197 วันบนอวกาศสอนอะไร ? เมื่อนักบินอวกาศ NASA มาเล่าทุกเรื่องที่คนบนโลกไม่เคยรู้ ตารางชีวิตแบ่งทุก 5 นาที นอนในห้องเท่าตู้โทรศัพท์ ตื่นมาเช็กอีเมลเหมือนคนบนโลก และเซลล์มะเร็งที่โตแบบ 3D ได้เฉพาะในอวกาศ

Serena Auñón-Chancellor คือนักบินอวกาศหญิงของ NASA ที่มีอีกสถานะเป็นทั้งแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์และเวชศาสตร์การบิน เธอใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) นานถึง 197 วัน ในภารกิจ Expedition 56/57 เมื่อปี 2018 และปัจจุบันเป็นอาจารย์แพทย์ที่ Texas A&M ทำงานกับ Astronaut Office และเป็น Lead Astronaut Physician ให้กับ NASA

Techsauce มีโอกาสเข้าฟังเซสชันสุด Exclusive นี้ในงาน HP Imagine 2026 ที่นิวยอร์ค เธอไม่ได้มาพูดเรื่องเทคโนโลยีล้ำยุค แต่มาเล่าเรื่องที่เรียบง่ายกว่านั้น คือชีวิตประจำวันของคนที่ลอยอยู่เหนือพื้นโลก 400 กิโลเมตร ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน และเหตุผลว่าทำไมทุกการทดลองบนนั้นจึงทำเพื่อคนบนโลก

ตารางชีวิตทุก 5 นาที กาแฟ และซอสมะเขือเทศ

สิ่งแรกที่ทำให้เข้าใจว่าชีวิตบนอวกาศเข้มข้นแค่ไหน คือ 'ตารางเวลา' 

Serena Auñón-Chancellor เล่าว่าตารางของนักบินอวกาศถูกแบ่งเป็นช่วง ๆ ละ 5 นาที นั่นคือหน่วยวัดของเวลาบนวงโคจร ถ้าทำงานเสร็จเร็วกว่ากำหนดแม้แค่ 5 นาที ศูนย์ควบคุมภารกิจจะโทรมาทันที

เช้าของเธอเริ่มต้นไม่ต่างจากคนทั่วไปนัก ตื่นมาก็เช็คอีเมล รวบผม แต่งตัว แล้วไปหยิบอาหารเช้าซึ่งมักเป็นไข่หรือข้าวโอ๊ตแบบฟรีซดราย ส่วนกาแฟนั้นเธอบอกว่าสำคัญมาก สำคัญเท่ากับซอสมะเขือเทศเลยทีเดียว

ราว 7 โมงเช้า นักบินอวกาศทุกคนจะเริ่มสื่อสารกับศูนย์ควบคุมภารกิจ (มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า mDPC : morning Daily Planning Conference) 

การสื่อสารไม่ได้กลับมาแค่ที่ศูนย์ Houston อย่างที่หลายคนนึก แต่รวมถึงศูนย์ควบคุมของญี่ปุ่น แคนาดา และยุโรปด้วย ในทุกเช้า ทุกฝ่ายจะมารวมตัวกัน บรีฟงาน แล้วจากนั้นก็เริ่มไล่ตามเส้นสีแดงที่ค่อย ๆ เลื่อนผ่านตารางงานไปทีละนาที 

ทำไมต้องเส้นสีแดง ? ต้องขออธิบายเพิ่มเติมว่า ตารางงานของนักบินอวกาศจะถูกจัดการอย่างเข้มงวด และแสดงผลผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ บนหน้าจอตารางงานนี้ จะมีเส้นสีแดงในลักษณะเส้นทึบหรือเส้นประในแนวดิ่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของ เวลาจริงในปัจจุบันที่ค่อย ๆ ขยับเลื่อนไปข้างหน้าตลอดทั้งวัน ถ้าเส้นนี้นำหน้าเมื่อไห่ ก็แปลว่างานนี้ช้ากว่ากำหนด

ชั่วโมงการทำงานต่อวันจะยาวราว 12 ชั่วโมง และในระหว่างนั้น นักบินอวกาศทุกคนต้องออกกำลังกายวันละ 2 ชั่วโมงครึ่ง เพราะร่างกายสูญเสียมวลกระดูกและกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง นอกจากทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์แล้ว ยังต้องซ่อมบำรุงสถานีที่เริ่มเก่า สื่อสารกับพาร์ตเนอร์และนักวิทยาศาสตร์ตลอดเวลา

เธอทิ้งท้ายเรื่องนี้ไว้สั้น ๆ ว่า กฎบนสถานีอวกาศคือ 'ถ้าเสร็จงานเร็ว ก็ไปช่วยเพื่อนร่วมทีม' 

สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมภายใต้สภาพแวดล้อมที่กดดัน และมีข้อจำกัดด้านเวลาอย่างมากบนสถานีอวกาศ

เซลล์มะเร็งที่โตเป็น 3D ได้เฉพาะนอกโลก

เรื่องที่น่าสนใจจากการเล่าของเธอ อาจไม่ใช่ตารางงานหรือชีวิตประจำวัน แต่เป็นเหตุผลว่าทำไมมนุษย์ถึงต้องทำวิทยาศาสตร์บนอวกาศ

Serena Auñón-Chancellor อธิบายว่า ในห้องแล็บบนโลก เซลล์และผลึกโปรตีนเติบโตบนจานแบน ๆ แต่บนสถานีอวกาศ ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง สิ่งเหล่านั้นเติบโตเป็นสามมิติ เหมือนกับที่มันเติบโตจริง ๆ ในร่างกายมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ช่วยให้ศึกษาโครงสร้างและการเติบโตได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับการทดลองบนโลก

นักวิทยาศาสตร์จึงส่งการทดลองเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ไปจนถึงเคมีบำบัดมะเร็งขึ้นไปบน ISS เพื่อศึกษาโครงสร้างของโปรตีนในสภาพที่ใกล้เคียงกับร่างกายจริงมากที่สุด แล้วนำข้อมูลกลับมาพัฒนายาและการรักษาบนโลก เช่น การปรับปรุงยาปฏิชีวนะให้ซึมผ่านเนื้อเยื่อได้ดีขึ้น


We're not doing science up there for astronauts, we're doing science down here for people, for you.


นี่คือประโยคที่เธอสรุปทุกอย่าง วิทยาศาสตร์บนอวกาศไม่ได้ทำเพื่อนักบินอวกาศ แต่ทำเพื่อคนบนโลกทุกคน


ห้องนอนเท่าตู้โทรศัพท์ กับรูปถ่ายที่ไม่อยากเลื่อนหาในแท็บเล็ต

ท่ามกลางเทคโนโลยีล้ำสมัยบนสถานีอวกาศ สิ่งที่มนุษย์ต้องการกลับเป็นเรื่องง่าย ๆ

Serena Auñón-Chancellor เล่าว่านักบินอวกาศใช้แท็บเล็ตทำงาน มีขั้นตอนปฏิบัติที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดทุกตัวอักษร บางครั้งต้องทำงานในจุดที่ลึกเข้าไปหลังผนังสถานี สวมไฟคาดหัว ต้องพิมพ์ขั้นตอนออกมาเป็นกระดาษเพราะไม่สะดวกจะดูจากจอ

แต่สิ่งที่พิมพ์ออกมาไม่ใช่แค่เอกสารงาน

ห้องนอนของนักบินอวกาศเป็นพื้นที่ส่วนตัวเล็ก ๆ ขนาดประมาณตู้โทรศัพท์สาธารณะ ข้างในมีคอมพิวเตอร์ทำงาน และรูปถ่ายของครอบครัวกับสัตว์เลี้ยง เธอบอกว่าไม่อยากต้องเลื่อนหารูปในแท็บเล็ต อยากเห็นมันติดอยู่ตรงหน้าเหมือนรูปที่วางบนโต๊ะทำงาน นักบินอวกาศยังพิมพ์รูปที่คนข้างล่างส่งมาทางอีเมล แล้วถ่ายรูปคู่กับมันบนสถานีอวกาศเพื่อส่งกลับไปให้

ในที่ที่เทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดในโลก สิ่งที่มนุษย์โหยหาก็ยังคงเป็นเรื่องเดิม คือใบหน้าของคนที่รัก

ท่ามกลางข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และรายละเอียดทางเทคนิคมากมาย สิ่งที่ทำให้การเล่าของ Serena น่าสนใจมากคือมุมมองของคนที่ผ่านประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดของตารางเวลาที่วัดเป็นทุก 5 นาที หรือความอบอุ่นของรูปถ่ายครอบครัวในห้องเท่าตู้โทรศัพท์ ทั้งหมดทำให้เห็นว่า แม้จะอยู่ห่างจากโลก 400 กิโลเมตร แต่ทุกสิ่งที่ทำบนนั้น ล้วนเชื่อมกลับมาหาคนบนพื้นดินเสมอ

อ้างอิง : เซสชั่นของ Serena Auñón-Chancellor (NASA Astronaut, MD, MPH / Texas A&M) ในงาน HP Imagine 2026

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

บทเรียนรักษาไฟในใจฉบับ Steve Jobs ความสำเร็จ ต้องเคยถูกวิจารณ์ อดทน ทำต่อ แม้วันที่ไม่มีใครชม

เรียนรู้วิชายืนระยะจาก Steve Jobs: ทำไมความรักในงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจ แต่คือความอึดที่จะช่วยให้คุณไม่หมดไฟ แม้ในวันที่โลกไม่มีเสียงตบมือให้คุณ...

Responsive image

5 ทักษะแห่งอนาคตที่ CEO LinkedIn บอกว่าคุณต้องมี ถ้าไม่อยากให้ AI แย่งงานในปี 2026

โลกการทำงานตอนนี้โดน AI ป่วนไปหมด หลายคนเริ่มร้อนๆ หนาวๆ ว่าตัวเองจะตกงานหรือโดนแย่งงานไหม แต่ Ryan Roslansky ซีอีโอของ LinkedIn ออกมาบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน เพราะถึง AI จะเก่งแค่ไหน มน...

Responsive image

สรุปหน้าตา Layoff ไตรมาสแรก ชี้ AI เริ่มลงสนามแย่งงานเอง ทำสายเทคฯ ปลิว 52,000 ตำแหน่ง

เรามักจะได้ยินคำว่า ‘AI จะไม่แย่งงาน แต่คนที่ใช้ AI เป็นต่างหากที่จะแย่งงาน’ แต่จากข้อมูลล่าสุดในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ดูเหมือนว่าประโยคนี้อาจจะต้องถูกนำมาทบทวนใหม่...