen Z เป็นกลุ่มที่เครียดที่สุดในปี 2023
  • Work-Life Balance – พวกเขาให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ไม่ต้องการทำงานหนักไปจนแก่แล้วค่อยใช้ชีวิต แต่เลือกพักเป็นช่วง ๆ แล้วกลับมาทำงานใหม่ (Liz Lee เรียกแนวคิดนี้ว่า Microdosing Retirement)
  • โอกาสที่เปิดกว้าง – เทคโนโลยีและ Gig Economy ทำให้การหางานใหม่ง่ายขึ้น ประกอบกับการทำงานระยะไกล (Work from Home) ทำให้พวกเขาสามารถหารายได้เสริม หรือทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างพักงานได้
  • มุมมองที่เปลี่ยนไปขององค์กร – หลายบริษัทเริ่มเปิดรับแนวคิดนี้ เช่น Anaïs Felt ที่ใช้ Micro-Retirement แล้วกลับไปหางานใหม่ พบว่าองค์กรด้านเทคโนโลยีไม่ได้มองว่าการพักงานเป็นเรื่องเสียหาย แต่กลับชื่นชมและอยากทำตาม

เมื่อ Baby Boomers กลับมาทำงาน ขณะที่ Gen Z ขอพักก่อน

ขณะที่ Gen Z เลือกพัก คนรุ่น Baby Boomers กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง เหตุผลหลักคือค่าครองชีพที่สูงขึ้น และความต้องการมีสังคมและเป้าหมายในชีวิต จากสถิติ พบว่า 13% ของผู้เกษียณอายุมีแผนกลับมาทำงานในปี 2025

Shanna Milford จาก IRIS Software Group ระบุว่าการกลับมาของ Baby Boomers ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการทำงาน ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและช่วยลดช่องว่างระหว่างรุ่น นอกจากนี้ นายจ้างยังได้รับประโยชน์จากแรงงานที่มีประสบการณ์สูง ไม่ต้องสอนงานเยอะ และสามารถเป็นที่ปรึกษาหรือผู้นำในองค์กรได้   

Micro-Retirement แตกต่างจากการเกษียณอย่างไร ?

  • Micro-Retirement: พักงานชั่วคราว แล้วกลับมาทำงานอีกครั้ง
  • เกษียณก่อนกำหนด: ลาออกจากงานประจำไปเลย อาจหันไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือทำงานพาร์ทไทม์แทน

อนาคตของ Micro-Retirement และการปรับตัวขององค์กร

เพื่อรองรับทั้งคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพักเป็นระยะ และคนรุ่นเก่าที่ต้องการกลับมาทำงาน องค์กรจำเป็นต้องปรับตัว เช่น

  • เสนองานพาร์ทไทม์หรือโปรเจกต์เฉพาะทางสำหรับผู้สูงวัย
  • ลดอคติเรื่องอายุ และช่วยเสริมทักษะเทคโนโลยีให้กับคนรุ่นเก่า
  • ปรับสวัสดิการให้เหมาะสม เช่น ประกันสุขภาพเพิ่มเติม หรือแผนเกษียณแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นและเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกเส้นทางอาชีพของตนเอง

Micro-Retirement ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเรื่องการทำงานของคนรุ่นใหม่ พวกเขาต้องการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ไม่ใช่รอเกษียณแล้วค่อยใช้ชีวิต องค์กรที่ปรับตัวได้จะสามารถรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพจากทุกช่วงวัย และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ตอบโจทย์ทั้ง Baby Boomers และ Gen Z ได้อย่างแท้จริง

อ้างอิง: forbes

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

‘AI ทำงานแทนคนมากขึ้น แต่คนกลับเหนื่อยกว่าเดิม’ รู้จักภาวะ AI Brain Fry เมื่อคนใช้ AI มากไปจนสมองล้า อีกด้านของ AI ที่องค์กรต้องระวัง

งานวิจัย Harvard Business Review เผยปรากฏการณ์ “AI Brain Fry” เมื่อการใช้ AI มากเกินไปทำให้เกิด Mental fatigue เพิ่ม Decision fatigue และอาจลด Productivity ในที่ทำงาน...

Responsive image

5 เทคนิคเขียนเรซูเม่ให้ผ่านระบบ ATS เพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ได้เร็วขึ้น

ข้อมูลจาก Resume Genius ระบุว่า ปัจจุบัน ประมาณ 71% ของ HR ใช้ระบบ ATS ในการช่วยคัดกรองเรซูเม่ ระบบนี้ทำงานคล้ายตัวช่วยกรองข้อมูล โดยใช้ AI วิเคราะห์เนื้อหาในเรซูเม่เพื่อดูว่าผู้สม...

Responsive image

ซีอีโอ Xiaomi ชี้ AI อาจเปลี่ยนโลกการทำงาน อนาคตมนุษย์อาจทำงานเพียง 3 วัน/สัปดาห์ แทน 5 วัน

แนวคิดเรื่อง การทำงาน 3 วัน/สัปดาห์ กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในยุคของ AI และล่าสุด Lei Jun ซีอีโอของ Xiaomi ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ระหว่างการประชุมของ National People's C...