ถอดบทเรียน การเรียนรู้ตลอดเวลา พัฒนาตนเองไม่ให้ไม่ตกขบวน | Techsauce

ถอดบทเรียน การเรียนรู้ตลอดเวลา พัฒนาตนเองไม่ให้ไม่ตกขบวน

แน่นอนว่าในสถานการณ์เช่นนี้ หลาย ๆ คนอาจจะเริ่มมองเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาตนเอง จากการเกิดขึ้นของการระบาดที่ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินและทางการงานที่อยู่บนความไม่แน่นอน รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีที่ก่อนหน้านี้ก็เริ่มมีการเข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์บ้างแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ระบาดที่เป็น “ตัวเร่ง” ให้หลายบริษัทและองค์กรต่าง ๆ นั้นนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจากเมื่อก่อนที่การ “Upskill” หรือ “Reskill” อาจจะเป็นแค่ตัวเลือก แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นสิ่งที่เราจจะต้องทำเพื่อที่จะสามารถหลุดพ้นจากการเข้ามาของเทคโนโลยี รวมถึงเป็นบุคคลที่องค์กรนั้นยังต้องการอยู่

Techsauce x SEAC จึงได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจาก 3 บริษัทแนวหน้าของประเทศไทย คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม Chief Human Resource Officer จากบริษัท AIS, คุณอภิรัตน์ หวานชะเอม Chief Digital Officer จากบริษัท SCG Cement-Building Materials (SCG-CBM) และคุณรัชดา อภิรมย์เดช ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท Simple Work ที่จะพูดคุยและแชร์ประสบการณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ทำให้พวกเขาไม่เคยหยุดพัฒนาและยังสามารถที่จะปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อีกด้วย

ทำไมการเรียนรู้ถึงสำคัญในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง

คุณกานติมาได้เผยถึงตัวแปลสำคัญที่ทำให้เราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดก็คือการเปลี่ยนไปของโลกของเรา ทำให้เรานั้นต้องเรียนรู้เพื่อปรับตัวกับบริบทของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราอย่างมาก โดยยังเชื่อว่าการเรียนรู้นั้นเป็นสิ่งที่ “Never Ending”  

ทางคุณอภิรัตน์ก็ได้กล่าวว่า “ความรู้มันเป็นสิ่งที่ Out-dated เร็วมาก เราอาจจะต้อง Unlearn และ Relearn ถึง 5 รอบในการทำงานชั่วชีวิต และที่สำคัญบริบทของสังคมนั้นเปลี่ยนไปเร็วมาก โดยเฉพาะช่วงของการเกิด COVID-19 ที่เราจะเห็นได้ชัดมาก ซึ่งการเรียนรู้จะทำให้เรานั้น Up to Date ได้เร็วมาก และทำให้เราเข้าใจ Context ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ของสังคม”

โดยคุณรัชดาเน้นย้ำถึงการที่เรานั้นจะชนะเทรนด์ของ Automated Experience โดยการใช้ความรู้ ซึ่งการระบาดของ COVID-19 นั้นเข้ามาเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้การใช้เทคโนโลยีนั้นเพิ่มสูงขึ้น จากที่เราอาจจะให้ในหมู่ธุรกิจต่าง ๆ ที่เริ่มมีความคิดที่จะลงทุนในเทคโนโลยีมากขึ้นในการป้องกันการระบาด รวมถึงผลประโยชน์ในระยะยาวของบริษัท

สกิลที่ต้องพัฒนา ให้รอดพ้นการทดแทนจาก Robot

การที่เราต้องมี Growth Mindset เริ่มจากตัวเอง และหลังจากนั้นจะต้องมีเรื่องของ Adaptability ที่เราจะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์เช่นนี้ และทุกวันนี้ด้วยโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและไม่รอใคร เราจะต้องมี Speed หรือความรวดเร็วที่จะทำงานได้อย่างสำเร็จ และเรื่องของความ Perfect” อาจจะไม่ใช่สิ่งสำคัญเสมอไป แต่ต้องเป็นการที่เราสามารถที่จะ “ปรับตัวและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”

โดยคุณอภิรัตน์ได้เสริมว่าสกิลเซ็ตที่สำคัญคือการสร้างนวัตกรรมในยุค New Normal ด้วยความต้องการของลูกค้าและบริบทนั้นเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจนั้นเริ่มจากการสร้างนวัตกรรมใหม่ ถ้าบริษัทไม่สามารถนวัตกรรมใหม่ก็ไม่สามารถที่จะอยู่รอดได้ในยุค New Normal นี้ ซึ่งการที่จะเกิดนวัตกรรมได้จะต้องมี Growth Mindset และ Agile Mindset มองด้านบวก หาโอกาสในวิกฤติ และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

ทางคุณรัชดาก็ได้เสริมถึงอีกหนึ่งทักษะที่ต้องมีก็คือ Critical Thinking หรือความสามารถที่เราจะหยิบจับสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเรา มาประมวลออกมาให้เกิดเป็นการทำ Decision Making ที่แม่นยำและตรงจุดมากขึ้น เพื่อที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้อย่างว่องไว

หลักการเรียนรู้แบบตัว “T”

ในการที่เราจะเริ่มการทำนวัตกรรม อย่างแรกที่เราจะต้องทำก็คือการเช็คตัวเองว่าเราไม่รู้อะไร เพื่อที่จะเกิดการเรียนรู้ในขั้นต่อไปได้ และทำตามหลักตัว T ซึ่งจะมีรูปแบบดังนี้

  • แกนตัว T: จะเป็นทักษะหลัก ตามสิ่งที่แต่ละคนนั้นถนัด

  • หัวตัว T: จะเป็นทักษะรอง เพื่อเสริมทักษะหลัก

  • วงกลมที่ 1 ถัดจากตัว T: จะเป็นเรื่องของ Soft Skills เช่น Agility, Growth Mindset, Imagination and Creativity

  • วงกลมที่ 2 ถัดจากตัว T: Mindset ของตัวเราเองที่จะเริ่มลงมือทำ เช่นเรื่องของ Passion หรือ Start with Why ที่จะทำให้เรารอดพ้น New Normal ไปได้

ซึ่งการทำตาม Roadmap เช่นนี้จะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้ตามสิ่งที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Soft Skills หรือ Hard Skills ซึ่งเคล็ดลับการเรียนรู้จากคุณอภิรัตน์ก็คือการหาวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การอ่าน หรือการดู จงหาวิธีทำตัวเองสนุกที่สุด

ปัญหาของการไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร

คุณกานติมาได้กล่าวว่า การที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไรนั้นเป็นอุปสรรคในการพัฒนาของตัวเอง ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือการที่จะต้องคุยกับตัวเอง ทำการเข้าใจกับตัวเอง และอย่าเข้าใจว่าสิ่งที่เราเข้าใจในตอนนี้คือ New Norms ตอนนี้สิ่งที่เราเจออยู่นั้นคือ Crisis ที่จะผลักดันให้เกิด New Norms ในวันข้างหน้า ดังนั้นหลักในการเรียนรู้ที่สำคัญก็คือหาวิธีการเรียนที่ตัวเองนั้นรู้สึกสนุก แต่อย่าหยุดเรียน จงเรียนเรื่อย ๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามานั้นจะเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

“วิกฤติที่มาในครั้งนี้ไม่แรงเท่ากับการเข้ามาของดิจิทัล ดิจิทัลที่เข้ามาจะแยกคนเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่ไปข้างหน้าได้ กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ ทั้งนี้ดิจิทัลไม่ได้เป็นคนเลือก แต่ตัวเราเองนั้นเป็นคนเลือกว่าจะเป็นคนที่จะอยู่ในกลุ่มไหน”

โดยทางคุณอภิรัตน์ก็ได้เข้ามาเสริมในเรื่องของ Mindset และ Logic ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวคือคนที่คิดว่าตัวเองนั้นรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว และคนที่คิดว่าตัวเองไม่ต้องรู้เพิ่มแล้ว โดยในเรื่อง Mindset อย่างแรกที่เราจะต้องทำคือการยอมรับตัวเองว่าเราไม่ได้รู้ทุกอย่าง เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองไปข้างหน้า ทำให้เรานั้นต้องเรียนรู้เพิ่มอยู่ตลอดเวลา และอย่างที่สองในเรื่องของ Logic สิ่งที่จะต้องทำคือการออกจาก Comfort Zone ของเรา ไปทำอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อนหรือไม่เคยสนใจมาก่อน ซึ่งนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการไปหาว่าเรานั้นไม่รู้อะไรบ้าง และอีกวิธีหนึ่งคือการตามเทรนด์ เช่นในเรื่องของ New Normal ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้นเราจะต้องเข้าหาสิ่งและเรียนรู้เหล่านี้ ซึ่งยิ่งในยุคนี้การเรียนรู้นั้นไม่มีขีดจำกัดและมีหลากหลายช่องทางที่เราสามารถเลือกได้

ในยุคเช่นนี้การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญในการที่จะพัฒนาและพาตนเองไปข้างหน้า เมื่อการระบาดจบลง เราจะเป็นผู้ที่เดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว หรือเป็นผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา ซึ่งสุดท้ายนี้ทาง 3 ท่านก็ได้ฝากแนวคิดให้กำลังใจผู้ที่กำลังประสบปัญหาและแนวทางในการพัฒนาตนเองในการก้าวไปข้างหน้า

“สำหรับคนที่อยากจะไปข้างหน้าด้วยกัน ทุกครั้งที่มีความยากเกิดขึ้น อย่าฝังจมอยู่กับความทุกข์ และอย่าคาดการณ์แค่เรื่อง Negative แต่กลับมาโฟกัสที่ตัวเองว่าตัวเองนั้นทำอะไรได้ และควรจะปรับและพัฒนาอะไร และตัวเองอยากจะไปสู่จุดไหน เพราะเมื่อวิกฤตินั้นจบลง คนอื่นสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ แต่เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” - คุณกานติมา

“ในทุกวิฤติมีโอกาส พายุกำลังจะผ่านเราไปแล้ว อย่างแรกคือการที่ทุกท่านควรจะพลิกม่มี Growth Mindset พยายามมองหาด้านบวกของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว มองไปรอบ ๆ ตัวว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นสร้างโอกาสอะไรบ้าง ดังนั้น 3 อย่างที่อยากจะให้มีคือ Imagination ใน New Normal จะมีโอกาสอะไรเกิดขึ้น สอง Speed หรือ Agility กับ Resilency คือคิดแล้วทำเลย ทำก่อน ทำไปเทสไป และสาม Endurance ค่อย ๆ ทำ ถ้าไม่ได้ก็สามารถปรับได้ ” - คุณอภิรัตน์

“Breaking Brick เป็นเทรนด์ที่หลาย ๆ องค์กรทลายกำแพงทำสิ่งที่ออกจาก Comfort Zone วิกฤตินี้อาจจะทำให้เราหยุด หรือ Halt and Catch Fire คือการหยุดแต่ทำให้เราพุ่งไปข้างหน้าได้เร็วกว่าเดิม ถ้าเรามองเห็นโอกาสและไม่ย่อท้อ” - คุณรัชดา

สมัคร YourNextU เพื่อเสริมทักษะรับ New Normal เรียนคอร์สออนไลน์และ Virtual Classroom แบบไม่จำกัดวันนี้ - 25 พฤษภาคม รับส่วนลดถึง 1,000 บาท

เหลือเวลาอีก 3 วันเท่านั้น สำหรับการใช้สิทธิ์ส่วนลดสมัครเรียน YourNextU ได้ครบทุกทักษะที่ตลาดต้องการ สมัครวันนี้รับส่วนลดถึง 1,000 บาท เมื่อซื้อคอร์สในราคารวม 4,000 บาทขึ้นไป เพียงใช้ CODE: TSFBL1000 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมสมัครได้ที่ www.yournextu.com/FBLiveTechsauceSEAC

RELATED ARTICLE

Responsive image

เพราะ เอสโตเนีย เป็นประเทศที่ ไม่เคยให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับ Big Tech จึงทำให้ Startup ในประเทศโตวันโตคืน

สตาร์ทอัพเทคหน้าใหม่ในท้องถิ่นของเอสโตเนียนั้นยังคงสามารถขยายตัวเติบโตได้ดีภายในประเทศ เพราะเอสโตเนียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ปราศจากบรรษัทเทคโนโลยีข้ามชาติยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook...

Responsive image

‘ปั้นเด็กมีของ ให้ลองทำงานจริง’ กับ โครงการ WEDO Young Talent 2021 สร้าง talent ยุคใหม่ ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย

“WEDO Young Talent Program” โครงการที่ตีความหมายใหม่ของคำว่า ‘เด็ก’ และ ‘ฝึกงาน’ โดยเริ่มจากการไม่มองว่าน้องเป็นเด็ก แต่คือ talent ยุคใหม่ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ และทำงานด้านนวัต...

Responsive image

แร่หายากราคาพุ่งสูง อีกหนึ่งความท้าทายของบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Hardware

บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์ต่างประสบอยู่ในภาวะคับขัน หลังจากราคาแร่หายากพุ่งสูงท่ามกลางอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้น และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่นับวันจะรุนแรง...