ถอดแนวคิด Sigve Brekke ผู้นำที่เชื่อว่า 'ความไม่สบายตัว' คือบ่อเกิดการเติบโตที่แท้จริง

Sigve Brekke, Executive Chair of CP Telecom and Digital Group, & Group CEO of True Corporation ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่น่าจับตาที่สุดในแวดวงเทคโนโลยีของไทย ด้วยปรัชญาการทำงานที่ไม่เหมือนใคร และวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นจะเปลี่ยนผ่าน True จากบริษัทโทรคมนาคมสู่บริษัทเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว

บนเวทีงาน Techsauce Global Summit 2025 แม่ทัพใหญ่รายนี้ ได้มาแบ่งบันปรัชญาการทำงานที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งกลายเป็นกุญแจสำคัญกในการนำพาองค์กรฝ่าคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล


เริ่มต้นวันด้วยความไม่สบาย

ผมขอแนะนำให้ทุกคนลองแช่น้ำแข็งในตอนเช้า

Sigve Brekke เริ่มต้นเล่าถึงกิจกรรมส่วนตัวช่วงเช้าว่า เขาจะลงไปนั่งในอ่างน้ำแข็งอุณหภูมิ 0 องศาเป็นเวลา 3 นาทีทุกเช้า ซึ่งไม่ได้ช่วยแค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตที่ว่า 

การฝึกฝนให้ตัวเองอยู่ในความไม่สบายตัว คือวิธีเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายทางธุรกิจ เพราะมันคือจุดที่การเติบโตที่แท้จริงจะเกิดขึ้นหากผ่านพ้นมาได้

ร่างกายจะบอกว่านี่เป็นความคิดที่แย่มาก แต่ทั้งชีวิตของผม ผมพยายามท้าทายทุกครั้งที่จิตใจบอกว่าเป็นไปไม่ได้ 


คุณ Sigve Brekke ชวนให้ลองจินตนาการว่า หากคุณกำลังยืนอยู่บนหน้าผาสูง 200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาสมดุลไม่ให้ตกลงไป ในวินาทีนั้น คุณจะระดมทุกสิ่งที่คุณมีเพื่อทรงตัวให้อยู่รอด

เขากล่าวว่าวันแบบนั้นคือวันที่ยอดเยี่ยมที่สุด เปรียบได้กับวันที่เราต้องเผชิญกับความรู้สึกไม่สบายใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง  ตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า ‘ฉันดีพอหรือยัง ? หรือฉันควรทำอะไรต่อดี ? มันคือสภาวะที่เราไม่รู้คำตอบ และต้องดิ้นรนหาทางออก

คุณ Sigve Brekke เชื่อว่า วันที่เราเผชิญความยากลำบากเหล่านั้น คือวันที่เราจะเติบโต ต่างการการมุ่งหาเข้าสู่ Comfort Zone ซึ่งเป็นจุดที่เราเริ่มบริหารจัดการสิ่งต่างๆ ได้อย่างคุ้นชิน นั่นคือจุดที่เราจะสูญเสียการเติบโตไปในที่สุด

บทเรียนจากหมวกหลายใบ

ก่อนจะเข้าสู่โลกธุรกิจ คุณ Sigve Brekke มีเส้นทางอาชีพที่น่าสนใจจากเกษตรกร นักการเมือง สู่การสวมหมวก CEO บริษัทธุรกิจ Telco ประสบการณ์เหล่านี้ได้หล่อหลอมมุมมองความเป็นผู้นำของเขาในแต่ละมิติ

การเป็นเกษตรกรสอนให้ผมไม่กลัวที่จะทำให้มือตัวเองสกปรก…ผมใช้เวลาน้อยที่สุดในห้องประชุมสวยๆ และใช้เวลาให้มากที่สุดกับการลงพื้นที่

เขาเน้นย้ำว่าผู้นำที่ยอดเยี่ยมต้องลงไปคลุกคลีกับรายละเอียดหน้างาน ไม่ใช่แค่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง ทั้งหมดนี้เพื่อเข้าใจลูกค้าและพาร์ทเนอร์อย่างแท้จริง


ในทางการเมือง คุณต้องสร้างความไว้วางใจ


คุณ Sigve Brekke อธิบายว่านักธุรกิจส่วนใหญ่มักสื่อสารกับพนักงานด้วยสมองผ่านอีเมล หรือบทพูดสุนทรพจน์ แต่การเมืองสอนให้เขาเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับหัวใจ และการสร้างการมีส่วนร่วมทางอารมณ์ โดยบอกว่า 

ถ้าเราสามารถทำให้พนักงานมีส่วนร่วมทางอารมณ์ได้ พวกเขาจะตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกอยากมาทำงาน เพราะพวกเขารักในสิ่งที่ทำ

อีกหนึ่งสิ่งที่ตกผลึกจากการได้บริหารองค์กรในหลากหลายประเทศ คุณ Sigve Brekke บอกว่า ทุกคนในองค์กรไม่ว่าชาติไหนต่างต้องการสิ่งเดียวกันนั่นก็คือ ความเคารพ, การมองเห็นคุณค่า และการปฏิบัติอย่างให้เกียรติในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

โดยหน้าที่ของผู้นำคือ ต้องมองเห็น ไม่ใช่แค่การรับฟัง เขาอธิบายว่า การรับฟังอาจเป็นเพียงการนั่งนิ่งๆ โดยไม่ได้ใส่ใจจริงๆ แต่การมองเห็น คือการทำให้พนักงานรู้สึกได้ว่าผู้นำกำลังให้ความสนใจพวกเขาอย่างแท้จริง เป็นการแสดงออกว่าผู้นำไม่ได้มองข้ามพนักงาน และเห็นคุณค่าในสิ่งที่พวกเขาเป็น

คุณ Sigve Brekke เล่าตอว่า เขาจะพยายามใช้เวลาเดินไปรอบๆ เพื่อมองเห็นผู้คนให้มากที่สุดในแต่ละวัน เพื่อเป็นการส่งสารว่าทุกคนมีความสำคัญ และควรค่าแก่การได้รับความสนใจอย่างเท่าเทียม

ผู้นำสไตล์ Tight-Loose-Tight 

คุณ Sigve Brekke มีวิธีการบริหารองค์กรด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Tight-Loose-Tight ซึ่งเป็นแนวทางที่สร้างสมดุลในองค์กร ระหว่างการควบคุม และการมอบอิสระภาพให้กับพนักงาน

Tight แรก = เข้มงวด 

คุณ Sigve Brekke บอกว่า ผู้นำต้องกำหนดทิศทาง และเป้าหมายขององค์กรให้ชัดเจนและหนักแน่น ทุกคนในทีมต้องรู้ว่ากำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน

Loose = ผ่อนปรน

เมื่อทิศทางชัดเจนแล้ว ผู้นำต้องปล่อยให้ทีมมีอิสระในการคิดหาวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นด้วยตนเอง ไม่ใช่การสั่งแบบ Micro-management

Tight ที่สอง = ตรวจสอบ

สุดท้ายคือการออกแบบ Tools และกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้พนักงานไปถึงเป้าหมายนั้น รวมถึงการติดตาม และวัดผลอย่างจริงจังเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนังคงอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง

ปัญหาของหลายองค์กรคือการเป็น Tight-Tight-Tight ที่ควบคุมทุกอย่างจนไม่มีนวัตกรรม หรือ Loose-Loose-Loose ที่วุ่นวายจนไปไม่ถึงไหน 

อีกหนึ่งปรัชญาที่คุณ Sigve Brekke ใช้คือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ต้อง ‘ยอมรับความผิดพลาด’ โดยเขาบอกว่า

วันที่ดีสำหรับผม คือวันที่ผมทำอะไรบางอย่างพังหรือทำผิดพลาด แต่วันที่แย่คือวันที่ทุกอย่างราบรื่นเกินไป


โดยเสริมว่าเพราะความผิดพลาดคือประสบการณ์การเรียนรู้ที่ล้ำค่าที่สุด ซึ่งตราบใดที่เราเรียนรู้จากมัน และไม่ทำพลาดซ้ำสองอีก

มุมมองต่อโลก และคำแนะนำถึงคนรุ่นใหม่

คุณ Sigve Brekke มองว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในยุคนี้คือ ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่ะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกธุรกิจ ดังนั้นผู้นำธุรกิจต้องมีความหวาดระแวง (Paranoid) อยู่เสมอ และอย่าพึงพอใจติดอยู่กับความสำเร็จแบบเดิมๆ

สำหรับอนาคตของ True Corporation เขาตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนแปลงผ่านจากบริษัทโทรคมนาคม สู่บริษัทเทคโนโลยี ที่เป็นส่วนสำคัญในชีวิตดิจิทัลของผู้คนมากกว่าแค่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยจะลงทุนอย่างหนักใน AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ 

โดยสุดท้ายเขาได้ให้คำแนะนำถึงคนรุ่นใหม่ไว้ 3 ข้อ ดังนี้

  1. จงรักในสิ่งที่ทำ - ถ้าคุณไม่รักมันก็อย่าฝืนทำ เพราะชีวิตและธุรกิจที่ยอดเยี่ยม จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้หากปราศจากความรักในสิ่งที่ทำ
  2. อย่าพยายามวางแผนอนาคตทั้งหมด - ยิ่งคุณคิดถึงขั้นต่อไปในอาชีพมากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งพลาดโอกาสดีๆ ที่เข้ามาโดยไม่คาดคิด จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วโอกาสจะตามมาเอง
  3. คว้าโอกาสเมื่อมาถึง - จงใช้ชีวิตอยู่กับความไม่แน่นอนให้ได้ และเมื่อโอกาสมาถึง จงคว้ามันไว้

อ้างอิง : สรุปจากเซสชั่น Conversation with Sigve Brekke: Shaping Thailand’s Competitive Digital Future งาน Techsauce Global Summit 2025

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ต้องสำเร็จก่อนอายุ 30 เส้นตายที่กำลังกัดกินสังคม อาจสร้างคนแบบ ‘เอลิซาเบธ โฮล์มส์’

เมื่อคำว่า ‘อายุน้อย’ โดยเฉพาะอายุ 30 ถูกใช้เป็นแต้มต่อจนเกิดคดีฉ้อโกงซ้ำซาก ตั้งแต่ Elizabeth Holmes ถึง Gökçe Güven บทเรียนสำคัญ...

Responsive image

3 คำถามสัมภาษณ์งาน ที่ HR ใช้ดู ‘ตัวตน’ ผู้สมัครว่าเข้ากับทีมได้หรือไม่

การสรรหาคนที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญที่สุดของผู้นำ การมีพนักงานที่มี talent เป็นความได้เปรียบทางแข่งขันที่แข็งแกร่งและช่วยให้องค์กรสร้างผลลัพธ์และวัฒนธรรมที่ productive และ ...

Responsive image

‘AI ทำงานแทนคนมากขึ้น แต่คนกลับเหนื่อยกว่าเดิม’ รู้จักภาวะ AI Brain Fry เมื่อคนใช้ AI มากไปจนสมองล้า อีกด้านของ AI ที่องค์กรต้องระวัง

งานวิจัย Harvard Business Review เผยปรากฏการณ์ “AI Brain Fry” เมื่อการใช้ AI มากเกินไปทำให้เกิด Mental fatigue เพิ่ม Decision fatigue และอาจลด Productivity ในที่ทำงาน...