ไทยควรเตรียมความพร้อมระบบขนส่งสาธารณะอย่างไรให้ปลอดภัยในสถานการณ์ COVID-19 ?

ปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชนในหลายประเทศ จากข้อมูลเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 ประชากรประมาณ 2.6 พันล้านคนทั่วโลกอยู่ภายใต้การล็อคดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส หลายประเทศปิดพรมแดนและประกาศเคอร์ฟิวส่งผลให้การเดินทางลดลงอย่างมากทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการขนส่งทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากกฎเกณฑ์ห้ามการเดินทางและประชาชนที่หลีกเลี่ยงการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

ในประเทศไทยช่วงที่มีการระบาดของโรคเพิ่มขึ้นปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 รัฐบาลได้ออกมาตรการล็อคดาวน์ ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกจากเคหสถานในช่วงเวลา  22.00–04.00 น. และให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดเว้นแต่จำเป็น ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตาม พ.ร.ก. การบริหารสถานการณ์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 5  อีกทั้งขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการกำหนดมาตรการให้ทำงานจากที่บ้านและยังมีมาตรการต่างๆ ด้านการเดินทางภายในเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ อย่างมาตรการเพิ่มจำนวนรถและความถี่ในการให้บริการของแต่ละการประกอบการ เช่น ขสมก. ได้เพิ่มรถโดยสารประจำทางที่ให้บริการเป็น 2,500–2,600 คัน/วัน รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนำขบวนรถ 36 ขบวนออกให้บริการและปรับความถี่ปล่อยรถช่วงเร่งด่วนเป็น 3.5–4.5 นาที/ขบวน รถไฟฟ้าสายสีม่วงนำขบวนรถ 12–16 ขบวนออกให้บริการและปรับความถี่ปล่อยรถในช่วงเร่งด่วนเป็น 4–5 นาที/ขบวน และรถไฟฟ้า BTS นำขบวนรถ 98 ขบวนออกให้บริการ  

นอกจากนี้ บริการขนส่งสาธารณะยังกำหนดมาตรการเพื่อการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในการเดินทาง ทั้งการจัดให้มีการนั่งที่เว้นที่  การปล่อยผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าเป็นกลุ่ม (Group Release) ตามจำนวนที่กำหนด หรือการกำหนดให้ประชาชนเข้าสู่ชานชาลาเป็นรอบๆ  ใน 3 ตอน คือ ก่อนขึ้น-ลงเข้าสู่ชั้นจำหน่ายบัตรโดยสาร ก่อนผ่านหน้าประตูกั้นจัดเก็บค่าโดยสาร และก่อนเข้าสู่ขบวนรถ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการหนาแน่นเกินไปในขบวนรถไฟฟ้าและชานชาลา  

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ของประเทศไทยในปัจจุบันมีแนวโน้นลดลง และเริ่มสามารถควบคุมได้ ภาครัฐจึงเริ่มมีนโยบายผ่อนปรนมาตรการล็อคดาวน์ที่มีอยู่ ทำให้กิจการต่างๆ เริ่มกลับมาให้บริการได้ ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนกลับมาเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอีกครั้ง ทั้งการเดินทางในระยะทางสั้นและเดินทางข้ามจังหวัด ทั้งนี้ ก่อนที่ภาครัฐจะดำเนินการผ่อนปรนได้นั้น ควรจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จากการใช้บริการขนส่งสาธารณะ 

สำรวจมาตรการของต่างประเทศ

ในต่างประเทศได้มีมาตรการและแนวปฎิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในระบบขนส่งสาธารณะที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม คำแนะนำขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งผู้โดยสารในต่างประเทศและระหว่างประเทศที่สำคัญอย่าง American Public Transport Association (APTA) , International Organization for Public Transport Authorities and Operators (UITP) , The Shenzhen Bus Group Company  และ International Union of Railways (UIC)   ล้วนให้คำแนะนำที่ตรงกันดังต่อไปนี้

•    มาตรการทำความสะอาดยานพาหนะและสถานีอย่างสม่ำเสมอ

•    การฝึกอบรมด้านการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคแก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องมีการติดต่อกับผู้โดยสาร

•    การดูแลเจ้าหน้าที่ให้มีอุปกรณ์เพียงพอ เช่น ถุงมือ แอลกอฮอล์ล้างมือ กระจกกั้นที่ขายตั๋ว ฯลฯ

•    การคัดกรองผู้โดยสารก่อนเข้าใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

มาตรการเหล่านี้ถือได้ว่าเป็น “มาตรฐานสากลขั้นต่ำ” ในการดูแลผู้โดยสารช่วงการระบาดของ COVID-19 ในระบบขนส่งสาธารณะ นอกเหนือจากมาตรการพื้นฐานดังกล่าว บางประเทศได้ใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเข้มงวด โดยการระงับการขนส่งสาธารณะทั้งหมด เช่น เมืองอู่ฮั่นและหวงกังในประเทศจีน และกรุงเดลีในประเทศอินเดีย เป็นต้น 

ในประเทศที่มาตรการระงับการให้บริการขนส่งสาธารณะไม่อาจเป็นไปได้ จะต้องหามาตรการในการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้ออย่างเร่งด่วน ซึ่งจากกรณีศึกษาการติดเชื้อของผู้โดยสาร 9 คนที่ใช้บริการรถโดยสารทางไกลเมืองหูหนาน ประเทศจีน ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 พบว่าผู้โดยสารทั้ง 9 คนไม่สวมหน้ากากอนามัย  ในขณะที่เชื้อ COVID-19 มีชีวิตอยู่ในอากาศได้ถึงอย่างน้อย 30 นาที จึงได้เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการ

หลายประเทศพยายามลดความแออัดในระบบขนส่งสาธารณะ ดังตัวอย่างของกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ได้ออกมาตรการลดจำนวนเที่ยวรถที่ให้บริการ เพื่อลดการเดินทางและโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อโรค แต่เป็นการกำหนดมาตรการอย่างกะทันหันโดยขาดการประเมินผลกระทบ (Impact Assessments) ขณะที่บริษัทเอกชนส่วนใหญ่ยังไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถทำงานจากบ้านได้ การลดจำนวนเที่ยวรถ จึงกลับทำให้เกิดความแออัดในระบบเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีจำนวนประชาชนเดินทางต่อเที่ยวเพิ่มมากขึ้น   

ในทางตรงกันข้าม กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งแม้ว่าจำนวนประชากรที่ต้องการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะลดลงถึงประมาณ 75% แต่ยังใช้มาตรการเพิ่มเที่ยวเดินรถเพื่อลดความแออัดระหว่างผู้โดยสาร สอดคล้องกับแนวทางของ Berliner Verkehrsbetriebe (BVG) ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีที่ได้ปรับตารางการเดินรถแม้ว่ามีปริมาณผู้โดยสารลดลงอย่างมากก็ตาม

นอกจากนี้ บางประเทศพยายามควบคุมปริมาณของผู้โดยสารและลดความแออัดบนขบวนรถไฟใต้ดินผ่านระบบการจองล่วงหน้าสำหรับบริการรถไฟใต้ดิน (Subway by Appointment)   โดยเมืองเชินเจิ้นและปักกิ่งในประเทศจีนได้ทดลองนำระบบนัดหมายผ่านแอปพลิเคชั่นมาใช้ลดความแออัดในสถานีที่มีผู้ใช้บริการมากในช่วงเร่งด่วน โดยผู้โดยสารสามารถนัดหมายเพื่อเข้าสู่สถานีรถไฟใต้ดินผ่าน QR-Code บนโทรศัพท์มือถือ และจะได้รับการแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือให้เข้ามายังสถานีเมื่อถึงเวลาที่กำหนด

ข้อเสนอสำหรับระบบขนส่งสาธารณะของไทย

ผู้โดยสารจะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ งดพูดคุย รวมทั้งงดคุยโทรศัพท์ และงดรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มในระบบขนส่ง และจะต้องเว้นระยะห่างจากผู้อื่นให้มากที่สุด โดยหากสามารถทำได้ ควรพยายามหลีกเลี่ยงการใช้รถขนส่งสาธารณะที่แออัด เช่น ต้องยืน  

ผู้ประกอบการควรจัดให้มีการทำความสะอาดยานพาหนะและระบบที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการตรวจสอบพนักงานว่าปลอดเชื้อ และพยายามลดการสัมผัสระหว่างพนักงานกับผู้โดยสารโดยเพิ่มช่องทางการจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น นอกจากนี้ สำหรับระบบที่มีจุดขึ้นลงที่สามารถดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารก่อนใช้บริการได้ เช่น รถไฟฟ้า หรือรถโดยสารประจำทางที่มีสถานีขนส่ง ผู้ประกอบการจะต้องมีมาตรการคัดกรองผู้ใช้บริการ โดยให้มีการตรวจอุณหภูมิร่างกายก่อนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อ

สำหรับมาตรการในด้าน Social Distancing เพื่อลดความแออัดของการใช้บริการขนส่งสาธารณะนั้น ผู้ประกอบการควรจัดให้มีเที่ยววิ่งที่เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสาร ควรพิจารณาที่นั่ง ที่ยืนที่เหมาะสม ทั้งปรับเพิ่มจำนวนเที่ยววิ่งในช่วงเวลาที่มีคนเดินทางกลับที่พักในช่วงค่ำก่อนเวลาเคอร์ฟิว  

อย่างไรก็ดี สำหรับระบบขนส่งที่มีจำนวนที่นั่งและที่ยืนจำกัดมาก อาจเป็นไปได้ยากที่จะจัดให้นั่งโดยเว้นระยะห่างกันมาก การกำหนดให้สวมหน้ากากอนามัย จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่ 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอาจควบคุมปริมาณผู้ใช้บริการได้โดยนำวิธีการจองล่วงหน้ามาใช้กับการขนส่งระหว่างเมือง เช่น รถไฟระหว่างเมือง รถตู้ระหว่างเมือง หรือรถโดยสารระหว่างเมือง เป็นต้น

ภาครัฐควรส่งเสริมให้หน่วยงานราชการและบริษัทเอกชนสนับสนุนนโยบาย Work from Home ต่อไป เพื่อลดจำนวนคนที่ต้องเดินทางไปทำงาน หรือสนับสนุนการปรับเปลี่ยนเวลาการทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ การกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสถานีขนส่งหรือสถานีรถไฟ เพื่อกำกับดูแลและสร้างความมั่นใจในการควบคุมโรคให้กับผู้ใช้บริการ เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่รัฐควรดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ได้เสนอให้ผู้ประกอบการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในระบบการขนส่งสาธารณะย่อมจะส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นทั้งจากการรักษาความสะอาดที่เพิ่มขึ้น การจัดให้มีอุปกรณ์คัดกรองผู้โดยสารที่จำเป็น และการเพิ่มเที่ยววิ่งรถขณะที่ปริมาณผู้โดยสารไม่ได้มีจำนวนมากเท่าสถานการณ์ปกติ เป็นต้น ดังนั้น การหาแนวทางเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างสมเหตุผลจึงเป็นโจทย์สำคัญต่อไปของภาครัฐ เพื่อให้การดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในระบบขนส่งสาธารณะดังกล่าวบรรลุผล

บทความโดย ดร. สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัย นโยบายด้านการขนส่ง,โลจิสติกส์ และคุณณิชมน ทองพัฒน์ นักวิจัย นโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์

RELATED ARTICLE

Responsive image

Food.raotongrod แพลตฟอร์ม Matching ชุมชนและร้านอาหาร ช่วยสนับสนุนค่าอาหารให้กับผู้ป่วยโควิด พร้อมกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการ

Food.raotongrod แพลตฟอร์ม Matching ชุมชนและร้านอาหาร ช่วยสนับสนุนค่าอาหารให้กับผู้ป่วยโควิด พร้อมกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการ...

Responsive image

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดจองวัคซีน Moderna 9 ก.ค. นี้ จองได้ทั้งกลุ่มรับวัคซีนเข็มแรก และ Booster Dose

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดจองวัคซีน Moderna 9 ก.ค. นี้ จองได้ทั้งกลุ่มรับวัคซีนเข็มแรก และ Booster Dose...

Responsive image

ทำความรู้จัก Novavax วัคซีนโควิดจากสหรัฐฯ ผลิตอย่างไร ทำไมประสิทธิภาพสูงถึง 90%

Novavax วัคซีนโควิด-19 ตัวใหม่จากสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเจรจาร่วมกับองค์กรเภสัชกรรมเพื่อการนำเข้ามาสู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยวัคซีน Novavax นี้ได้รับกา...