วงการ Startup กับฝูงม้าในตำนาน Minicorn, Soonicorn, Unicorn, Decacorn และ Hectocorn

ทุกวันนี้คำว่า “ยูนิคอร์น” กลายเป็นศัพท์สามัญประจำวงการ Startup ที่แม้แต่คนนอกวงการก็พอจะคุ้นหู แต่รู้ไหมว่าในป่ามหัศจรรย์ของสตาร์ทอัพ ยังมี “ม้าวิเศษ” อีก 4 ตัว ที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อพวกเขามาก่อน

บทความนี้ Techsauce จะพาคุณไปรู้จักกับเหล่า ‘Corn’ ทั้งหลาย ที่ไม่ได้มีแค่ยูนิคอร์น แต่รวมถึง Minicorn, Soonicorn, Unicorn, Decacorn และ Hectocorn สัตว์ในตำนานที่สะท้อนเส้นทางการเติบโตของสตาร์ทอัพจากหลักล้านสู่แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ฝูงม้าในตำนาน แห่งวงการ Startup

ความจริง ‘Corn’ ต่างๆ พวกนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นเล่นๆ แต่สะท้อนสถานะทางการเงินของบริษัทได้ชัดเจน เพราะหากดูจากชนิดของ “คอร์น” ก็จะพอเดาได้ว่าบริษัทนั้นอยู่ในขั้นไหนของการเติบโต มีความมั่นคงแค่ไหน และไปได้ไกลแค่ไหนในตลาด

ระบบลำดับชั้นเหล่านี้จึงเหมือนเครื่องมือช่วยตั้งเป้าหมายให้กับสตาร์ทอัพรายเล็กๆ ได้มองเห็นภาพว่าขั้นต่อไปคืออะไร และจะเป็นยังไงต่อ

Minicorn ก้าวแรกของม้าที่มีฝัน

Minicorn คือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าราว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป แม้จะยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีศักยภาพพอสมควร จุดเด่นของ Minicorn คือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีโมเดลธุรกิจที่เริ่มแสดงผล และกำลังอยู่ในเส้นทางการเติบโตที่มั่นคง

Soonicorn ใกล้จะกลายร่างเป็นยูนิคอร์น

Soonicorn หรือ “Soon-to-be-unicorn” คือบริษัทที่อยู่บนเส้นทางเติบโตแบบก้าวกระโดด มักมีมูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีโอกาสทะลุหลักพันล้านได้ในเวลาอันใกล้

บริษัทกลุ่มนี้มักมีเงินลงทุนจากนักลงทุนที่เชื่อในศักยภาพล่วงหน้า แม้มูลค่าปัจจุบันยังไม่ถึงยูนิคอร์น แต่แนวโน้มและการเติบโตทำให้มีความน่าจับตาอย่างมาก

Unicorn สตาร์ทอัพพันล้านในฝัน

ยูนิคอร์นคือบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคำนี้ถูกบัญญัติขึ้นในปี 2013 โดย Aileen Lee เพื่อเปรียบบริษัทกลุ่มนี้ว่า “หายากเหมือนสัตว์ในตำนาน” ยูนิคอร์นมักมีโมเดลธุรกิจที่สเกลได้เร็ว มีเทคโนโลยีเป็นแกนกลาง และมีฐานลูกค้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังแฝงความเสี่ยง เพราะการแข่งขันสูงและใช้เงินหนัก เช่น Flash Express ขนส่งเอกชนและเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของไทย

Decacorn ยูนิคอร์นที่เติบโตทะลุเพดาน

Decacorn คือยูนิคอร์นที่โตจนมูลค่าแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จุดเด่นคือไม่ใช่แค่มีเงินทุนเยอะ แต่ยังมีผลกระทบในวงกว้าง มีเทคโนโลยีที่ disrupt ตลาด หรือมีฐานลูกค้าระดับโลก เช่น Epic Games เจ้าของเกม Fortnite และ Unreal Engine ระดับโลก

Hectocorn มหายูนิคอร์นที่ข้ามขีดจำกัด

Hectocorn คือบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Apple, Google, Microsoft บริษัทกลุ่มนี้ไม่เพียงเปลี่ยนตลาด แต่เปลี่ยนวิถีชีวิตคนทั้งโลก และถูกจับตาจากภาครัฐ สื่อ และสังคมอย่างเข้มข้น

หรือในยุคปัจจุบันก็เช่น ByteDance เจ้าของ TikTok ที่เปลี่ยนโลกโซเชียล, SpaceX บริษัทที่ตั้งเป้าพามนุษย์ขึ้นดาวอังคาร เป็นต้น

รู้จักศัพท์วงการ Startup มากกว่านี้

Angel Investor: 

นักลงทุนที่ให้คำแนะนำทางธุรกิจและสนับสนุนเงินให้ Startup ที่เพิ่งเริ่มต้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนอิสระที่ใช้เงินส่วนตัวในการลงทุน สำหรับการเข้ามามีบทบาทกับ  Startup นั้นขึ้นอยู่กับการตกลง บ้างก็เข้ามามีส่วนร่วมมาก บ้างก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว แต่ส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนประเภทนี้จะเข้ามาช่วยให้เรื่องของการปั้นธุรกิจเกิดใหม่ให้เติบโต โดยที่ไม่ได้มองแค่ผลตอบแทนจากการลงทุนเพียงอย่างเดียว

Venture Capital หรือ VC: 

Venture Capital หรือ VC คือ แหล่งเงินทุนอีกรูปแบบหนึ่งของการทำธุรกิจที่นอกเหนือจากสถาบันการเงิน ซึ่งดำเนินในรูปแบบของบริษัทเงินร่วมลงทุน โดยจะเป็นการลงทุนในธุรกิจที่มีความต้องการเงินเพื่อไปขยายธุรกิจต่อ อย่าง Startup ที่มีเทคโนโลยี และ แผนธุรกิจที่น่าสนใจ สามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าได้ในอนาคต 

โดยส่วนใหญ่ VC จะเข้ามามีบทบาทกับ Startup ตั้งแต่ในรอบการระดมทุนระดับ Series A เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากเงินทุนแล้ว  VC ยังให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ Startup ในการปลุกปั้นธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น VC ก็จะหาจังหวะ Exit ทำกำไรด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การขายให้กับบริษัทขนาดใหญ่ การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นต้น

LP (Limited Partner):

ผู้ที่ให้เงินแก่ Venture Capital (VC) ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบของหน่วยงาน หรือบุคคลก็ได้ เมื่อได้รับเงินทุนมาแล้วหน้าที่ของ VC คือนำเงินไปบริหารจัดการลงทุนใน Startup เพื่อสร้างผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 6-10 เท่าจากการลงทุนในระยะเวลา 5-10  ปี ดังนั้นการลงทุนใน Startup จึงถือเป็นทางเลือกในการลงทุนอาจจะมีความเสี่ยงสูงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ผลตอบแทนที่สูงมากเช่นกัน

Round:

ลำดับขั้นการเติบโตของธุรกิจที่อิงจากการได้รับเงินระดมทุน ซึ่งก็จะเริ่มต้นตั้งแต่…

  • Seed round หรือ Startup ระดับ seed หมายถึง บริษัทที่อยู่ระหว่างการค้นหาความลงตัวของ Product ซึ่งจะเป็น Startup ที่อยู่ในระดับเริ่มต้นมาก ๆ และกำลังสร้างตลาด และมีพนักงานเพียงไม่กี่คน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเท่านั้น และผู้ที่จะให้เงินทุนสนับสนุน Startup ระดับนี้ส่วนใหญ่จะเป็น Angel Investor นั่นเอง 
  • ต่อมาก็จะเป็นระดับ Series A โดย Startup ที่จะได้รับเงินระดมทุนในระดับนี้จะอยู่ในช่วงที่ต้องการขยายตลาด หรือฐานผู้ใช้เพิ่มมากขึ้น และนำเงินมาพัฒนา Product เพื่อให้สอดรับกับโมเดลธุรกิจที่วางไว้ 
  • หลังจากนั้นก็จะเป็น ระดับ Series B จะเป็นการขยายการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งอาจจะเป็นการขยายตลาดให้กว้างขึ้นในต่างประเทศ หรือระดับภูมิภาค หรือจะเป็นการซื้อบริษัทอื่นๆที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจก็สามารถทำได้ 
  • ต่อมาจะเป็นระดับ  Series C บริษัทที่มีผลงานชัดเจน ต้องการเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือเตรียม IPO 
  • สุดท้ายก็ คือ Series D รอบการระดมทุนสำหรับบริษัทที่ “โตแล้ว” และอยู่ในช่วงสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่การ IPO

อ่านบทความเต็มเกี่ยวกับศีพท์วงการ Startup ต่อได้ที่: https://techsauce.co/tech-and-biz/wording-about-startup-in-start-up-series 

อ้างอิง: wise, technews180

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก ‘One-Person Unicorn’ เมื่อตัวคนเดียว + Agentic AI ก็สามารถเข้ามาพลิกโฉมการค้าโลกได้

Kuo Zhang ประธาน Alibaba.com เปิดวิสัยทัศน์ยุค One-Person Unicorn ที่คนเดียวทำงานได้เท่าทีม 100 คน ด้วย Accio Work แพลตฟอร์ม Agentic AI พร้อมสูตรทดลองเล็กขยายเร็ว และกรณีศึกษาเด็กอ...

Responsive image

ผ่าแนวคิด Sharing Economy แบ่งใช้ ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ยกระดับวงการเกษตร-อาหารไทย โดย AXONS เกษตรเทคใต้ปีกซีพีกรุ๊ป

ประเด็นน่ารู้สำหรับคนไทย องค์กรไทยจากการสัมภาษณ์ คุณสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการแบรนด์ AXONS ผู้พัฒนา AgriTech สนับสนุนธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัทชั้นนำกว่า 250 แห่ง ด้...

Responsive image

มหากาพย์ Apple Intelligence จากคำสัญญา AI สู่ค่ายอม $250 ล้าน ทำไมยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ถึงพลาดเกม AI ที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ

Apple ยอมจ่าย 250 ล้านดอลลาร์ปิดคดี Class Action ที่กล่าวหาว่าโฆษณา Apple Intelligence เกินจริง ผู้ใช้ iPhone 16 และ iPhone 15 Pro มีสิทธิ์ได้คืน 25-95 ดอลลาร์ ย้อนไทม์ไลน์ความล้มเ...